วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ผวจ.โคราช เร่งล่าปืนนับ 100 กระบอกคืน สั่งฟันทุกคนหากโยงถึงแม้เกษียณ

ผวจ.โคราช เร่งล่าปืนนับ 100 กระบอกคืน สั่งฟันทุกคนหากโยงถึงแม้เกษียณ

  • Share:

พ่อเมืองโคราช จี้ล่าปืนเอ็ม 16 กับ 9 มม. กว่า 100 กระบอก หลังหายไปร่วม 2 ปี เผย ข้าราชการ-อส.รวม 9 คนเอี่ยว สั่งฟันวินัยและอาญา แม้เกษียณไปแล้วก็ต้องโดน คาด ที่ยังหาไม่เจอน่าจะยังไม่นำมาใช้ หรือถูกส่งออก ตปท.ทั้งหมด

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 8 ก.ย. 59 นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ได้เชิญฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมสรุปความก้าวหน้าของการติดตามอาวุธปืนเอ็ม 16 และปืนขนาด 9 มม. รวมกว่า 100 กระบอก ที่อยู่ในความดูแลของกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครราชสีมาที่ 1 และสูญหายตั้งแต่ปี 2557 คืนกลับมา ซึ่ง นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาคนก่อน สั่งให้ตรวจสอบหาสาเหตุของอาวุธปืนที่สูญหาย พร้อมทั้งแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.จอหอ เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการทางคดี รวมถึงมีการสอบสวนผู้เกี่ยวข้องไปแล้วหลายคน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครยอมรับผิด และยังไม่สามารถติดตามอาวุธปืนกลับคืนมาได้

นายวิเชียร กล่าวว่า 1 ปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พยายามติดตามกันอยู่โดยตลอด ซึ่งสรุปความคืบหน้าแต่ละเรื่องดังนี้ เรื่องแรกการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมีการฟ้องไปที่พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา กับเจ้าหน้าที่ที่คาดว่าจะรู้เห็นหรือบกพร่องต่อหน้าที่ หรือถูกให้การพาดพิงว่าเป็นผู้มีส่วนร่วมในการขนย้ายปืนดังกล่าวรวม 9 คน เป็นเจ้าหน้าที่ อส. 5 คน ที่เหลือเป็นข้าราชการ และสำนวนต่างๆ ขณะนี้อยู่ที่พนักงานอัยการ ซึ่งทางพนักงานสอบสวน สภ.จอหอ ส่งฟ้องแล้วในคดีที่ 1 เป็นระดับข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ อส. แต่ไม่ถึงระดับรองผู้ว่าราชการจังหวัด หรืออื่นๆ เพราะขั้นตอนการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จหมด

ประเด็นที่สอง เรื่องของการดำเนินคดีทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ส่วนข้าราชการอดีตผู้บังคับกองร้อยอาสารักษาดินแดนเป็นอดีตป้องกันจังหวัดนครราชสีมา ที่อยู่ในตำแหน่งช่วงนั้นน่าจะมีความบกพร่องและมีส่วนเกี่ยวข้องนี้ ทางกรมการปกครองตั้งคณะกรรมการมาดำเนินการทางวินัย ตอนนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนเนื่องจากแต่ละคนย้ายไปดำรงตำแหน่งอื่น เรื่องที่สาม การติดตามอาวุธปืนที่หายไป ล่าสุดสรุปแล้วว่าปืนน่าจะยังไม่ออกมาสู่ในพื้นที่ คือไม่มีการนำมาใช้ เนื่องจากนำตำหนิรูปพรรณของปืนทุกกระบอกไปให้ทางพิสูจน์หลักฐานของตำรวจขึ้นทะเบียนไว้แล้ว เมื่อมีข่าวจับปืนได้ที่ไหนก็จะเอารูปพรรณสัณฐานไปเทียบกัน แต่ปรากฏว่ายังไม่เจอตรงกัน สันนิษฐานว่าปืนเหล่านี้ถ้ามีอยู่ในพื้นที่น่าจะยังมีการจัดเก็บอยู่ในที่เดียวกัน และน่าจะเก็บซ่อนโดยการฝังดินหรืออะไรอื่นๆ โดยเจ้าหน้าที่พยายามแยกย้ายกันหาเบาะแสอยู่

ส่วนการประกาศรางวัลให้กับผู้แจ้งเบาะแสนั้นยังไม่ได้ดำเนินการ แต่อาจจะมีการประกาศตั้งรางวัลให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแสทางหนึ่งด้วย พร้อมกันนี้ อยากฝากไปยังพี่น้องประชาชนว่า อาวุธปืนเอ็ม 16 เป็นอาวุธร้ายแรงของทางราชการที่เรียกว่าอาวุธสงคราม ไม่สามารถออกใบอนุญาตหรือมีไว้ครอบครองไว้ได้ ฉะนั้น หากใครมีเบาะแสหรือพบเห็นคนมีไว้ครอบครองหรือนำไปใช้ ขอให้รีบแจ้งตำรวจและทางอำเภอทันที เพราะหากตกไปอยู่ในมือคนร้ายอาจจะก่อเหตุอันตรายได้

ทั้งนี้ ในส่วนหัวหน้าชุดติดตามปืนนั้น ผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 3 เป็นผู้รับผิดชอบ ขณะเดียวกัน ขอความร่วมมือกองทัพภาคที่ 2 ช่วยติดตามด้วย รวมทั้ง กอ.รมน. ช่วยหาข่าวเชิงลึก ซึ่งการแกะรอยติดตามเป็นเรื่องที่น่าหนักใจมาก แต่ก็พยายามกันทุกวิถีทางอยู่แล้ว อีกทั้งมีการคิดไปอีกว่าออกนอกประเทศทั้งลอต สำหรับในส่วนข้าราชการที่เกี่ยวข้องคดีนี้ เมื่อเกษียณไปแล้วก็ยังจะต้องรับโทษ โดยต้องดำเนินการทางวินัยและอาญาด้วย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้