วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ครึ่งเช้าหุ้นไทยรูดลง 11.95 จุด โบรกฯแนะหาจังหวะเล่นสั้นหาจุด Stop Loss

ดัชนีหุ้นไทยครึ่งเช้ารูดลง 11.95 จุด ดัชนีเคลื่อนไหวอยู่ที่ 1,443.43 จุด นักวิเคราะห์ประสานเสียงหาจังหวะเล่นสั้นๆ ทยอยลดพอร์ต หาจุดตัดขาดทุนเพื่อจำกัดความเสี่ยง มองหากดัชนีหลุด 1,450 จุดมีโอกาสดีดกลับทางเทคนิคแต่ไม่น่าเกิน 1,500 จุด

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ช่วงเช้าวันที่ 9 ก.ย.59 ปิดลบ 11.95 จุด คิดเป็น-0.82 % ดัชนีอยู่ที่ 1,443.43 จุด มูลค่าการซื้อขาย 34,005.99 ล้านบาท ดัชนีสูงอยู่ที่ 1,458.39 จุด ต่ำสุดอยู่ที่ 1,440.92 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) 4.บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ5.บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน)

โบรกฯแนะหาจังหวะเล่นสั้นหาจุด Stop Loss

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ จำกัด วิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้พลิกจากสัปดาห์ที่แล้วแบบหน้ามือเป็นหลังมือ โดยปรับตัวลงเกือบ 5% สวนทางตลาดหุ้นภูมิภาคที่ส่วนใหญ่ทรงตัวถึงปรับขึ้น โดยเราเชื่อมาว่าจากปัจจัยภายในประเทศที่มีความไม่แน่นอนสูง ทำให้นักลงทุน “ระมัดระวัง” การลงทุนช่วงนี้มากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อวานนี้ (8 ก.ย.) เกิดสัญญาณเชิงลบทางปัจจัยเทคนิคต่อเนื่อง ทำให้เกิดแรงเทขายลักษณะตัดขาดทุนเพื่อจำกัดความเสี่ยง (Stop Loss) ซ้ำเติมตลาด

อย่างไรก็ตามในระยะสั้น เรามองดัชนีที่ระดับต่ำกว่า 1,450 มีโอกาสดีดกลับได้ทุกเมื่อ แต่เป็นการดีดกลับทางเทคนิคไม่น่าเกินระดับ 1,500 แล้วยังมีแนวโน้มแกว่งลงต่อ

สำหรับกลยุทธ์นั้นนักลงทุนที่ถือครองหุ้นมากเกินไปเป็นจังหวะรอขายลดพอร์ต-ถือเงินสดเพิ่ม แต่ในขณะเดียวกัน ก็จะเป็นจังหวะเข้าเก็งกำไรเพื่อหวังรีบาวด์ในระยะสั้น สำหรับนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้สูง

ส่วนนักลงทุนทั่วไปแนะนำอยู่ในโหมด “Wait & See” รอประเมินสถานการณ์ใหม่ให้มีความชัดเจนก่อน สำหรับหุ้นเก็งกำไรเพื่อหวังรีบาวด์ในระยะสั้น เลือกหุ้นที่ราคาลงเยอะจนเข้าใกล้หรืออยู่เข้าภาวะ “Oversold” แล้ว แต่พื้นฐานไม่เปลี่ยน เด่น WORK, ITD, QH

ทางด้านนายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (KTBST) ประเมินตลาดหุ้นไทยในวันนี้ว่า ส่วนปัจจัยในประเทศ วันนี้มีเพียงเรื่องของการขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยงของนักลงทุน จากราคาหุ้นและดัชนีฯ ที่เริ่มไปต่อไม่ไหว ขาดปัจจัยบวกใหม่ๆ และดัชนีฯที่ปรับตัวลงแรงในบางวัน ทำให้นักลงทุนถอยออกจากตลาด แม้นักลงทุนต่างประเทศจะยังซื้อต่อ แต่ฝั่งนักลงทุนสถาบันในประเทศ หากยังขายต่อจะเป็นลบต่อตลาดหุ้น

ทั้งนี้ ภาพของตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดจะยังผันผวนต่อ และมีโอกาสที่จะปิดลดลงจากวันก่อน หากไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามาพยุงตลาดในระหว่างวัน ซึ่งแรงขายที่กดดันต่อตลาด 2 ใน 4 วันของสัปดาห์นี้ เป็นสัญญาณว่านักลงทุนเริ่มชะลอการลงทุน สำหรับกลยทุธ์การลงทุนวันนี้ เรายังแนะนำให้ลดพอร์ตต่อเนื่อง และกรอบเวลาการลงทุนยังควรเป็นเล่นสั้นๆ ในลักษณะลงซื้อขึ้นขาย มีจุดสำหรับหยุดการขาดทุน (stop loss) ถ้าราคาผิดทาง

ส่วนจังหวะการเข้าลงทุน ควรรอเมื่อดัชนีฯ มีการปรับตัวกลับขึ้นมา (rebound) แล้วยืนได้ หุ้นกลุ่มที่มีรายได้จากต่างประเทศหรืออิงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ น่าจะเป็นกลุ่มแรกๆ ที่จะมีการดีดตัวขึ้นก่อน มองหุ้นเด่น สำหรับการเก็งกำไรช่วงสั้นอย่าง DIF ซึ่งเป็นหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,447-1,465 จุด.

ดัชนีหุ้นไทยครึ่งเช้ารูดลง 11.95 จุด ดัชนีเคลื่อนไหวอยู่ที่ 1,443.43 จุด นักวิเคราะห์ประสานเสียงหาจังหวะเล่นสั้นๆ ทยอยลดพอร์ต หาจุดตัดขาดทุนเพื่อจำกัดความเสี่ยง มองหากดัชนีหลุด 1,450 จุด 9 ก.ย. 2559 12:45 9 ก.ย. 2559 12:58 ไทยรัฐ