วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มองต่างกัน

โดย ฟ้าคำราม

การประชุมคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน มีประเด็นที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย

เมื่อ “บิ๊กอ๊อด” พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกีฬา ศิลปะ วัฒนธรรม การศาสนา คุณธรรมและจริยธรรม ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญเอาไว้

ระบุว่าตนเอง ได้รับมอบหมายจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้เข้ามาดูแลในเรื่องของแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 6 พ.ศ.2560-2564 ซึ่งอยู่ในความดูแลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

เนื่องจาก คสช. ประเมินแล้วพบว่า แผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติตั้งแต่ฉบับที่ 1-5 ที่ผ่านมา ไม่ประสบความสำเร็จตามหลักการและวัตถุประสงค์

ภาพรวมสามารถดำเนินงานได้เพียงแค่ 30 เปอร์เซ็นต์!!!

และปัญหาที่พบจุดใหญ่ คือ การทำงานไม่เป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ ซึ่งทั้งหมดนี้ คือมุมมองของ คสช. ที่เพิ่งเข้ามาจับในเรื่องของกีฬา

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อย้อนกลับไปดู สิ่งที่พบตลอดการทำงานในสายกีฬาที่ผ่านมาจะร่วม 20 ปี เป้าประสงค์หลายอย่างของแผนพัฒนากีฬาแห่งชาติในช่วงที่ผ่านมา อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ

ยุทธศาสตร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย กีฬาขั้นพื้นฐาน กีฬามวลชน กีฬาเพื่อความเป็นเลิศ กีฬาอาชีพ การพัฒนาวิทยาศาสตร์การกีฬา ทุกอย่างล้วนมีพัฒนาการในทุกด้านดีขึ้นตามลำดับ!!!

ไล่เรียงตั้งแต่ระดับเยาวชน ที่มีการระบุในแผนว่าจะต้องมีมากกว่าร้อยละ 80 ที่เด็กๆ ควรต้องเล่นกีฬา เข้าใจกีฬา ตรงนี้เชื่อมั่นว่าคนรุ่นใหม่ใส่ใจเรื่องนี้เป็นหลัก

ขณะที่ความสนใจของประชาชนในเรื่องกีฬา ในปัจจุบัน สูงกว่าที่แผนกำหนดไว้ต้องมากกว่าร้อยละ 60 อย่างแน่นอน การออกกำลังกาย การดูกีฬา เป็นไปในทางบวก

ชุมชนระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร้อยละ 25 ก็มีสถานที่ ให้บริการด้านออกกำลังกายกีฬา ตามเกณฑ์

ความสำเร็จของนักกีฬาทีมชาติไทย ก็เป็นเจ้าเหรียญทองกีฬาซีเกมส์ ในกีฬาสากล ได้ต่อเนื่อง ประเทศไทยติดอันดับ 1-5 กีฬาเอเชียนเกมส์ เอเชียนพาราเกมส์ และอยู่ที่ 1-5 ของเอเชีย กีฬาโอลิมปิกเกมส์ พาราลิมปิกเกมส์ ได้อย่างสม่ำเสมอ

กีฬาอาชีพ มีนักกีฬาและบุคลากร ทางด้านนี้เพิ่มขึ้น กีฬาอาชีพในประเทศ ได้รับความนิยมกว่าเดิมหลายเท่า

การพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ในทุกระดับ ขยับไปอยู่ในมาตรฐานมานานแล้ว รวมถึงการเชื่อมโยงด้านกีฬากับประเทศเพื่อนบ้าน ก็มีให้เห็น

ที่สำคัญกฎหมายที่เกี่ยวกับกีฬา ก็มีการประกาศใช้ บังคับใช้ ทำให้สังคมกีฬาขับเคลื่อนได้อย่างที่ควรจะเป็น

ยิ่งงบประมาณทางกีฬาในเวลานี้ ก็หายห่วง มีเงินจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติให้ใช้ได้อย่างเต็มที่ ไม่ขัดสนเหมือนเก่า

ถึงบรรทัดนี้ ก็เลยแปลกใจกับข้อมูลที่มีอยู่ว่า เราใช้แผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับเดียวกันหรือไม่ เหตุใด คสช. จึงมองไปคนละมุม

แต่ถ้าใช้คำ จะเข้ามายกระดับแผนฉบับที่ 6 ให้มาตรฐานสูงขึ้น ที่ผ่านมาทำได้ดีกันแล้ว ก็ว่าไปอย่าง

จึงจำเป็นต้องระวังการใช้คำ เพราะถ้าสื่อเช่นนี้ คนในวงการกีฬาที่ลงทุนลงแรง สู้กันมาตลอดชีวิต คงเสียใจไม่น้อยกับคำวิจารณ์ที่ไม่เป็นความจริง

หรือวลี พูดนั้นง่าย ทำนั้นยาก จะยังคงอยู่ต่อไป...

ฟ้าคำราม

12 ก.ย. 2559 03:10 ไทยรัฐ