วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แอร์ (ไม่ต้อง) กราบ ขอเพียงผู้โดยสารเข้าใจ

การคำนึงถึงความปลอดภัย และความพยายามเอาใจใส่ดูแลผู้โดยสาร คือหน้าที่ของลูกเรือ แต่แล้วกลับเกิดความเข้าใจผิด จนนำไปสู่เหตุพิพาท ระหว่างสายการบินแห่งหนึ่ง กับ ผู้โดยสาร ที่ลุกลามดั่งไฟลามทุ่งบนโลกโซเชียลมีเดีย

ความปลอดภัย VS ความเข้าใจผิด 

ในแนวทางปฏิบัติการดูแลความปลอดภัยบนเครื่องบินนั้น ต้องยอมรับว่า มีขั้นตอนที่แสนจุกจิก อาจทำให้ผู้โดยสาร เกิดความไม่เข้าใจ ระแวง หรือ รำคาญ แต่หากเหล่าบรรดาลูกเรือ เพียงละเลย ไม่ใส่ใจ หรือ ทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เพียงเพราะเกรงว่า ผู้โดยสาร จะเกิดความไม่พอใจ...

คิดบ้างไหม มันอาจจะเกิดอะไรขึ้น?

เพราะอนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน อะไรๆย่อมเกิดขึ้นได้ หากไม่มีการเตรียมพร้อมที่ดีและมากพอ หรือ ให้การดูแลผู้โดยสาร ที่ควรต้องดูแลเป็นพิเศษไม่ได้....

สุดท้าย ผลลัพธ์ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ลูกเรือ ย่อมต้องเป็นผู้รับผล....ที่จะเกิดขึ้น เหล่านั้น ใช่หรือไม่? 

ด้วยเหตุนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงมุ่งนำเสนอสกู๊ปชิ้นนี้ เพื่อให้ทั้ง ฝ่ายผู้ให้บริการ และผู้รับบริการ ได้เข้าใจถึงวิธีปฏิบัติ ขั้นตอนการดูแลความปลอดภัย ในการเดินทาง ทีมข่าวฯ จึงได้เชิญผู้เกี่ยวข้องในการดูแลความปลอดภัยบนเครื่องบินมาให้ความรู้ถึงกฎระเบียบต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยง ความขัดแย้ง ที่อาจจะเกิดขึ้นอีก...ในอนาคต...

เพราะความที่ ไม่เข้าใจซึ่งกัน....และกัน....มากพอ

ถามรายละเอียด ดุลยพินิจลูกเรือ ให้บริการผู้โดยสาร

นายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมท่าอากาศยาน และรักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยว่า การทราบรายละเอียดของผู้โดยสารบนเครื่องนั้น โดยทั่วไปแล้วพนักงานบนเครื่องมีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในการบิน มีสิทธิ์ที่จะทราบรายละเอียดสำคัญของผู้โดยสาร เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความปลอดภัย ซึ่งการสอบถามผู้โดยสารแต่ละบุคคลเป็นดุลยพินิจของลูกเรือไม่ได้ระบุไว้ในกฎการบิน

ทั้งนี้ ระเบียบปฏิบัติของลูกเรือบนเครื่องบิน แต่ละสายการบินจะแตกต่างกัน แต่ระเบียบของส่วนกลางจะเป็นเรื่องของความปลอดภัยกับการรักษาความปลอดภัย เช่น ทำให้เครื่องบินปลอดภัยในการเดินทาง ห้ามสูบบุหรี่ เป็นต้น ส่วนการที่ลูกเรือสอบถามผู้โดยสารว่า ผู้โดยสารเป็นอะไรนั้น น่าจะเป็นเรื่องของการให้บริการของแต่ละสายการบินมากกว่า

“กรณีผู้โดยสารป่วยหรือเป็นทุพพลภาพนั้น แล้วแต่ว่าสายการบินจะให้บริการอย่างไร ไม่ได้มีการกำหนดระเบียบไว้ กำหนดเรื่องทั่วไปเฉยๆ ที่เหลือจะเป็นอย่างไรก็เป็นดุลยพินิจของการให้บริการ เพราะบางอย่างเป็นเรื่องของการให้บริการที่แต่ละสายการบินต้องไปดูแล” อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าว

ทราบข้อมูลผู้โดยสาร หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ช่วยเหลือทันท่วงที

ด้าน กัปตันสนอง มิ่งเจริญ นายกสมาคมนักบินไทย กล่าวว่า โดยปกติแล้วหากมีผู้โดยสารป่วย นั่งรถเข็น ผู้ทุพพลภาพ บุคคลพิเศษ บุคคลสำคัญ จะมีข้อมูลจากภาคพื้นดินแจ้งให้กัปตันทราบก่อน โดยพนักงานภาคพื้นจะทำเอกสารส่งมาให้กัปตันเซ็นรับทราบว่า เที่ยวบินนี้มีผู้โดยสารประเภทใดบ้างที่นั่งอยู่บนเครื่อง เนื่องจากเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินและต้องอพยพผู้โดยสารออกจากเครื่องบิน จะต้องทราบว่าผู้โดยสารนั่งอยู่ตรงไหน เพื่อช่วยเหลือได้ทันท่วงที

ส่วนเมื่อผู้โดยสารทำผิดกฎระเบียบบนเครื่องบิน เช่น สูบบุหรี่ หรือ ก่อกวนผู้โดยสารท่านอื่น ลูกเรือจะมีหน้าที่ระงับ ควบคุมสถานการณ์โดยใช้อำนาจของผู้ควบคุมอากาศยาน ตาม พ.ร.บ.ความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2558 โดยกัปตันสามารถมอบหน้าที่ให้กับลูกเรือประจำอากาศยาน เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยภายในเครื่องบินได้ ซึ่งการเข้าระงับเหตุหรือการกระทำซึ่งไม่ใช่ความผิดร้ายแรงซึ่งหน้า ลูกเรือจะต้องแจ้งกัปตันทราบก่อน เพื่อตกลงกันว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรได้บ้าง

นอกจากนี้ หากลูกเรือไม่สอบถามรายละเอียดอาการป่วยของผู้โดยสาร และปล่อยให้ขึ้นเครื่อง มีความผิดหรือไม่นั้น

กัปตันสนอง ตอบว่า โดยปกติแล้ว หากผู้โดยสารมีอาการป่วย และมีปัญหาในการเดินทาง จะมีเอกสารแจ้งมายังกัปตัน เพื่อตรวจสอบว่าสามารถเดินทางได้โดยไม่เป็นอันตราย ตามระเบียบของแต่ละสายการบิน

อีกทั้ง การเจาะจงให้ลูกเรือมาเสิร์ฟอาหาร เป็นการเฉพาะ นั้น ไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากหน้าที่ในการให้บริการ คงอยู่ที่หัวหน้าลูกเรือกำหนด เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยและเป็นไปตามขั้นตอน” นายกสมาคมนักบินไทย กล่าว

เจาะลึก ระเบียบปฏิบัติลูกเรือ ผู้โดยสารรู้ไว้ไม่เสียหาย!?

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวฯ ได้ติดต่อไปยัง อาจารย์อุ้ม มนชยา คุปตะวินทุ ครูสอนแอร์ฯ ชื่อดังของเมืองไทย เพื่อสอบถามถึงระเบียบปฏิบัติของลูกเรือบนเครื่องบิน

โดยครูสอนแอร์ฯ ชื่อดัง อธิบายว่า ระเบียบปฏิบัตินั้น จะขึ้นอยู่กับแต่ละสายการบิน แต่โดยรวมหน้าที่ของหัวหน้าลูกเรือและลูกเรือ จะเริ่มตั้งแต่ในห้อง Briefing จะมีการทำ Pre-Flight Briefing เพื่อที่จะให้ข้อมูลกับลูกเรือว่าไฟลท์นี้มีอะไรเป็นพิเศษบ้างไหม เช่น  สภาวะอากาศแปรปรวนหรือไม่ หากมีอาจจะต้องมีการปรับเวลาเพื่อความสะดวก สบายของผู้โดยสาร หรือ การที่ผู้โดยสารมีความต้องการความช่วยเหลือพิเศษ กลุ่มผู้โดยสารที่มีปัญหาสุขภาพ, ผู้โดยสารสูงอายุ, ผู้โดยสารเด็กเดินทางคนเดียว หรือผู้โดยสารที่ต้องมีอุปกรณ์ช่วยชีวิต ถังออกซิเจน หรือยาพิเศษที่เตรียมมาเอง จะต้องมีการประสานงานให้ลูกเรือ นักบินและ Ground Staff เพื่อเตรียมตัวให้พร้อม

เพราะเวลาทุกๆนาที บนเครื่องบิน มีค่า 

จากนั้น ก่อนที่ผู้โดยสารจะขึ้นเครื่อง!

หน้าที่ของลูกเรือคือ ตรวจเช็กอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยทุกอย่างบนเครื่องและ First Aid Kits อยู่ในสภาพสมบูรณ์และพร้อมที่จะใช้งานได้เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน และอาหาร เครื่องดื่ม อุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ พร้อมให้บริการผู้โดยสาร เพราะหน้าที่ของลูกเรือไม่เพียงแค่ดูแลความปลอดภัย แต่ต้องการให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายมากที่สุดเช่นเดียวกัน 

เมื่อถึงขั้นตอนการตรวจ Boarding Pass เมื่อลูกเรือได้แจ้งกับ Ground Staff ว่าพร้อมที่จะให้ผู้โดยสาร Boarding ได้แล้ว ก็จะมีการตรวจเช็ก Boarding Pass เพราะในเรื่องของความปลอดภัยไม่สามารถอนุญาตให้มีบุคคลที่ไม่ใช่ผู้โดยสารหรือลูกเรือขึ้นมาอยู่บนเครื่อง

และอีกสิ่งสำคัญ คือ เพื่อต้องการทราบว่าผู้โดยสารที่มีความต้องการเป็นพิเศษนั่งอยู่ที่ใด ก่อนที่จะ Board ผู้โดยสาร ลูกเรือจะเช็กใบรายชื่อผู้โดยสารว่าไฟลท์นี้มีผู้โดยสาร Frequent Flyer กี่คน มีผู้โดยสารต้องการอาหารพิเศษ หรือ ผู้โดยสารที่มีความต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษนั่งอยู่ที่นั่งใด นั่งตรงตามที่ระบุในใบรายชื่อผู้โดยสารหรือไม่ เพื่อที่ว่าเมื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉินจะได้ให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

รวมทั้ง การให้คำแนะนำในการใช้อุปกรณ์ฉุกเฉินเป็นรายบุคคล กรณีที่มีกลุ่มผู้โดยสารที่มีความต้องการพิเศษ เช่น ผู้โดยสารที่ความบกพร่องทางการได้ยิน หรือมีความบกพร่องทางการมองเห็น ลูกเรือจะต้องเข้าไปแนะนำให้เป็นรายบุคคล เพราะนั่นคือหน้าที่ของลูกเรือที่ต้องดูแลให้ผู้โดยสารทุกท่านปลอดภัย จนกว่าจะมั่นใจว่า ผู้โดยสารทุกท่านทำตามกฎของสายการบิน จึงจะสามารถแจ้งไปยังกัปตันได้ว่าห้องโดยสารปลอดภัย แล้วและพร้อมที่จะออกเดินทางได้

ขณะเดียวกัน ระหว่างการบิน ความสะดวกสบายของผู้โดยสารก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญมากๆ ไม่ว่าจะเป็น การดูแลเรื่องอาหาร เครื่องดื่ม แต่ขณะเดียวกันสิ่งที่ลูกเรือต้องจดจำไว้อยู่เสมอ ควบคู่กับการดูแลอาหาร เครื่องดื่ม คือ การดูแลว่าสถานการณ์บนเครื่องอยู่ในสภาวะปกติ ไม่มีผู้โดยสารเจ็บป่วย หรือสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งหากมีจะต้องสามารถสังเกตเห็นได้อย่างรวดเร็ว และรีบแก้ไขอย่างทันท่วงที รวมทั้งดูแลเรื่องของการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อจำเป็นด้วย กระทั่ง สามารถนำผู้โดยสารทุกท่านถึงจุดหมายปลายทางได้โดยสวัสดิภาพ

หน้าที่ลูกเรือ ดูแลความปลอดภัยผู้โดยสาร ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด!

อาจารย์อุ้ม เผยถึงเหตุผลที่ลูกเรือจะต้องสอบถามรายละเอียดของผู้โดยสารบนเครื่อง ว่า หน้าที่ของลูกเรือนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การดูแลความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารทุกท่านบนเครื่องบินตั้งแต่ Boarding จนถึง Disembark จุดหมาย ซึ่งในหลายๆ ครั้ง อาจจะมีผู้โดยสารที่มีความต้องการในด้านใดเป็นพิเศษไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการแพ้อาหาร เรื่องของปัญหาสุขภาพ

อีกทั้ง ผู้โดยสารที่มีโรคประจำตัวที่รุนแรงและเฉียบพลัน เช่น เป็นโรคหัวใจ โรคลมชัก โรคหอบหืด ผู้โดยสารที่มีประวัติ Epilepsy (โรคลมบ้าหมู) ลูกเรือจะสอบถามข้อมูลล่วงหน้า เพราะหากเกิดกรณีฉุกเฉินผู้โดยสารจำเป็นจะต้องใช้ยา ลูกเรือจึงควรจะทราบว่ายานั้นเก็บอยู่ที่ไหน โดยเฉพาะเวลาที่ผู้โดยสารเดินทางคนเดียว เพื่อให้มั่นใจว่าลูกเรือจะสามารถนำยามาให้ผู้โดยสารได้ทันท่วงที และลูกเรือควรจะทราบเพื่อที่จะคอยดูแลเป็นกรณีพิเศษ

กังวลวีลแชร์ เกิดเหตุฉุกเฉินต้องอพยพภายใน 90 วินาที

อย่างไรก็ตาม อาจารย์อุ้ม ยังกล่าวต่อว่า กรณีที่สำคัญที่สุดคือ ผู้โดยสารไม่สามารถเคลื่อนที่ด้วยตัวเอง, ผู้โดยสารสูงอายุที่มีสุขภาพไม่แข็งแรง, ผู้โดยสารเด็กเดินทางคนเดียว หรือผู้โดยสารที่มีความต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษในด้านใดก็ตาม เพราะหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินบนเครื่องบิน ลูกเรือจะต้องมีการ Evacuation หรือ การอพยพ ซึ่งโดยปกติตามกฎของ FAA นั้น ลูกเรือจะต้องอพยพผู้โดยสารในระยะเวลา 90 วินาที เท่านั้น ซึ่งเป็นเวลาที่สั้นมากๆ ลูกเรืออาจจะไม่มีเวลาที่จะมาสอบถามผู้โดยสาร เมื่อถึงจุดนั้นลูกเรือจะต้องนำทุกชีวิตออกจากเครื่องบินได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย 

ส่วนใหญ่ผู้โดยสารที่ขึ้นเครื่องด้วยวีลแชร์ แบ่งเป็น 2 กรณี ในกรณีที่ 1 ผู้โดยสารสูงอายุหรือมีปัญหาสุขภาพ ไม่สามารถเดินระยะทางไกลได้ ต้องนั่งวีลแชร์ จากจุดเช็กอินมาถึงเครื่องบิน แต่เมื่ออยู่บนเครื่องสามารถเดินระยะทางใกล้ๆ บนเครื่องได้

หรือ กรณีที่ 2 เป็นกรณีที่น่ากังวลมากที่สุด คือ ผู้โดยสารที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายตัวเองได้ คือใช้วีลแชร์มาถึงเครื่อง และใช้ On-Board วีลแชร์ต่อบนเครื่องบิน ซึ่งลูกเรือทุกคนจะต้องรับทราบข้อมูลของผู้โดยสาร เพื่อจะได้ช่วยอำนวยความสะดวก และดูแลให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะในกรณีที่ 2 จะเป็นห่วงมากที่สุดเพราะในแง่ของเหตุฉุกเฉิน ลูกเรือจะต้องมั่นใจว่า ต้องมีลูกเรืออย่างน้อย 1 คน ที่จะต้องดูแลผู้โดยสารท่านนี้เป็นพิเศษ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้โดยสารจะต้องออกจากเครื่องบินได้อย่างปลอดภัยภายในเวลา 90 วินาที ในกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน

ลูกเรือไม่ถามรายละเอียดผู้โดยสาร ถือว่าบกพร่องในหน้าที่!

ท้ายที่สุดนี้ ทีมข่าวฯ ถามครูสอนแอร์ฯ ชื่อดังว่า หากลูกเรือไม่สอบถามรายละเอียดของผู้โดยสาร จะเข้าข่ายผิดกฎการบินหรือไม่ โดยอาจารย์อุ้ม อธิบายว่า หากไม่สอบถามรายละเอียดของผู้โดยสาร จะถือว่าทำหน้าที่อย่างไม่ครบถ้วน เพราะหน้าที่ของลูกเรือ คือ ทำให้มั่นใจว่าผู้โดยสารทุกท่านเดินทางถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย หากไม่สอบถามรายละเอียด ในกรณีที่ผู้โดยสารต้องการความช่วยเหลือ หรือเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นมา ลูกเรือจะไม่สามารถดูแลท่านผู้โดยสารท่านนั้นอย่างถูกต้อง ถือได้ว่าเป็นการบกพร่องในหน้าที่

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

  • สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่
    

reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ
การคำนึงถึงความปลอดภัย และความพยายามเอาใจใส่ดูแลผู้โดยสาร คือหน้าที่ของลูกเรือ แต่แล้วกลับเกิดความเข้าใจผิด จนนำไปสู่เหตุพิพาท ระหว่างสายการบินแห่งหนึ่ง กับ ผู้โดยสาร ที่ลุกลามดั่งไฟลามทุ่งบนโลกโซเชียลมีเดีย 8 ก.ย. 2559 17:13 ไทยรัฐ