วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จัด ‘เกมรับ’ กันหัวหมุน

สัญญาณแรงตั้งรับกันไม่ถูก

ไม่ใช่แค่ทิศทางกฎกติกาใหม่ จากที่ขั้วการเมืองใหญ่รุมต้านพิมพ์เขียวจาก สปท.สาย “ห้อย-โหน” ทั้ง ส.ว.ลากตั้งโหวตเลือกนายกฯ จนมาถึงเงื่อนไขย้อนยุคในกฎหมายลูก 4 ฉบับ

มีทั้งไต๋ร้อนจาก สปท. ชงประเด็นในกฎหมายเลือกตั้ง ดึงกระทรวงมหาดไทย-คสช.มาจัดการ และคุมเลือกตั้ง โทษหนักทั้งผู้สมัคร หัวหน้าพรรคปล่อยโกง โอกาสโดนจองจำการเมืองตลอดชีวิต

ถึงจะไม่มีคิว “ล้างบางเรียบวุธ” แค่เซ็ตซีโร่เบาะๆ ล้างบัญชีสมาชิกพรรค

แต่เท่านี้ก็ทำนักการเมือง พรรคการเมืองที่จะเป็น “ผู้เล่น” หัวหมุนแล้ว

ยังไม่รวมข้อเสนอจากอีกหนึ่งผู้เกี่ยวข้องอย่าง กกต. ชงข้อเสนอร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองมาเป็นอันดับแรก สรุปใจความในโจทย์

“ตั้งยาก-อยู่ยาก-ยุบยาก” และคุมนโยบายพรรคการเมือง

แค่ 2 หน่วยงานก็เริ่มฝุ่นตลบ ชนิดคงต้องรอซักพักให้ทีม “ซือแป๋มีชัย ฤชุพันธุ์” ประธาน กรธ.จะรวบข้อเสนอและเคาะกันเมื่อไหร่ จึงจะพอเห็นไต๋ หาทางแก้เกมล่วงหน้ากันถูก

แต่ที่น่าจะอ่านทางได้ จากสถานการณ์ช่วงเปลี่ยนผ่าน และโจทย์หลักของ “อำนาจพิเศษ” ในการจัดระเบียบบ้านเมือง-นักการเมือง จึงมีโอกาสปักธงที่ล็อกแรง คุมเข้ม เอื้อต่อการคอนโทรลอำนาจ

ตามโมเดลประชาธิปไตยครึ่งใบ สูตร “ย้อนยุค”

และเชื่อว่าทุกป้อมค่ายการเมืองก็พอจะมองเห็นเค้าลางตรงกัน นั่นก็อยู่ที่ค่ายใดพรรคไหนจะปรับตัวให้เข้าสูตรตรงสเปก “อำนาจพิเศษ” ไม่ให้หลุดวงโคจร ตกขบวนรถไฟสายอำนาจพิเศษที่ห้อตะบึงแรงจัด

โดยเฉพาะที่น่าจะต้องคิดวางหมากแก้เกมกันหนัก ไม่พ้นพรรคเพื่อไทยที่อยู่ในภาวะระส่ำหนักหลังจากคิวประชามติ แต้มต่อไหลไปอยู่ในมือ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.

ในสถานการณ์หัวหมุนจากกฎกติกาใหม่ ที่ทำได้แค่ออกมาต้านเกมบุก

อีกทางก็ต้องตั้งรับ หลังสัญญาณอันตรายมาถี่ นอกจากอัยการส่งเรื่องขอถอนประกันแกนนำคนเสื้อแดง ยังมีคิวลุ้นคุกของคนในเครือข่าย “นายใหญ่” ทักษิณ ชินวัตร มาเป็นระยะๆ

มีตัวอย่างจากระดับบิ๊กเนมอดีตรัฐมนตรีไปแล้วหลายราย

ทำเอาขุนพลเล็กใหญ่ที่ติดชนักต้องระทึกขวัญ ไม่ว่าจะเป็นอดีตรัฐมนตรีที่อยู่ในกระบวนการ “ถอดถอน” อดีต ส.ส.ลอตใหญ่ ที่กำลังโดน ป.ป.ช.ไล่ตรวจสอบปมเข้าชื่อเสนอกฎหมายนิรโทษล้างผิดสุดซอย ฯลฯ

และล่าสุด น.ส.สุภา ปิยะจิตติ ป.ป.ช. ระบุว่า ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดทางอาญา และถอดถอนนายนริศร ทองธิราช อดีต ส.ส. สกลนคร กรณีเสียบบัตรแทนกันในที่ประชุม และนายอุดมเดช รัตน-เสถียร อดีต ส.ส.นนทบุรี ในความผิดฐานสับเปลี่ยนร่างรัฐธรรมนูญ

รวมทั้งนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา ที่ไม่ตรวจสอบร่างรัฐธรรมนูญ และไม่ชัดเจนในเรื่องระยะเวลาการแปรญัตติ และศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยแล้วว่า กระทำไปโดยมิชอบ

ป.ป.ช.จึงชี้มูลความผิดทางอาญา ส่วนความผิดด้านถอดถอน เคยส่งเรื่องให้ สนช.

สรุป ป.ป.ช.ลงดาบเชือดอีก 3 ราย

แต่ที่ระทึกแบบบิ๊กโปรแกรมกันเลย กรณี “อดีตนายกฯปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องสู้คดีทั้งทางแพ่งในปมความเสียหายโครงการรับจำนำข้าว ขณะที่กระบวนการคดีอาญาก็งวดเข้ามา

ยิ่งมีกรณี “สนธิ ลิ้มทองกุล” อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตร ถูกคำพิพากษาจำคุก 20 ปี ในคดีใช้เอกสารกู้เงินเป็นเท็จ เป็นปรากฏการณ์ “คุก” โดยไม่เลือกปฏิบัติ ปัจจัย “มาตรฐานเดียวกัน” ที่โชว์

ยิ่งเพิ่มดีกรีลุ้นระทึก

ยังไม่รวมชนักคดีที่เกี่ยวโยงคนตระกูลชินฯ ทั้งกรณีดีเอสไอเรียกสอบนายพานทองแท้ ชินวัตร ในปมฟอกเงินธนาคารกรุงไทย

ทำเอาเครือข่ายนายใหญ่ที่กำลังเร่งโหมด “ปฏิรูปพรรค” ควานหาตัว “แม่ทัพ” คนใหม่ สะดุ้งเป็นระยะ

ในสถานการณ์ที่เกมเปลี่ยน ดุลเปลี่ยน ช่องดีลแคบลง

เครือข่าย “นายใหญ่” ตั้งหลักรับเกมรุกไล่แทบไม่ทัน.

ทีมข่าวการเมือง

9 ก.ย. 2559 04:22 ไทยรัฐ