วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘มิตซูบิชิ เอสเตท’ อสังหาฯแดนปลาดิบ ผู้พลิกโฉมย่านธุรกิจ ‘มารุโนอูจิ’

“มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป” กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ใน “มารุโนอูจิ ” จากอาคารสำนักงานเก่าๆ ถูกเนรมิตให้เป็นตึกสูงระฟ้า สำนักงานอยู่ชั้นบน ส่วนชั้นล่างใช้เป็นห้างสรรพสินค้าและร้านอาหารต่างๆ มากมาย กลายเป็นย่านธุรกิจที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศญี่ปุ่นแห่งหนึ่งในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา...

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ได้มีโอกาสเข้าร่วมทริป “เอพี โอเพ่นเฮ้าส์” ที่นำนักศึกษาที่มีผลงานฝึกอบรมโดดเด่น เข้าดูงานเรียนรู้จากพันธมิตร บริษัทอสังหาฯ ชั้นนำตัวจริง ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น('เอพี ไทยแลนด์' นำตัวแทนนักศึกษาดูงานกับ 'MEC' ที่ประเทศญี่ปุ่น) เพื่อไม่ให้พลาดประสบการณ์สำคัญ ก็เลยถือโอกาสแวะเยี่ยมชมอาคารภายใต้การพัฒนาของกลุ่ม มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป Mitsubishi Estate Group (MEC) ณ ย่านมารุโนอูจิ (Marunouchi) ย่านธุรกิจที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศญี่ปุ่นแห่งหนึ่งในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร พร้อมทั้งเรียนรู้ในกระบวนการการก่อสร้างภายใต้มาตรฐานระดับสากล

อาคาร Eiraku คือที่แรกที่เราเดินทางมาถึง ตั้งอยู่บนทำเลใจกลางย่าน มารุโนอูจิ (Marunouchi) เขตศูนย์กลางทางธุรกิจสำคัญของมหานครโตเกียว อาคารแห่งนี้เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป Mitsubishi Estate Group (MEC) ได้รับการออกแบบโดย บริษัท Mitsubishi Jisho Sekkei บริษัทสถาปนิกในเครือ MEC ที่มีผลงานการออกแบบอาคารสำคัญๆ ทั้งในและนอกประเทศญี่ปุ่น

ความน่าสนใจของอาคาร Eiraku คือ การออกแบบภายใต้การคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างสูงสุด อาทิ กำแพงสีเขียว และขนาดพื้นที่สีเขียวภายในอาคาร ซึ่งภายในตัวอาคารมีการเลือกใช้ไฟ LED เพื่อตอบรับแนวทางเพื่อการประหยัดพลังงาน และอาคารหลังนี้ได้รับรางวัล S-Class on CASBEE (Comprehensive Assessment System for Build Environment Efficiency: Japanese standard) อีกทั้ง ชั้นใต้ดินยังสามารถเชื่อมต่อไปยัง Underpass หรือ ระบบโครงข่ายทางเดินใต้ดินซึ่งได้มีการวางผังที่เชื่อมต่อพื้นที่ทั้งหมดในย่าน Marunouchi ทำให้สามารถเดินทางระหว่างอาคารถึงสถานีโตเกียวได้อย่างสะดวก

ถัดมาคือ อาคาร Shin-Marunouchi Building เป็นการอนุรักษ์โครงสร้างสถาปัตยกรรมเดิมของอาคาร Shin-Marunouch ไว้อย่างสมบูรณ์ ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมรองรับพนักงานในย่าน Marunouchi อาทิ ห้องประชุม และห้องออกกำลังกาย โดดเด่นด้วย Ecozzeria พื้นที่ส่วนกลางที่พร้อมอำนวยความสะดวกภายในตัวอาคาร ออกแบบด้วยแนวคิดการเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ภายใต้การทำงานร่วมกันของหลากหลายองค์กร อาทิ ภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ องค์กรการศึกษา และชุมชนในการเป็นสื่อกลางในการส่งต่อแนวคิดการอนุรักษ์และการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ หน่วยงาน EGG JAPAN (Entrepreneur Group for Growing Japan) บริการให้พื้นที่สำหรับธุรกิจใหม่ อีกทั้งให้บริการการปรึกษาและพร้อมรองรับพื้นที่การจัดกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ

เดินทางต่อไปไม่ไกลมากนัก ที่อาคาร Marunouchi คือการพัฒนาเฟสที่ 3 ในย่าน Marunouchi เริ่มด้วยการประกาศสร้างอาคาร Marunouchi ในปีค.ศ. 1995 (พ.ศ.2542) สถาปัตยกรรมด้านหน้าของตัวอาคารชั้นล่าง (ความสูงประมาณ 31 เมตร) คงรูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมเอาไว้อย่างครบถ้วน พื้นที่ภายในอาคาร ประกอบด้วยที่ตั้งของศูนย์การค้า ร้านอาหาร และเป็นส่วนพื้นที่สำนักงานกว่า 20 ชั้น อาคาร Marunouchi เปิดต้อนรับผู้มาเยือนมากมาย อาทิ นักท่องเที่ยว และพนักงานในบริเวณใกล้เคียง พื้นที่โถงขนาดใหญ่ชั้น 1 ได้รับการออกแบบเพื่อตอบรับการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย ซึ่งเป็นเครื่องดึงดูดผู้คนที่ผ่านไปมา ทำให้ย่านนี้มีเสน่ห์ที่ไม่เหมือนที่ใด อีกทั้งอาคารแห่งนี้ยังมี Facility ที่เตรียมพร้อมรองรับการประชุมขนาดใหญ่อีกด้วย

ระหว่างการเข้าเยี่ยมชม เราเดินมาถึงย่าน Marunouchi Nakadori Avenue ก็เกิดมีสายฝนโปรยปรายมาพักใหญ่ ซึ่งได้รับผลกระทบมาจากจากพายุไต้ฝุ่นลูกใหม่ "ไลออนร็อก" ถือเป็นลูกที่ 3 ในระยะกว่าสัปดาห์ ทั้งนี้ในอดีต Marunouchi Nakadori Avenue เป็นเพียงสถานที่อันแสนเงียบสงบ เนื่องจากตลอดสองข้างทางเป็นที่ตั้งของสำนักงานธนาคาร ซึ่งปิดทำการในช่วงเย็นและวันหยุด ทั้งนี้ในการพัฒนาย่าน Marunouchi เฟสที่ 3 บริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท ได้เข้าพลิกโฉมถนนอันแสนเงียบสงบนี้ให้เป็นที่น่าสนใจและเป็นที่ดึงดูดผู้คนที่มาเยือนมากขึ้น ด้วยศูนย์การค้า และบูติกต่างๆ โดยตลอดสองข้างทางสามารถสัมผัสได้ถึงสีสันของกิจกรรมต่างๆ เช่น คอนเสิร์ต สตรีทโชว์ และไฟประดับประดาต้นไม้ไปในช่วงฤดูหนาว

อาคาร Marunouchi Park และ พิพิธภัณฑ์ Mitsubishi ichigokan เป็นสถานที่สุดท้ายที่เราเข้าเยี่ยมชม สำหรับการพัฒนาอาคาร Marunouchi Park ประกอบด้วย 2 อาคารที่สำคัญคือ อาคาร Marunouchi Park พื้นที่อาคารสำนักงาน และ พิพิธภัณฑ์ Mitsubishi ichigokan นับว่าเป็นอาคารประวัติศาสตร์ที่คงเอกลักษณ์อันทรงคุณค่าของงานสถาปัตยกรรมสไตล์อังกฤษเอาไว้อย่างครบถ้วน และปัจจุบันได้กลายเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจพรั่งพร้อมทั้งด้านไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรม

จะเห็นได้ว่าการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้นำโดย “มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป” อาคารสำนักงานเก่าๆ ได้ถูกปรับปรุงให้เป็นตึกสูงระฟ้า ให้สำนักงานอยู่ชั้นบนๆ และชั้นล่างใช้เป็นห้างสรรพสินค้าและร้านอาหาร นอกจากนี้ เนื่องจากย่านมารุโนอูจิ (Marunouchi) ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟโตเกียว ซึ่งเป็นสถานีที่คนพลุกพล่านมากที่สุด จึงมีโรงแรม ร้านอาหาร และแกลเลอรี่ศิลปะเกิดขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตามเมื่อพูดถึง “มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป” แล้ว บริษัทนี้เป็นเป็นบริษัทอสังหาฯ ที่เก่าแก่ที่สุดบริษัทหนึ่ง มีประสบการณ์การทำ Real Estate Development มาเป็นเวลากว่า 100 ปีแล้ว และเป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่ที่สุดแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ โดยปัจจุบันกลุ่มนี้ถือครองที่ดินในย่าน มารุโนอูจิ (Marunouchi) ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดย่านหนึ่งของประเทศ เอาไว้ประมาณ 30% ย่านอาคารสำนักงานที่ใครหลายๆ คนเคยเห็นเป็นกลุ่มตึกสูงอยู่ติด “พระราชวังอิมพีเรียล” พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ใจกลางกรุงโตเกียวนั่นเอง.

“มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป” กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ใน “มารุโนอูจิ” จากอาคารสำนักงานเก่าๆ ถูกเนรมิตให้เป็นตึกสูงระฟ้า สำนักงานอยู่ชั้นบน ส่วนชั้นล่างใช้เป็นห้างสรรพสินค้าและร้านอาหารต่างๆ มากมายกลายเป็นย่านธุรกิจที่มีชื่อเสียง 10 ก.ย. 2559 13:40 13 ก.ย. 2559 04:26 ไทยรัฐ