วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิ่งไล่กวดหัวขโมยออนไลน์ รู้ป้องกันตัวไม่มีอะไรปลอดภัย 100%

ตื่นแก้ปัญหาขโมยเงินออนไลน์ เผยไม่มีระบบไหนปลอดภัย 100% ต้องรู้จักป้องกันตัว แนะเลี่ยงใช้บริการอินเตอร์เน็ตสาธารณะ เสี่ยงถูกล้วงข้อมูล ชี้คนไม่ใช้พร้อมเพย์เพราะไม่มั่นใจ แบงก์ไม่ควรยัดเยียดหวังเพิ่มยอด แต่ต้องสร้างความเข้าใจให้ชัดเจนด้าน กสทช.นัดถก ธปท. สมาคมธนาคาร สมาคมโทรคมนาคม บูรณาการแก้ปัญหา

นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 12 ก.ย.59 สำนักงาน กสทช.ได้เชิญธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มาหารือเพื่อหาแนวทางความร่วมมือ สร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการทางการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น

“เมื่อเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มือถือเข้ามามีบทบาทต่อบริการทางการเงินมากขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องแสวงหาความร่วมมือร่วมกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้มากขึ้น”

นายธนะสิทธิ์ สรรพโชติวัฒน์ ผู้บริหารส่วนตรวจสอบความเสี่ยง ฝ่ายตรวจสอบความเสี่ยงและเทคโนโลยีสารสนเทศ ธปท. กล่าวในงานเสวนาเรื่อง “ขโมยเงินออนไลน์ผ่านมือถือ : จากกรณีปัญหาสู่มาตรการแก้ไขเชิงระบบ” ระบุ ปัจจุบันมีการใช้ธุรกรรมการเงินออนไลน์หรืออินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้ง ทั้งสิ้น 10 ล้านบัญชี และบริการการเงินผ่านมือถือ (โมบายแบงก์กิ้ง) 13 ล้านบัญชี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี

ทั้งนี้ การใช้บริการธุรกรรมทางการเงินผ่านออนไลน์และมือถือนั้น ผู้บริโภคต้องกำหนดรหัสส่วนตัว รหัสเปิด-ปิดมือถือเพื่อความปลอดภัย และไม่ควรเข้าไปคลิกลิงค์เว็บไซต์ที่ไม่รู้จัก เพราะอาจติดไวรัสหรือมัลแวร์ หรืออาจถูกแฮกข้อมูลได้และควรหลีกเลี่ยงการใช้บริการอินเตอร์เน็ตสาธารณะ เพราะกลุ่มแฮกเกอร์อาจฉวยโอกาสล้วงข้อมูล และควรตั้งคำถามส่วนตัว ที่เป็นข้อมูลเฉพาะของตัวเองที่คนอื่นไม่รู้ด้วย เพื่อป้องกันอีกระดับหนึ่ง

“ต้องยอมรับว่าไม่มีระบบใดปลอดภัย 100% แต่เราต้องป้องกันจากตัวเราก่อน เหมือนที่อยู่อาศัย ยังต้องล็อกกุญแจหลายประตู ดังนั้นเมื่อใช้บริการการเงินออนไลน์ ก็ควรมีรหัสป้องกันหลายด่าน อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ธปท.ได้เผยแพร่ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับวิธีลดความเสี่ยงของระบบออนไลน์ให้ผู้บริโภคทราบมาตลอด แต่เมื่อมีการใช้บริการมากขึ้น ภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ควรยกระดับทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากขึ้นด้วย”

นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพร กรรมการ กสทช. กล่าวว่า ภาครัฐและเอกชน ต้องสร้างความเข้าใจให้มากขึ้น โดยเฉพาะบริการพร้อมเพย์ ซึ่งต้องแจ้งทั้งข้อดีและข้อเสียให้เข้าใจ ให้รู้เท่าทันเทคโนโลยีและให้มีความเข้าใจด้วย ไม่ใช่ชักชวนให้ลูกค้าสมัครบริการออนไลน์ เพื่อสร้างยอดบัญชีลูกค้าเท่านั้น ปัจจุบันหากผู้บริโภคไปใช้บริการที่สาขาธนาคาร พนักงานจะเชิญชวนให้สมัคร แต่การกรอกรายละเอียดตัวเล็กมากและมีรายละเอียดมาก ดังนั้นควรจะสรุปให้เห็นเด่นชัด เมื่อลูกค้าพิจารณาแล้วเห็นว่าดี ก็คงยินดีสมัครเอง “การหลอกลวงออนไลน์ มีหลากหลายรูปแบบ และมีความซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ส่วนใหญ่เป็นการซื้อขายออนไลน์ เมื่อซื้อสินค้าแล้วไม่ได้สินค้าตามที่สั่ง หรือไม่ได้รับสินค้า ทั้งๆที่ชำระเงินไปแล้ว ขณะที่กระบวนการรับเรื่องร้องเรียนต้องรอนาน เพราะมีหลายหน่วยงานเกี่ยวข้อง ซึ่งก็ควรปรับระบบเพื่อช่วยผู้บริโภคให้ได้รวดเร็วด้วย ขณะที่ระบบการส่งข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) OTP ที่เป็นรหัสเข้าใช้บริการทางการเงิน ก็ยังไม่ปลอดภัยทั้งหมด ผู้บริโภคต้องตรวจสอบให้ละเอียด”

นพ.ประวิทย์กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ประชาชนไม่สนใจสมัครใช้บริการพร้อมเพย์นั้น เป็นเพราะประชาชนไม่มั่นใจว่าข้อมูลส่วนตัว ทั้งเลขประจำตัวประชาชน เบอร์มือถือ จะมีความปลอดภัยหรือไม่ หากรู้เพียงเบอร์มือถือ ก็สามารถโอนเงินได้ ทั้งที่ช่วงเริ่มต้นของบริการพร้อมเพย์ จะให้บริการเฉพาะการรับโอนเงินเท่านั้น แต่หากในอนาคตให้บริการชำระเงินได้ด้วย ก็ต้องมีระบบความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น.

ตื่นแก้ปัญหาขโมยเงินออนไลน์ เผยไม่มีระบบไหนปลอดภัย 100% ต้องรู้จักป้องกันตัว แนะเลี่ยงใช้บริการอินเตอร์เน็ตสาธารณะ เสี่ยงถูกล้วงข้อมูล ชี้คนไม่ใช้พร้อมเพย์เพราะไม่มั่นใจ 9 ก.ย. 2559 02:34 9 ก.ย. 2559 02:38 ไทยรัฐ