วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โอบามาลุยเอเชียทิ้งทวน วัดผลเกม “ปักหมุดเอเชีย”

ไม่ถือสา?–ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ ก้าวลงทางประตูหลังของเครื่องบินประจำตำแหน่ง “แอร์ฟอร์ซวัน” ที่สนามบินเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียงของจีน โดยไม่มีพรมแดงรอต้อนรับ (เอพี)

การมาร่วมประชุมสุดยอด “จี 20” ในจีน และการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 28-29 กับการประชุมอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ที่ สปป.ลาวของประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ ช่วงสัปดาห์ที่แล้ว มีนัยสำคัญเป็นพิเศษ

นอกจากเป็นการเยือนเอเชียครั้งสุดท้ายก่อนพ้นวาระสมัยที่ 2 ในต้นปีหน้าแล้ว ยังเป็นการประเมิน ทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวของนโยบาย “ปักหมุดเอเชีย” ที่โอบามาริเริ่มตั้งแต่กุมอำนาจสมัยแรกในต้นปี 2552 ไปโดยปริยายด้วย

ก่อนหน้านั้น สหรัฐฯทอดทิ้งเอเชียไปนาน หันไปยุ่งกับตะวันออกกลาง แต่ล้มเหลว ทำให้ภูมิภาคนั้นยุ่งเหยิงลุกโชนไปด้วยไฟสงคราม ส่งผลให้ปัญหาผู้อพยพลี้ภัยและภัยก่อการร้ายทวีขึ้น

โอบามาเคยพูดว่า เอเชียคือ “อนาคต” ของสหรัฐฯและของโลก เท่าที่ผ่านมา เขาโทรศัพท์หารือกับผู้นำชาติเอเชียบ่อยมาก และเดินทางเยือนภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก แล้วถึง 14 ประเทศ มากกว่าทั้งประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช และบิล คลินตัน ซึ่งเคยเยือนคนละแค่ 9 ประเทศ

โอบามายังเป็นผู้นำสหรัฐฯคนแรก ที่มาเยือนกัมพูชา เมียนมา และลาว หลังไปเยือนและยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรด้านอาวุธต่อเวียดนาม “ศัตรูเก่า” เมื่อเดือน พ.ค.ปีนี้ อีกทั้งเป็นผู้นำสหรัฐฯคนแรก ที่ไปเยือนเมือง “ฮิโรชิมา” ในญี่ปุ่น ที่ถูกสหรัฐฯทิ้งระเบิดปรมาณูถล่มในสงครามโลกครั้งที่ 2

จะเห็นได้ว่า โอบามาพยายามแสดงความจริงใจที่จะฟื้นฟูมิตรภาพกับเอเชีย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ในประเทศที่เคยเป็นศัตรู หรือถูกสหรัฐฯ ก่อกรรมทำเข็ญไว้ หวังให้ลืมอดีต มุ่งสู่อนาคตด้วยกัน

เรื่องนี้เห็นได้ชัดเจนในการเยือนเอเชียหนนี้ แม้ตกอยู่ในสถานะ “ผู้นำเป็ดง่อย” และถูกหยามหมิ่นชนิดไม่ไว้หน้าผู้นำ “มหาอำนาจหมายเลข 1” แต่โอบามาก็ยอมกล้ำกลืนฝืนทน

ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่จีนถูกกล่าวหาว่าไม่เอาบันไดไปเทียบเครื่องบิน “แอร์ฟอร์ซวัน” และ ไม่ปูพรมแดงต้อนรับโอบามาเหมือนผู้นำชาติอื่นๆ ที่สนามบินหางโจว และกรณีที่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต แห่งฟิลิปปินส์ เรียกโอบามาว่า “ลูกโสเภณี” เมื่อมีท่าทีว่าเขาจะยกเรื่องสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวเนื่องกับนโยบายปราบปรามยาเสพติดแบบศาลเตี้ยขึ้นมาพูด จนต้องยกเลิกการประชุมทวิภาคีกันกะทันหัน

แต่ถึงกระนั้น โอบามาก็ “เก็บอาการ” บอกว่า ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แม้จะมีคนเจ็บแค้นแทนมากมาย รวมทั้งนายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกันไปชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จอมมุทะลุ ก็ฉวยโอกาสโจมตีว่า โอบามาอ่อนแอ หงอจีน ถ้าเป็นตนจะรีบบินกลับ ไม่อยู่ร่วมประชุมเด็ดขาด

การเยือนเอเชียของโอบามายังมีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด โดยเฉพาะกรณีพิพาทในทะเลจีนใต้ ซึ่งจีนเร่งถมสร้างเกาะเทียมในเขตพิพาท และหาว่าสหรัฐฯเข้ามาแทรกแซง ยุให้ชาติคู่กรณี ทั้งเวียดนามและฟิลิปปินส์งัดข้อกับจีน

แม้โอบามาจะไว้ฟอร์ม เตือนจีนให้เคารพคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการถาวร (พีซีเอ) ที่ว่าจีนไม่มีสิทธิอ้างกรรมสิทธิ์ในทะเลจีนใต้เกือบทั้งหมด ตามที่ฟิลิปปินส์ฟ้องร้อง แต่ถูกประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ตอกกลับอย่างแข็งกร้าว ส่วนแถลงการณ์ร่วมของอาเซียนก็ไม่ตำหนิจีนเรื่องทะเลจีนใต้ และไม่เอ่ยถึงคำตัดสินของพีซีเอ

นั่นบ่งชี้ว่า จีนชนะในเชิงการทูต หลังแผ่ขยายอิทธิพลรุกอาเซียนอย่างหนัก ทั้งด้านการทูต เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม โดยเฉพาะ “กัมพูชา” ซึ่งคอยปกป้องจีนอย่างซื่อสัตย์ และเมื่อเร็วๆนี้ เพิ่งตกลงรับความช่วยเหลือจากจีนมูลค่าถึง 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

แต่แม้จะตกเป็นเบี้ยล่างในเวทีนี้ โอบามาก็สู้จนหยดสุดท้าย รวมทั้งพยายาม “เกี้ยว” สปป.ลาวเจ้าภาพ โดยประกาศจะให้เงินลาวถึง 90 ล้านดอลลาร์ช่วยเก็บกู้ระเบิดตกค้างที่ยังไม่ระเบิด(UXO) หลายสิบล้านลูกใน 3 ปีข้างหน้า หลังจากช่วงสงครามเวียดนามในปี 2507-2516 “ซีไอเอ” ของสหรัฐฯ ทำสงครามลับ ทิ้งห่าระเบิดถล่มลาว เพื่อโดดเดี่ยวตัดเส้นทางส่งเสบียงและอาวุธของคอมมิวนิสต์เวียดนามเหนือ

ช่วงนั้นสหรัฐฯส่งเครื่องบินเข้าไปทิ้งระเบิดในลาวถึง 580,344 เที่ยว หนักกว่า 2 ล้านตัน หรือเกือบ 300 ล้านลูก มากกว่าระเบิดที่ใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่วนใหญ่เป็นระเบิดพวงหรือดาวกระจาย ทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 29,000 คน บาดเจ็บราว 21,000 คน ส่วนใหญ่เป็นพลเรือนและคาดว่า ปัจจุบันยังมี UXO ตกค้างอยู่ราว 30%ใน 10 แขวง จากทั้งหมด 18 แขวงของลาว

ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯเคยให้เงินช่วยลาวเก็บกู้ระเบิดแค่ 100 ล้านดอลลาร์ใน 20 ปีหลังการทุ่มเงินช่วยครั้งนี้จะ “ซื้อใจ” ลาวได้หรือไม่ ขณะที่จีนก็มีแผนสร้างรางรถไฟความเร็วสูงในลาวมูลค่าถึง 7,000 ล้านดอลลาร์!

จนถึงขณะนี้ ยังยากจะชี้ชัดได้ว่านโยบาย “ปักหมุดเอเชีย” ของโอบามาจะไปไกลถึงไหน แต่ความล้มเหลวที่เห็นได้ชัดก็คือกรณี “เกาหลี เหนือ” ซึ่งไม่สนใจมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และนานาชาติ แต่ยิ่งพยศหนัก ทดลองขีปนาวุธเป็นว่าเล่น และเพิ่งทดลองระเบิดนิวเคลียร์ครั้งที่ 5 ไปหมาดๆ!

ที่พอจะพูดได้ว่าเป็นความสำเร็จของโอบามาก็คือ จีนและสหรัฐฯ ผู้ปล่อยก๊าซคาร์บอนมากอันดับ 1 และ 2 ของโลก จับมือกันให้สัตยาบัน “ข้อตกลงปารีส” เพื่อลดภาวะโลกร้อน ในเวที จี 20 ที่หางโจว

นโยบาย “ปักหมุดเอเชีย” ที่โอบามาทิ้งไว้เป็นมรดก ผู้นำใหม่ของสหรัฐฯจะรับไม้ต่อหรือไม่ยังน่าสงสัย ถ้าเป็นโดนัลด์ ทรัมป์ มีสิทธิ์ถูกเตะทิ้งลงถังขยะ แต่ถ้าเป็นนางฮิลลารี คลินตัน ยังมีหวังถูกสานต่อ!


บวร โทศรีแก้ว

10 ก.ย. 2559 08:58 10 ก.ย. 2559 09:04 ไทยรัฐ