วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ถึงเวลารีเซตพรรค : จับตาอาการขับเคลื่อนภายในประชาธิปัตย์

“เซตซีโร่” ล้างไพ่พรรคการเมืองหรือไม่ คงต้องตามลุ้นกันต่อไป

เพราะขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ซึ่งกำลังยกร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองและร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง

แต่การเซตซีโร่พรรคการเมืองจะเกิดขึ้นหรือไม่ พรรคประชาธิปัตย์อาจจะต้องเปิดการประชุมใหญ่ เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่แทนชุดเดิมที่ใกล้ครบวาระปลายปี 2560

การประชุมเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่จะทำก่อนหรือหลังครบวาระได้ โดยถ้าเลือกตั้งก่อนครบวาระให้ประกาศกำหนดวันเลือกตั้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกสิบวัน ถ้าการเลือกตั้งภายหลังครบวาระให้ดำเนินการเลือกตั้งภายในหกสิบวันนับแต่วันครบวาระ

ไม่ว่าจะเลือกตั้งก่อนหรือหลังครบวาระ ยังติดขัดเงื่อนไขคำสั่งของ คสช.ที่ห้ามพรรคการเมืองประชุม

จังหวะนี้มีความเคลื่อนไหวกันภายในเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมีการปล่อยรายชื่อผู้ที่เหมาะสมที่จะก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่แทนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน

รายชื่อที่มีการพูดคุยกันภายในพรรคหลายวง มีตั้งแต่ชื่อของ “นายอภิสิทธิ์” “นายกรณ์ จาติกวณิช” แกนนำพรรค “นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รองหัวหน้าพรรค “นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ” อดีตเลขาธิการอาเซียน

หรือแม้แต่ “นายชวน หลีกภัย” ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ยังมีชื่อปรากฏให้เห็น

ไม่เว้น “นายศุภชัย พานิชภักดิ์” อดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก ก็มีชื่อเข้ามาประชันด้วย

โดยมี นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรค และแกนนำ กปปส. ถูกวางตัวให้เป็นเลขาธิการพรรค

โอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์จะปรับทัพใหญ่มีมากน้อยแค่ไหน นายถาวร เปิดใจให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง ว่า หาก คสช.เปิดให้พรรคการเมือง ทำกิจกรรมทางการเมืองได้

สิ่งแรกที่ควรทำคือ เปิดประชุมพรรค เพื่อหารือถึงการเตรียมความพร้อมเลือกตั้งใหญ่ทันที เริ่มตั้งแต่จัดทำนโยบายว่า จะนำเสนอนโยบายอะไรบ้าง อย่างน้อยต้องพูดถึงการปฏิรูป 5 ด้านตามที่มวลมหาประชาชนออกมาเรียกร้อง

ทั้งด้านการศึกษา ด้านกระบวนการยุติธรรม ด้านบริหารราชการแผ่นดิน ด้านปราบปรามการทุจริต และด้านตำรวจ ซึ่งเคยนำเสนอต่อ คสช.ไปแล้ว และตรงกับที่แกนนำพรรคพูดอยู่เป็นเนืองนิจว่า...

...พรรคประชาธิปัตย์อยากให้มีการปฏิรูปประเทศ

นโยบายด้านเศรษฐกิจ ซึ่งต้องยอมรับว่า คสช.ไม่ประสบผลสำเร็จแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ เกิดความเหลื่อมล้ำ มีช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยมากยิ่งขึ้น

นโยบายสถาบันการเงิน บริษัทยักษ์ใหญ่ เพราะเศรษฐกิจตกต่ำ ธุรกิจอื่นย่ำแย่ แต่ปรากฏว่าสถาบันการเงินมีกำไรปีละ 4-6 หมื่นล้านบาท บริษัทยักษ์ใหญ่มีกำไรปีละกว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขโดยด่วน

พรรคจะต้องรีบหาคนมาเสริมทัพทีมเศรษฐกิจ ซึ่งจำเป็นจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ ด้านเศรษฐกิจฐานราก ด้านเศรษฐกิจมหภาค ด้านการเงิน การคลัง เมื่อได้ครบถ้วนจะสามารถผลิตนโยบายด้านเศรษฐกิจครบทุกด้าน ถือเป็นใหญ่ที่จะต้องทำ

และจะต้องมาดูโครงสร้างพรรคว่าจะปรับปรุงหรือปิดจุดอ่อน เช่น ภาคอีสานมี ส.ส. 120 คน แต่มีรองหัวหน้าพรรคดูแลแค่คนเดียว ควรแบ่งพื้นที่ออกเป็น 6-12 กลุ่มจังหวัด และมีเจ้าภาพดูแลโซนจังหวัดนั้นๆ

เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีระบบการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วน ทุกคะแนนมีความหมายนำไปคำนวณ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ เช่น ถ้าในระบบเขต แต่จะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อมาเป็นอันดับต้นๆ

ขณะที่พื้นที่ภาคเหนือจะต้องเพิ่มผู้รับผิดชอบโซนจังหวัด และพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ควรแยกเป็นพิเศษ แบ่งงานให้เป็นภารกิจเฉพาะ มีเจ้าภาพรับผิดชอบโดยตรง ไม่ใช่ให้รองหัวหน้าภาคใต้รับดูแลทั้งหมด

ในพื้นที่ภาคกลางไม่น่าเป็นห่วง มีโอกาสจะได้เก้าอี้ ส.ส.เพิ่ม ส่วนพื้นที่ กทม.ขณะนี้น่าเป็นห่วง เพราะได้รับผลกระทบจากกรณีการบริหารงานใน กทม.

วันนี้จะต้องเร่งหาตัวผู้สมัคร ส.ส.ให้พร้อมและเริ่มลง พื้นที่ได้แล้ว แม้ติดคำสั่งของ คสช.ห้ามเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่กิจกรรมของพรรค การเมืองหยุดไม่ได้ มันเป็นพลวัต

และจะต้องเริ่มปรับปรุงข้อ บังคับพรรคให้สอดคล้องกับกติกาใหม่และ พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า การเซตซีโร่จะกระทบต่อพรรคประชาธิปัตย์มากที่สุด เพราะมีสมาชิกพรรคจำนวนมาก และในพรรคมีการแบ่งเป็น 2 ขั้วใหญ่ที่จะแย่งชิงชื่อพรรคประชาธิปัตย์จดทะเบียนพรรคใหม่ นายถาวร บอกว่า เรื่องนี้ภายในพรรคไม่ตระหนกตกใจเป็นกระตายตื่นตูม

เพราะไม่ทราบจะมีการเซตซีโร่จริงหรือไม่ และจะทำไปทำไม ยิ่งมีการอ้างว่ายุบพรรคแล้วจัดตั้งใหม่ในชื่อพรรคเดิม เพราะทำไปแล้วไม่เกิดประโยชน์และไม่ใช่การปฏิรูปการเมือง

แต่เป็นการกลั่นแกล้งพรรคการเมืองที่สร้างสมประสบการณ์มาตลอด 70 ปี จนได้รับความเชื่อถือ จู่ๆจะใช้อำนาจเบ็ดเสร็จสั่งเซตซีโร่

คิดว่า คสช.ไม่กล้าทำและหัวหน้า คสช.ไม่ทำแน่

ส่วนตัวรู้จักท่านดี คงเป็นเรื่องของคนที่อยู่ใกล้ชิดท่านมากกว่าที่คิดว่าพรรคการเมืองเป็นตัวปัญหา ทั้งที่ความจริงนักการเมืองบางคนเท่านั้น ที่เป็นปัญหา

ขณะที่พรรคการเมืองเป็นนามธรรม และที่สำคัญสมาชิกพรรคไม่มีความผิดอะไร จะไปตัดสิทธิ์ขาดจากการเมืองสมาชิกพรรคการเมืองต่างๆ ยิ่งไม่เป็นธรรม

ทีมการเมือง ถามว่า หากเซตซีโร่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงคณะผู้บริหารชุดใหม่และการปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะขณะนี้มีชื่อ นายถาวร มีชื่อขึ้นมาเป็นเลขาธิการพรรคต่อไป และหัวหน้าพรรคคนใหม่คิดว่าจำเป็นจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถด้านอื่นๆ และทางด้านเศรษฐกิจหรือไม่

นายถาวร บอกว่า ตำแหน่งหัวหน้าพรรคไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในทุกด้านและไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านเศรษฐกิจในเชิงลึกก็ได้

เพียงแต่สามารถเป็นผู้ที่รวบรวมบุคคลที่มีความรู้ด้านต่างๆที่มีอุดมการณ์ให้เข้ามาร่วมเป็นหนึ่งเดียวภายใต้กติกาพรรค เต็มใจที่จะร่วมมืออย่างมุ่งมั่นในการต่อสู้ตามอุดมการณ์ของพรรค

ส่วนที่มีชื่อผมจะขึ้นเป็นเลขาธิการพรรคคนต่อไปก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนพ้องน้องพี่ในพรรค แต่กลไกในพรรคยังมีคนอื่นที่เหมาะสมกว่าผมที่จะทำหน้าที่นี้ได้

เพราะผมยังมีคดีในข้อหากบฏ ซึ่งหนักมาก และมีคดีอื่นๆอีกรวม 20 คดีจากการชุมนุมของ กลุ่ม กปปส. จึงอาจไม่เหมาะสม ไม่สง่างาม และอาจจะตกเป็น จำเลยหรืออาจจะต้องติดคุก ไม่มีใครทราบได้

ฉะนั้น เมื่อสุ่มเสี่ยงต่อชื่อเสียงของพรรค ผมควรพิจารณาตัวเองให้รอบคอบ ผมจะมีตำแหน่งหรือไม่ ยังคงรับใช้พรรคเหมือนเดิมแม้การมีตำแหน่งภายในพรรคจะสามารถขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้ดีกว่า แต่ควรพิจารณาตัวเองด้วยความรอบคอบ

ทีมการเมือง ถามว่า ขณะนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์ภายในพรรคว่านายถาวร เป็นตัวแทนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ที่จะกลับเข้ามามีอำนาจในพรรค ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งมีนายอภิสิทธิ์จะต้องหาคนมาลงแข่งขันคณะผู้บริพรรคชุดใหม่ ก่อให้เกิด 2 ขั้วภายในพรรคแข่งขันกัน

นายถาวร บอกว่า เป็นคำถามที่ใหญ่มาก ขอยืนยันภายในพรรคไม่มีการแย่งชิงอำนาจกันและกัน

แม้จะมีการตั้งข้อสังเกตว่าคนในพรรคฝ่ายหนึ่งเห็นด้วยกับ คสช. แต่อีกฝ่ายหนึ่งยังเห็นว่าจะเห็นด้วยกับ คสช.ทั้งหมดไม่ได้ ต้องเดินตามแนวของพรรค

ความเห็นที่แตกต่างจะหมดไปและจบลงได้ เมื่อได้นั่งจับเข่าคุยกันภายในที่ประชุมพรรคสุดท้ายขอถามว่ารายชื่อบุคคลข้างต้นมีการพูดถึงกันภายในพรรคที่จะเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ภายใต้มีชื่อ นายถาวร คนเดียวที่จะเข้ามาเป็นเลขาธิการพรรค มองปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร นายถาวร บอกว่า เป็นการพูดที่ให้เกียรติผมมาก ขอยืนยันยังมีคนอื่นที่เหมาะสมมากกว่าผม

ส่วนบทบาทของผมยังคงเดินหน้าสานต่องานเรื่องปฏิรูปประเทศ

เพราะ กปปส.ต่อสู้ลงทุนด้วยชีวิต มีผู้เสียชีวิต 25 คน บาดเจ็บ 700 คน

ทั้งหมดทำไปเพื่อปฏิรูปประเทศทั้งระบบให้สำเร็จ.

ทีมการเมือง

11 ก.ย. 2559 14:55 ไทยรัฐ