วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฝ่าด่านการเมืองสู่เป้าหมาย

การจัดแถวทหารในทุกเหล่าทัพเสร็จสรรพออกมาเรียบร้อยอย่างเป็นทางการก็เป็นไปตามที่มีการคาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะตำแหน่ง ผบ.ทบ. ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลต์สำคัญ ที่สุด แม้จะมีการเปลี่ยนตัวจากนายทหารที่เต็งจ๋ามาตั้งแต่แรกๆ ก็ตาม

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท จาก ผช.ผบ.ทบ.ขยับขึ้นเป็น ผบ.ทบ.

พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร จาก เสธ. ทบ.เป็นรอง ผบ.ทบ. ซึ่งเป็น ตัวเต็งมาตั้งแต่แรกที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และพี่ใหญ่ แห่งบูรพาพยัคฆ์ให้การสนับสนุน

พล.ท.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็น ผช.ผบ.ทบ. คู่กันมากับ พล.ท.สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล แม่ทัพภาคที่ 3

พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพน้อยที่ 1 เป็นแม่ทัพภาคที่ 1

พล.ต.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นแม่ทัพภาคที่ 3 พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช ที่ปรึกษากองทัพบกน้องชาย พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.คนปัจจุบันที่เกษียณอายุราชการปีนี้เป็นแม่ทัพภาคที่ 4

นี่คือตำแหน่งสำคัญๆของกองทัพบกที่จะเป็นกำลังสำคัญที่จะเป็นพลังสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ด้วยนโยบายสมบัติผลัดกันชม เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพในกองทัพ

พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ เสนาธิการทหารเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด

พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง เสนาธิการทหารอากาศเป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ ส่วนกองทัพเรือนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือยังเป็นคนเดิมเพราะยังไม่เกษียณอายุราชการ

นายทหารเหล่านี้ ซึ่งขยับขึ้นมารับผิดชอบแต่ละเหล่าทัพที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์มั่นใจว่าจะทำให้สามารถทำหน้าที่ผู้นำประเทศได้อย่างมีเสถียรภาพและเกิดความมั่นคงทั้งด้านการเมืองและการทหาร

เมื่อสามารถจัดแถวทหารด้วยการตั้งมากับมือ ย่อมทำให้ถนนทุกสายต้องวิ่งเข้าหา พล.อ.ประยุทธ์อย่างแน่นอน อย่างน้อยๆ พล.อ.เฉลิมชัย และ พล.ท.อภิรัชต์ที่ได้ขยับขึ้นมารับหน้าที่สำคัญจะต้องตอบสนองอย่างเต็มที่

เพราะถือว่าเป็น “บุญคุณ” อันใหญ่หลวง

ที่ว่าอย่างนี้ หากให้ พล.อ.ประวิตรเป็นผู้จัดทำโผและรับผิดชอบทั้งหมด นายทหาร 2 คนนี้คงจะไม่มีโอกาสอย่างแน่นอน

การแต่งตั้งนายทหารที่ออกมาอย่างนี้ย่อมสร้างความมั่นใจให้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง เหลือก็เพียงแค่ในทางการเมืองที่จะต้องหาความลงตัวให้ได้

โดยเฉพาะเป้าหมายสำคัญคือ การเป็นนายกฯต่อไปหลังการเลือกตั้งในสถานการณ์เปลี่ยนผ่านอย่างน้อยก็อีก 5 ปี เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น

จากเส้นทางที่จะก้าวไปข้างหน้าตามที่ต้องการนั้น กฎกติกาต่างๆ โดยเฉพาะกฎหมายลูกและคำถามพ่วงก็จะต้องเกื้อหนุนอย่างเต็มที่

การก้าวไปสู่ตำแหน่งนายกฯหลังการเลือกตั้งนั้นแม้ดูว่าไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่ายเพราะรัฐบาลจะต้องมีเสียงสนับสนุนเกิน 251 เสียงขึ้นไป

แม้จะมีเสียง ส.ว.250 เสียงอยู่ในมือ แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ เพราะอำนาจของ ส.ว. นอกจากร่วมโหวตนายกฯได้ และ รับผิดชอบเรื่องการปฏิรูปเท่านั้น

ไม่มีอำนาจร่วมพิจารณางบประมาณและการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ความจำเป็นที่จะต้องมีเสียงข้างมากในสภาจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด การจะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพจึงต้องอาศัยนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง

กฎหมายลูกและการเจรจากับนักการเมืองจึงมิอาจหลีกเลี่ยงได้.

“สายล่อฟ้า”

11 ก.ย. 2559 12:32 11 ก.ย. 2559 12:32 ไทยรัฐ