วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"รายงานวันจันทร์"-โลกเปลี่ยน-สถานการณ์น้ำเปลี่ยน ถึงเวลา-รุกรับรู้อยู่กับน้ำ

สถานการณ์น้ำและภัยธรรมชาตินับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น การตั้งรับเหตุการณ์เฉพาะหน้าเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ แต่ควรเตรียมการบริหารจัดการน้ำและบูรณาการอย่างเป็นระบบเพื่อเชื่อมโยงทุกหน่วยงาน

เมื่อเร็วๆนี้ การประปานครหลวง (กปน.) จึงจัดงานเสวนาเรื่อง “รุกรับ รู้ อยู่กับน้ำ” เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กันหลายภาคส่วน พร้อมการวางแนวทางพัฒนาความร่วมมือทั้งในปัจจุบันและอนาคต

ปนิธิ เสมอวงศ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการฝนหลวง กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เผยว่า กรมฝนหลวงฯไม่ได้นิ่งนอนใจกับสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้น แต่ การทำฝนหลวงในฤดูแล้งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องมีองค์ประกอบที่เหมาะสม 3 อย่าง คือ เมฆพัฒนาตัวในแนวตั้งความชื้นสัมพัทธ์ที่มากพอและความเร็วลมที่ไม่มากเกินไป

ปัญหาใหญ่ที่พบคือ หน้าแล้งปริมาณความชื้นน้อย ส่วนในช่วงหน้าฝนก็ยังต้องมีปฏิบัติการฝนหลวง เพราะบางพื้นที่เป็นที่อับฝนหรือแล้งซ้ำซาก จึงต้องเร่งเติมน้ำต้นทุนให้แก่เขื่อนและอ่างเก็บน้ำต่างๆด้วย นอกจากนี้ภายในปี 2560 จะมีศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงเพิ่ม 2 ศูนย์ ที่จ.พิษณุโลก และ จ.บุรีรัมย์ รวมเป็น 7 ศูนย์ สามารถดูแลพื้นที่ได้ครอบคลุมมากขึ้น

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ว่า ขณะนี้ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่หน้าฝนและมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนสิริกิติ์เริ่มมีมากขึ้น แต่เขื่อนภูมิพลยังมีปัญหา ซึ่งหากจะเติมน้ำให้เต็มเขื่อนต้องใช้เวลาถึง 3 ปี โดยขณะนี้มีน้ำตุนไว้แล้ว 3.7 พันล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ช่วงนี้เมื่อปีที่แล้วมีเพียง 1.7 พันล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น แต่ทุกคนไม่ควรประมาทและใช้น้ำอย่างประหยัดต่อไป

ณรงค์ฤทธิ์ ศรีสถิตย์นรากูร รองผู้ว่าการ กปน. และประธานกรรมการศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์น้ำ กล่าวว่า ปัจจุบันชุมชนขยายตัว ทำให้ความต้องการใช้น้ำมีมากขึ้น กปน.ก็ต้องผลิตน้ำประปาให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน รวมถึงควบคุมคุณภาพให้ได้ตามมาตรฐาน

ขณะนี้ประเทศไทยประสบปัญหาน้ำเค็มมากขึ้น กปน.ได้ขอความร่วมมือจากกรมชลประทานปล่อยน้ำดิบลงมาผลักดันน้ำเค็ม รวมทั้งเฝ้าระวังคุณภาพน้ำอย่างเข้มงวด ขณะที่ กปน.เองก็ต้องปรับตัวและชี้แจงประชาชนให้ใช้น้ำอย่างประหยัดตามต้นทุนน้ำที่มีอยู่ มิใช่ตามความต้องการใช้น้ำดังเดิม

วันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่าเพียงแค่อุณหภูมิที่สูงขึ้นไม่ถึง 1 องศา ก็ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงได้ เช่น ปรากฏการณ์เอลนินโญ ซึ่งเกิดจากกระแสน้ำอุ่นในมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันตกเคลื่อนตัวไปทางตะวันออก ทำให้ประเทศทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห้งแล้ง แต่ขณะนี้ปรากฏการณ์เอลนินโญลดลงและเกิดปรากฏการณ์ลานินญา เป็นสถานการณ์ที่สลับกันแทนคือ มีฝนชุกทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตูมกับข่าวลือต่างๆตามพยากรณ์อากาศ และส่งต่อข่าวโดยไม่ตรวจสอบทำให้เกิดความวุ่นวาย ควรติดตามจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้อย่างกรมอุตุฯ

ภัยธรรมชาติหรือปรากฏการณ์ต่างๆ แม้จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รับผิดชอบ แต่การป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนทุกคนที่ต้องใช้น้ำและทรัพยากรต่างๆอย่างรู้คุณค่า เพื่อให้เราทุกคนมีน้ำใช้อย่างไม่ขาดแคลนทั้งในวันนี้และอนาคตข้างหน้า.

สถานการณ์น้ำและภัยธรรมชาตินับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น การตั้งรับเหตุการณ์เฉพาะหน้าเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ แต่ควรเตรียมการบริหารจัดการน้ำและบูรณาการอย่างเป็นระบบเพื่อเชื่อมโยงทุกหน่วยงาน 12 ก.ย. 2559 03:16 ไทยรัฐ