วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต้องตามให้ทันโลก

ความไม่ปกติในความปกติเป็นวิถีทางของโลกปัจจุบันที่บังเกิดขึ้นมาแล้ว เป็นเรื่องที่จะต้องปรับตัวปรับความคิดกันใหม่ แม้แต่พญาอินทรีอย่างสหรัฐฯ ก็มิอาจขวางได้กับความเป็นจริง

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้บนเวทีผู้นำโลก ไม่ว่าจะเป็นการประชุมจี20 ที่ประเทศจีน ตามมาด้วย “อาเซียนซัมมิต” ที่ลาวที่ผ่านมา

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ ของประเทศไทย แม้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่ก็ได้รับการยอมรับจากนานาชาติเพิ่มสูงมากขึ้น

ทั้งการวางตัว การแสดงวิสัยทัศน์ในแง่มุมต่างๆ ถือว่าสอบผ่านได้สบายๆ

เป็นผู้นำประเทศที่ไม่ต้องอายใครเชิดหน้าชูตาได้เป็นอย่างดี

คำหนึ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันชัดเจนว่าจะเดินตามโรดแม็ปเลือกตั้ง ปี 60 เป็นสิ่งที่ย้ำเตือนให้ชาวโลกได้รับรู้ถึงเจตนารมณ์

จากนี้ไปคงไม่ต้องมีใครตั้งคำถามอีกแล้วว่าไทยจะเดินไปทางไหน?

ประเด็นสำคัญที่ตอกย้ำก็คือการที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านประชามติและคงจะประกาศใช้อย่างเป็นทางการในอีกไม่นานนี้

การเลือกตั้งก็จะบังเกิดขึ้นบนวิถีทางประชาธิปไตย

ต่อไปก็คงไม่ต้องกังวลแล้วว่าจะเกิดแรงกดดันจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นยูเอ็น สหรัฐอเมริกา หรืออียูกันอีกแล้ว

เหลือเพียงแต่ว่าเส้นทางการเมืองในประเทศจะออกหัวออกก้อยอย่างไรเท่านั้น

ตรงกันข้ามกับ “โอบามา” แห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งอีกไม่นานก็จะต้องพ้นจากตำแหน่งครบ 8 ปี ดูเหมือนว่าห้วงเวลาก่อนจะจากไป

เจอแต่เรื่องเจ็บๆ คันๆ อย่างไม่น่าเชื่อ

เขาเป็นผู้นำประเทศระดับอภิมหา อำนาจเบอร์ 1 โลก ไม่ว่าจะไปไหน ประเทศใด ไม่ต่างไปจาก “พญาเหยียบเมือง”

ต้องได้รับการต้อนรับอย่างยอดเยี่ยม

เผอิญการเดินทางไปร่วมประชุมจี 20 ที่เมืองจีน ยังไม่ทันลงจากแอร์ฟอร์ซ-วันก็เจอลูบคมลองของทันที

ลงจากเครื่องบินด้วยบันไดใต้เครื่องไร้พรมแดง...คิดดูก็แล้วกัน

ต้องเสียหน้าเสียตาอย่างไม่เคยปรากฏ

หนำซ้ำยังมาเจอ “ดูเตร์เต” ผู้นำฟิลิปปินส์อัดเข้าไปเต็มๆ “ลูก...โสเภณี” มันยิ่งเจ็บลึกเข้าไปอีกจนเข้าหน้ากันไม่ติด

“ฟิลิปปินส์” นั้นเป็นที่รู้กันดีว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่นแค่ไหน ว่าไปก็ไม่ต่างไปจากรัฐหนึ่งของอเมริกาด้วยซ้ำไป

มีฐานทัพ มีอาวุธ มีกองกำลังของสหรัฐฯพร้อมสรรพและถือว่าเป็นพื้นที่หนึ่งที่สามารถเอาไว้ข่มขู่ ไม่ว่าจีน รัสเซียในภูมิภาคนี้ แต่เมื่อเจอสถานการณ์อย่างนี้เข้าเห็นท่าจะลำบากไม่น้อย

พูดง่ายๆว่าเจอไป 2 ดอกเต็มๆ มึนตึ้บไปเลย

การช่วงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระหว่าง “โดนัลด์ ทรัมป์” กับ “ฮิลลารี คลินตัน” ก็ทำท่าไม่ค่อยดีนัก

เมื่อ “ทรัมป์” ได้คะแนนตีตื้นขึ้นมาเหนือกว่าแล้ว

เพราะได้คะแนนนิยมเพิ่มจากการเดินนโยบายที่ผิดพลาด แม้กระทั่งการบุกยึดครองอิรัก “ฮิลลารี” ต้องยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดครั้งสำคัญ

จนทำให้เสียคะแนนจากชนชาวอเมริกันที่ไม่พอใจอยู่แล้วเพราะการกระโจนเข้าไปสู่สงครามที่ต้องสูญเสียทั้งเงินและชีวิตของพวกเขา

ไม่ต่างไปจากการเปิดสงครามอินโดจีนจนพ่ายแพ้ไปอย่างราบคาบ

ผลจากการนี้ย่อมเป็นภาพสะท้อนจากผลแห่งการกระทำของสหรัฐฯที่ผ่านมาทั้งสิ้นเมื่อใช้นโยบายตีเมืองขึ้น

วันนี้เวรกรรมกำลังหันกลับมาไล่ล่าแล้ว!!!

“ลิขิต จงสกุล”

10 ก.ย. 2559 08:51 ไทยรัฐ