วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตามรอยพระบาท...พระบิดาแห่งการวิจัยและพัฒนาข้าวไทย

ตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์ 1 ในพระราชกรณียกิจของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงอุทิศพระองค์เพื่อช่วยเหลือพสกนิกร โดยเฉพาะคุณูปการ ที่ทรงมีต่อชาวนาที่ถือเป็น “กระดูกสันหลังของชาติ” อย่างหาที่สุดมิได้

“พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และทรงสนับสนุนให้มีการก่อตั้งธนาคารข้าว เพื่อประโยชน์แก่เกษตรกรที่ยากจนทั่วประเทศ รวมทั้งการพัฒนาในด้านอื่นๆอีกมากมายนานัปการ”

เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติในวาระที่ทรงครองราชย์ครบ 70 ปี ในปี 2559 นี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย “กรมการข้าว” ได้ทำหนังสือเพื่อขอพระบรมราชานุญาตในการเทิดพระเกียรติพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะที่ทรงเป็น “พระบิดาแห่ง การวิจัยและพัฒนาข้าวไทย” ไปยังสำนักราชเลขาธิการคณะรัฐมนตรี กระทรวงวัฒนธรรมและราชบัณฑิตยสภา เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา

ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล เพื่อนำเสนอเรื่องการเทิดพระเกียรติฯเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือน ก.ย.นี้

ในโอกาสที่เป็นมหามงคลยิ่งนี้ “ทีมเศรษฐกิจ” จึงขอร่วมเทิดพระเกียรติ ด้วยการน้อมนำ “พระราชดำรัส และพระราชกรณียกิจ” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อเกษตรกรชาวนาไทย โดยเฉพาะพระราชกรณียกิจที่มีต่อการเสริมสร้างและพัฒนา “ข้าวไทย” ให้อยู่ในสถานะ “อู่ข้าวอู่น้ำของโลก” ตลอดมา ดังนี้...

สายพระเนตรอันกว้างไกลเพื่อชาวนา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักถึงความสำคัญ ของอาชีพการทำนา จะเห็นได้จากพระราชดำรัสหลายครั้งที่พระราชทานในโอกาสต่างๆถึง “ชาวนา และการทำนา”...

“ข้าพเจ้ามีโอกาสได้ศึกษาการทดลองและทำนามาบ้าง และทราบดีว่า การทำนานั้นมีความยากลำบากอยู่มิใช่น้อย จำเป็นจะต้องอาศัยพันธุ์ข้าวที่ดี และต้องใช้วิชาการต่างๆด้วย จึงจะได้ผลเป็นล่ำเป็นสัน อีกประการหนึ่งที่นานั้น เมื่อสิ้นฤดูทำนาแล้วควรจะปลูกพืชอื่นๆบ้าง เพราะจะเพิ่มรายได้ให้อีกไม่ใช่น้อย ทั้งจะช่วยให้ดินร่วนช่วยเพิ่มปุ๋ยกากพืช ทำให้ลักษณะเนื้อดินดีขึ้น เหมาะสำหรับจะทำนาในฤดูต่อไป” (พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ผู้นำกลุ่มชาวนา เมื่อพฤษภาคม 2504)

“...การทำนานี่ หรือถ้าไม่ใช่การทำนาก็การปลูกพืชทำกสิกรรมนี้ เป็นสิ่งสำคัญมาก สำคัญยิ่งสำหรับประเทศชาติ ถ้าไม่มีใครทำนา ถ้าไม่มีใครทำการเพาะปลูก จะเป็นเพาะปลูกในสิ่งที่รับประทานได้หรือเพาะปลูกในสิ่งที่เป็นวัตถุดิบสำหรับไปสร้างอะไรต่ออะไร หรือไปผลิตสิ่งอื่นๆ ประเทศชาติก็ไม่มีทางจะอยู่ได้ โดยเฉพาะในสมัยปัจจุบัน การอาชีพเพาะปลูกนี้มีความสำคัญมาก เพราะการเพาะปลูกนี้เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตมนุษย์ ถ้าเราไม่มีการเพาะปลูก ก็จะไม่มีวัตถุดิบที่จะมาเป็นอาหาร หรือเป็นเครื่องนุ่งห่ม หรือเป็นสิ่งก่อสร้าง ฉะนั้นต้องทำการกสิกรรม...” (พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่คณะผู้นำสหกรณ์การเกษตรและสหกรณ์นิคม ณ ศาลาดุสิดาลัย เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ.2521)

“...ข้าวต้องปลูก เพราะอีก 20 ปี ประชากรอาจจะ 80 ล้านคน จะไม่พอ ถ้าลดการปลูกข้าวไปเรื่อยๆ ข้าวจะไม่พอ เราต้องซื้อข้าวจากต่างประเทศ เรื่องอะไร ประชาชนคนไทยไม่ยอม คนไทยนี้ ต้องมีข้าว แม้ข้าวที่ปลูกเมืองไทยจะสู้ข้าวที่ปลูกในต่างประเทศไม่ได้ เราก็ต้องปลูก...” (พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรโครงการโคกกูแว จังหวัดนราธิวาส พ.ศ.2536)

ตลอดเวลาที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัส และทรงดำเนินพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนาข้าว ตลอดจนการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจแก่เกษตรกร ทรงทดลองและวิจัยข้าวด้วยโครงการส่วนพระองค์ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตลอดจนทรงสนับสนุนงานวิจัยข้าว ก่อให้เกิดผลดีอย่างยิ่งกับชาวนาและพันธุ์ข้าวไทย

การฟื้นฟูพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ที่ว่างเว้นไปในช่วงระหว่าง พ.ศ.2479 ถึง พ.ศ.2502 ขึ้นมาอีกครั้ง ได้ก่อให้เกิดขวัญ กำลังใจ และความภูมิใจในอาชีพเกษตรกรรมเป็นอย่างยิ่ง ขณะเดียวกัน ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึง “สายพระเนตรอันกว้างไกล” ในการสร้าง “ความมั่นคงทางอาหารของประเทศ”

พระราชกรณียกิจใหญ่หลวงต่อข้าวไทย

ในวาระสำคัญนี้ กระทรวงเกษตรฯได้รวบรวมพระราชกรณียกิจของ “ในหลวง” ซึ่งก่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุดต่อ “ข้าวไทย” และสร้างแรงบันดาลใจให้กับ “ชาวนา” รวมทั้งประชาชน คนไทยทั้งประเทศ ดังนี้...

1.โครงการในสวนจิตรลดา ซึ่งมีโครงการมากมายเพื่อพัฒนา “ข้าว และการปลูกข้าว” เช่น การทำนาข้าวทดลอง สวนจิตรลดา เพื่อใช้เป็นที่ศึกษา ทดสอบพันธุ์ข้าวต่างๆ และเทคโนโลยีการทำนา การปลูกพืชหมุนเวียนในนาข้าว ที่สำคัญคือการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและถั่วพันธุ์ดีสำหรับเป็นพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทานในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

การทำโรงสีนาข้าวทดลอง สร้างเครื่องสีข้าวแรงเหวี่ยง มูลค่า 25,000 บาท ให้กับสหกรณ์ จัดการให้มีการซื้อข้าวเปลือกในราคาเป็นธรรม สำหรับสมาชิกสหกรณ์โรงสีข้าวตัวอย่าง โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 100,000 บาท ในการเริ่มซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรในราคาที่เป็นธรรม รวมถึงการทำโรงบดแกลบ สวนจิตรลดา

2.ธนาคารข้าว โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสนับสนุนให้มีการจัดตั้งธนาคารข้าวขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2519 เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงในเขต อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

โดยมีพระราชปรารภว่า “ขณะนี้ราษฎรต้องซื้อข้าวบริโภคในราคาสูง ทั้งๆที่ข้าวเปลือกมีราคาต่ำ เนื่องจากพ่อค้าคนกลางแสวงหากำไรเกินควร บางท้องที่ชาวนาขาดแคลนข้าวบริโภคในบางฤดูกาล” จึงมีพระราชประสงค์ให้พิจารณาจัดตั้งธนาคารข้าวของราษฎรขึ้น ในลักษณะเป็นการให้การสงเคราะห์แก่ประชาชน

3.โครงการฝนหลวง เพื่อบรรเทาปัญหาความแห้งแล้ง โดยทรงศึกษาค้นคว้าและวิจัยทั้งด้านวิชาการ อุตุนิยมวิทยาและการดัดแปรสภาพอากาศ จนมั่นพระราชหฤทัยถึงความเป็นไปได้ จึงพระราชทานแนวคิดนี้แก่หม่อมราชวงศ์เทพฤทธิ์ เทวกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยการประดิษฐ์ทางด้านเกษตรวิศวกรรมของกระทรวงเกษตรฯ (ขณะนั้น)

โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ทำการทดลองปฏิบัติการจริงในท้องฟ้าเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 1-2 ก.ค. พ.ศ.2512 โดยเลือกพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นพื้นที่ทดลองเป็นแห่งแรก และได้รับรายงานยืนยันจากราษฎรว่า เกิดฝนตกลงสู่พื้นที่ทดลองอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ในที่สุด

4.การทดสอบและส่งเสริมการปลูกข้าว โดยโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะแก้ไขและพัฒนาด้านการทำมา หากินของประชากรเป็นสำคัญด้วยความเรียบง่าย โดยมอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรดำเนินการวิจัยและส่งเสริมการปลูกข้าวนาสวน ข้าวไร่ ตลอดจนการปรับปรุงระบบการผลิตและการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวในโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ทั้ง 6 แห่ง

5.โครงการพัฒนาส่วนพระองค์ ประกอบด้วย 3 โครงการ ได้แก่

1.โครงการข้าวครบวงจร เนื่องจากปัญหาคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าวที่เกษตรกรใช้ปลูกไม่ดีพอ ทำให้ปริมาณและคุณภาพของผลผลิตตกต่ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้โครงการพัฒนาส่วนพระองค์บางแตน อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี จัดทำ “โครงการ ข้าวครบวงจร” ในพื้นที่ 280 ไร่ เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ให้เกษตรกรสมาชิกสามารถขอยืมไปปลูกเพื่อผลิตข้าวขายให้กับโครงการฯ ในรูปของ “ธนาคารเมล็ดพันธุ์ข้าว”

2.โครงการสาธิตการทำการเกษตรแบบผสมผสาน ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์จากที่ดินที่มีอยู่ให้เหมาะสมกับสภาพ และมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยแบ่งพื้นที่ 97 ไร่ สำหรับการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ โดยปลูกพืชผักอนามัย ผักปลอดสารพิษ ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ พร้อมทั้งปรับปรุงภูมิทัศน์ให้เกิดความสะอาดร่มรื่นเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และอีก 29 ไร่ เป็นพื้นที่สระน้ำ เพื่อไว้ทำการเพาะปลูกในฤดูแล้งและเลี้ยงปลา เป็นการเพิ่มรายได้ของเกษตรกร

3.โครงการตลาดเพื่อชุมชน เป็นโครงการที่ดำเนินการในพื้นที่ 6 ไร่ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อจัดตั้งกองทุนตลาดชุมชน จำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ ปัจจัยการผลิต โรงสีข้าว ผลผลิตทางการเกษตร ทั้งของโครงการฯและจากพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค มาจัดจำหน่ายให้แก่สมาชิกและบุคคลทั่วไปในราคาถูก

การสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาข้าว

เพื่อช่วยเหลือ “ชาวนา” และ “พัฒนาข้าวไทย” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมราษฎรและทอดพระเนตรกิจกรรมของสถานีทดลองข้าว ตั้งแต่ พ.ศ.2498 เป็นต้นมาและเสด็จพระราชดำเนินไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศอย่างต่อเนื่อง แม้เป็นพื้นที่ทุรกันดาร ขณะเดียวกัน ทรงให้ความสำคัญกับ “การวิจัย และงานวิจัย” อย่างยิ่ง

มีพระราชดำรัสที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยข้าว กับข้าราชการผู้ปฏิบัติงานของสถานีทดลองต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินโครงการพัฒนาพันธุ์ข้าวและกระบวนการผลิตข้าวของไทย ดังนี้...

“...การทดลองปลูกพืชพันธุ์ต่างๆนั้นก็เป็นการดี แต่ก่อนส่งเสริมให้ราษฎรปลูกนั้นต้องคำนึงถึงต้นทุนการผลิต ซึ่งรวมถึงระยะเวลาในการปลูกก่อนเก็บผลผลิต แรงงาน ปริมาณน้ำ ปริมาณปุ๋ยที่ต้องใช้ ตลอดจนภาวะการตลาดด้วย ส่วนข้าวไร่นั้นควรทำการทดลองปลูกในท้องที่ต่างๆ ที่มีสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ คุณภาพดิน และปริมาณน้ำแตกต่างกัน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการวิจัยหาข้อมูลก่อนที่จะขยายพันธุ์ที่เหมาะสมแก่ราษฎรในแต่ละท้องถิ่นต่อไป...”

“ในอนาคต...ข้าวไร่มีบทบาทมากเพราะไม่ต้องใช้น้ำมาก และอาศัยน้ำฝนตามธรรมชาติ สำหรับพวกข้าวสาลี และข้าวบาร์เลย์ให้เป็นพืชเสริมสำหรับแปรรูป เพื่อเป็นประโยชน์ต่อชาวเขาและเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง...”

และเพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาข้าวไทย ได้พระราชทานที่ดินเพื่อการวิจัยและพัฒนาข้าวไร่ และธัญพืชเมืองหนาว เนื่องจากทรงเล็งเห็นความสำคัญของการวิจัยและทดสอบพืชในสภาพแวดล้อมต่างๆ

โดยเฉพาะในสภาพที่ใกล้เคียงกับพื้นที่ที่ชาวไทยภูเขาปลูกอยู่จริง โดยพระราชทานที่ดินสถานีเกษตรที่สูงปางดะ ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ให้กรมวิชาการเกษตรใช้ในการวิจัยพัฒนาและส่งเสริมการปลูกข้าวไร่ ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโอ๊ต และพืชเมืองหนาวอื่นๆ สถานีแห่งนี้มีชื่อว่า สถานีทดลองข้าวไร่และธัญพืชเมืองหนาวสะเมิง

ขณะเดียวกัน สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ยังได้สนับสนุนงบประมาณงานวิจัย และพัฒนาข้าว เริ่มตั้งแต่ พ.ศ.2550 เป็นต้นมา งบประมาณปีละ 3-5 ล้านบาท สำหรับงานวิจัยเร่งด่วน ในการแก้ไขปัญหาการทำนาของเกษตรกร และงานผลิตเมล็ดพันธุ์ ตลอดจนงานวิจัยและพัฒนาการใช้ประโยชน์และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ข้าว

ยิ่งไปกว่านั้น พระองค์ได้ทรงรับองค์กรเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาข้าวที่ไม่หวังผลกำไรไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้แก่ สถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ (International Rice Research Institute: IRRI) ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยที่ไม่หวังผลกำไร ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2503 ณ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ วัตถุประสงค์เพื่อทำการวิจัยขั้นพื้นฐานในเรื่องของข้าว การทำนาทุกแง่มุมเพื่อประโยชน์แก่ชาวนาในเอเชีย และประเทศอื่นที่ปลูกข้าว และเพื่อแจกจ่ายข้าวสายพันธุ์ดีไปยังภูมิภาคต่างๆ นำไปเป็นพันธุ์โดยตรงหรือใช้ในการผสมพันธุ์

รวมทั้งทรงรับมูลนิธิข้าวไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษามรดกวัฒนธรรมข้าวไทย เผยแพร่ความรู้เรื่องข้าว สนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาข้าวตลอดจนสนับสนุนนโยบายต่างๆ เพื่อความคล่องตัวในวงการข้าวไทย และแม้กระทั่ง “กรมการข้าว” เองก็ยังได้รับทุนสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาข้าวจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นประจำทุกปี

*******************

จากพระราชภารกิจและพระราชดำริต่างๆที่กล่าวมาข้างต้น เป็นที่ยอมรับจากองค์กรต่างๆ ด้านการเกษตรและข้าวภายในประเทศและในระดับสากล โดยการเฉลิมพระเกียรติด้วยการตั้งชื่อ พันธุ์ข้าวและการถวายรางวัลเกียรติยศจำนวนมากแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา

พสกนิกรชาวไทยต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรง มุ่งมั่นและทุ่มเทกำลังพระวรกายในการช่วยเหลือ “ชาวนาไทย” รวมทั้งพระราชกรณียกิจเพื่อการวิจัยและพัฒนา “ข้าวไทย” ก่อให้เกิดความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมแก่พสกนิกรไทย ส่งผลให้ประเทศไทยของเราเป็นผู้นำในการส่งออกข้าวเลี้ยงประชากรโลกตลอดมา

ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน “พระบิดาแห่งการวิจัยและพัฒนาข้าวไทย” พ่อหลวงของคนไทยทั้งประเทศ!!!

ทีมเศรษฐกิจ

11 ก.ย. 2559 11:41 ไทยรัฐ