วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ห้ามเข้า-จ่อรื้อตึกกันสาดถล่ม สร้างใหม่ เยียวยาค่าบ้านครอบครัวละ 3 พัน

เขตจตุจักร ตรวจสอบโครงสร้างความเสียหายอาคารเก่าแก่ 37 ปี หลังตลาดประชานิเวศน์ 1 กันสาดพังถล่ม ปิดกั้นเขตอันตราย หามาตรการอพยพชาวบ้าน ก่อนรื้อถอนสร้างใหม่ทันที เผย กทม.มีคำสั่งให้ย้ายตั้งแต่ ก.พ.ปีที่แล้ว แต่ไม่ยอมออก สปภ.จ่ายเยียวยาค่าเช่าบ้าน ครอบครัวละ 3 พัน

จากกรณี ระเบียงอาคารพาณิชย์ที่มีความเก่าแก่ 37 ปี จำนวน 12 คูหา ระเบียงปูนกับกันสาดพังถล่มลงมาทับยานพาหนะหลายคัน บริเวณหลังตลาดประชานิเวศน์ 1 ถนนรังสฤษดิ์เหนือ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 7 ก.ย. ที่ผ่านมา (กันสาดถล่ม ทับรถยนต์พังยับ)

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 ก.ย.59 หลังตลาดประชานิเวศน์ 1 นายเชาวฤทธิ์ ทรงนวรัตน์ ผู้อำนวยการเขตจตุจักร นายเกียรศักดิ์ จันทรา วิศวกรใหญ่ กรมโยธาธิการและผังเมือง ศาสตราจารย์ศิริวัฒน์ ไชยชนะ เลขาธิการผู้แทนวิศวกรรมสถาน แห่งประเทศไทย นายประสาร พิทักษ์วรรัตน์ ผอ.สำนักการโยธา นายไชยณัฐ เจติยานุวัตร ผอ.การสำนักงานตลาดกรุงเทพมหานคร ได้เดินทางมาตรวจสอบความเสียหายอาคารดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ได้นำไฟสปอตไลต์มาติดตั้ง จำนวน 6 ดวง เพื่อส่องสว่างเวลากลางคืน จากนั้นเดินเท้าสำรวจพื้นที่โดยรอบของอาคาร เพื่อดูโครงสร้าง อาทิ รอยร้าวของปูน การขึ้นสนิมของโครงเหล็ก เป็นต้น เบื้องต้นได้นำโครงเหล็กและผ้าสีขาว-แดง กั้นพื้นที่โดยรอบระบุมีข้อความว่า เขตอันตรายห้ามเข้า เพื่อไม่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าใกล้บริเวณดังกล่าวประมาณ 100 เมตร เกรงว่าหากเข้าไปใกล้อาคารอาจจะเกิดการทรุดตัวหรือทำให้เกิดอันตราย

นายเชาวฤทธิ์ กล่าวว่า โดยก่อนหน้านี้ทางสํานักงานตลาดกรุงเทพมหานครได้ยกเลิกการเช่า เพื่อจะทำการก่อสร้างอาคารใหม่ให้มั่นคงแข็งแรงโดยให้ผู้เช่าออกจากพื้นที่ชั่วคราวเท่านั้นไม่ได้ให้ออกถาวร หากสร้างอาคารใหม่แล้วผู้เช่าเดิมมีสิทธิได้พักอาศัยอยู่แล้ว ทั้งนี้ อาคารดังกล่าวหมดสัญญาเช่าตั้งแต่ปี 2557 และได้แจ้งให้ผู้ที่พักอาศัยได้ทยอยออกจากอาคารพาณิชย์หลายครั้ง เนื่องจากอาคารดังกล่าวเก่าแก่อาจจะทรุดตัว โดยก่อสร้างเมื่อปี 2525 อายุ 37 ปี นอกจากนี้ ยังมีอาคารอีกจำนวน 177 ยูนิต โดยรอบตลาดประชานิเวศน์ 1 ที่ได้เพิกถอนให้เช่าเนื่องจากอาคารเก่าแก่เช่นกัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีการประชุมระหว่าง สำนักงานเขต สำนักงานตลาดกทม. และผู้เช่าจำนวนหนึ่ง เพื่อหาทางออกเบื้องต้น แต่ยังหาข้อยุติไม่ได้ สำนักงานตลาดอยากสร้างใหม่ ผู้เช่าอยากอยู่ที่เดิมจึงเป็นข้อกังขาตลอดมากระทั่งเกิดเหตุการณ์ขึ้น

ส่วนการเยียวยาเบื้องต้นทางสำนักงานเขตได้ประสานไปยังสำนักงานบรรเทาสาธารณภัยเปิดให้ประชาชนที่อาศัยภายในอาคารเสียหายมาลงทะเบียนเพื่อรับเงินช่วยเหลือค่าเช่าบ้านครอบครัวละ 3,000 บาท ส่วนอาคารอื่นๆ ขอร้องให้ออกจากพื้นที่ชั่วคราวเมื่อสร้างเสร็จก็เข้ามาพักอาศัยต่อไป

นายไชยณัฐ กล่าวว่า ได้แจ้งผู้ที่อาศัยให้ย้ายออกตั้งแต่ เดือนกุมภาพันธ์ในปี 2558 โดยไม่มีการเก็บเงินค่าเช่า และตลอด 2 ปีได้ส่งหนังสือแจ้งผู้อาศัยลงชื่อรายบุคคล ระบุข้อความว่า ขอให้ออกจากพื้นที่เนื่องจากไม่มีความมั่นคงแข็งแรงและเรียกประชุมทำความเข้าใจให้ประชาชนผู้อาศัยทราบถึงปัญหามากกว่า 3 ครั้ง แต่ชาวบ้านไม่ยอมย้ายออกตามที่แจ้ง ทางสำนักงานตลาด กทม.จึงทำการฟ้องแพ่งแก่ผู้ที่ไม่ยอมย้ายออกทั้ง 177 ยูนิตไปแล้ว

ส่วนกรณีที่มีผู้เช่านำห้องพักมาปล่อยเช่าต่อ ทั้งที่ตึกหมดสัญญาเช่า และ กทม.ไม่ได้เก็บค่าเช่า จะผิดกฎหมายหรือไม่นั้น จะต้องไปตรวจสอบสัญญาเช่าของสำนักงานตลาดฯ กับผู้เช่า อีกครั้งก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งนี้เรื่องความเสียหายของยานพาหนะหรือทรัพย์สินอื่นๆ ทางสำนักการตลาด ต้องขอเวลาตรวจสอบถึงรายละเอียดที่แน่ชัดก่อนยังไม่สามารถเปิดเผยได้และสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ต้องรอให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบก่อน แต่ทางสำนักงานตลาด กทม. พร้อมที่จะเยียวยาอยู่แล้ว อาทิ เมื่อคืนที่ได้จัดหาที่พักอาศัยชั่วคราวให้ (ห้องเช่าทั่วไป) แต่วันนี้ผู้ที่อาศัยภายในอาคารดังกล่าวต้องการที่จะเข้าไปเพื่อหยิบทรัพย์สินออกของ แต่ยังไม่อนุญาตเกรงว่าจะเกิดอันตราย

นายเกียรศักดิ์ กล่าวว่า ชุมชนตลาดประชานิเวศน์ 1 มีทั้งหมด มี 19 กลุ่มอาคาร จำนวน 177 ยูนิต เริ่มก่อสร้างในปี 2525 ทั้งหมดเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น สำนักงานตลาดกรุงเทพมหานครเป็นผู้ก่อสร้างอาคารแล้วปล่อยให้เช่า หลังละ 3,000-6,000 บาท ก่อนที่ในปี 2551 อาคารทั้งหมดจะหมดสัญญาเช่า ทางเขตและสำนักงานตลาด กทม. ได้ให้ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยมหิดลมาตรวจสอบสภาพอาคาร พบว่าอาคารทั้งหมดเสื่อมสภาพไม่ปลอดภัยต่อการอาศัย

เบื้องต้นทางสำนักงานเขตจตุจักร สำนักการโยธา สำนักงานตลาด กทม. ได้เชิญผู้อาศัยทั้ง 177 ยูนิต เข้าประชุมเวลา 14.00 น. ที่โรงเรียนประชานิเวศน์ เพื่อปรับความเข้าใจกัน หามาตรการอพยพ จากนั้นรอให้ประชาชนออกจากอาคารให้หมดก่อนถึงจะทำการรื้ออาคารพร้อมสร้างใหม่ทันที ส่วนสาเหตุเกิดถล่มครั้งนี้เป็นไปได้หลายสาเหตุ โครงสร้าง เหล็ก ปูน ดิน ซึ่งมีหลายปัจจัยขอใช้เวลาตรวจสอบสักระยะก่อน

ต่อมาเวลา 13.00 น. ชาวบ้านต่างทยอยขนสัมภาระออกจากอาคารบางส่วน เกรงว่าจะเกิดเหตุซ้ำรอย จากนั้นเจ้าหน้าที่โยธากับเจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านได้ช่วยกันเคลียร์พื้นที่หน้าร้านแสงทอง สตูดิโอ เคลื่อนย้ายรถที่ถูกเศษซากของอาคารทับถม เป็นรถกระบะยี่ห้ออีซูซู รุ่นดีแมคซ์ สีดำ ทะเบียน ฌฉ 5086 กรุงเทพมหานคร เพื่อจะเข้าไปขนทรัพย์สินออกมา

จากการสอบถาม ยายฝ้าย (นามสมมติ) อายุ 72 ปี อาชีพรับจ้างรีดผ้า พักอาศัยอยู่อาคารฝั่งตรงข้าม เผยว่า ก่อนเกิดเหตุขณะรีดผ้าได้ยินเสียงดังสนั่นหวั่นไหวคล้ายระเบิดเห็นผนังระเบียงซ้ายสุดกับขวาสุดหล่นลงมาก่อนเข้าไปตรงกลาง ชาวบ้านต่างแตกตื่นกันถ้วนหน้า ส่วนกรณีทางสำนักงานเขตได้มีการส่งจดหมายมานั้น ยอมรับว่าจริงรวมถึงเรียกเข้าไปประชุมแต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าไปประชุมเนื่องจากเป็นประชาชนหาเช้ากินค่ำ หากย้ายออกไปก็ไม่มีที่อยู่และขาดรายได้ ชาวบ้านเองก็ลำบากใจเช่นกันเพราะบางคนขณะนี้ยังหาที่ซุกหัวนอนไม่ได้ ส่วนตัวยายเองก็จะขนของกลับไปอยู่บ้านเกิดที่ จ.ขอนแก่น เพราะไม่มีที่ไป

ต่อมาเมื่อเวลา 17.00 น. พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุขึ้นได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สามารถ พรหมชาติ ผกก.สน.ประชาชื่น เข้าตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุและอำนวยความสะดวกให้กับผู้พักอาศัยที่ประสบเหตุจำนวน 12 คูหาเป็นการเร่งด่วนและให้มาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกับพนักงานสอบสวน โดยช่วงเช้าที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตจตุจักรและเจ้าหน้าที่โยธาธิการ สำนักงานเขตจตุจักร เข้าตรวจสอบรื้อถอนเศษปูนที่ถล่มลงมาและที่ติดค้างกับตึกก่อนจะให้ผู้พักอาศัย 12 คูหา เลขที่ 99/140-151 เก็บทรัพย์สินภายในตัวอาคารออกเพื่อทำการทุบรื้อถอนทั้งหมดต่อไป

ทาง พ.ต.อ.สามารถ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ประสานกับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบพื้นที่และทางสำนักงานโยธาธิการและผังเมือง เขตจตุจักร เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุเพิ่มเติม เพื่อสรุปหาสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ขณะเดียวกันทางกลุ่มประชาชนที่พักอาศัยในตึกแถวจำนวน 12 คูหาได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้แล้วและหลังจากนี้จะสอบปากคำผู้พักอาศัยทั้งหมดหากพบว่าผู้ใดกระทำความผิดในฐานคดีอาญาก็จะดำเนินการในทันทีและรอทางสำนักงานเขตเดินทางเข้าแจ้งความเช่นเดียวกัน.

เขตจตุจักร ตรวจสอบโครงสร้างความเสียหายอาคารเก่าแก่ 37 ปี หลังตลาดประชานิเวศน์ 1 กันสาดพังถล่ม ปิดกั้นเขตอันตราย หามาตรการอพยพชาวบ้าน ก่อนรื้อถอนสร้างใหม่ทันที เผย กทม.มีคำสั่งให้ย้ายตั้งแต่ ก.พ.ปีที่แล้ว แต่ไม่ยอมออก 8 ก.ย. 2559 16:08 ไทยรัฐ