วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรรมหนักอะไรถึงต้องเป็น “สัมภเวสี”

ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกๆ ท่าน โยมทั้งหลาย ดีชั่วออกจากตัวใคร ย่อมกลับไปหาเขาเอง ที่อาตมาเกริ่นคำพูดนี้ เพราะวันนี้จะพูดถึงเรื่องกฎแห่งกรรมที่นำให้ไปเกิดในภพภูมิต่างๆ

ทุกคนในโลกนี้ล้วนเกิดขึ้นจากกรรม เรามีกรรมเป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย ใครทำกรรมใดไว้จะต้องเป็นผู้รับแห่งกรรมนั้น ทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว โยมทั้งหลาย กฎหมายอาจละเว้นโทษให้ แต่กฎแห่งกรรม ไม่เคยละเว้นใคร เพราะกฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ

สัมภเวสีคืออะไร

สำหรับวันนี้อาตมาจะมาพูดเรื่อง สัมภเวสี เรื่องผีๆ มันเป็นสิ่งที่ควบคู่กับความเชื่อ ควบคู่กับสังคมไทยมานาน ก่อนที่จะพูดถึงสัมภเวสี เรามาพูดถึงการเกิดของสิ่งต่างๆ ก่อน เพราะว่ามันเกี่ยวเนื่องกันในมหาสีหนาทสูตร มัชฌิมนิกาย พระไตรปิฎก (ฉบับภาษาไทย พิมพ์ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2521) เล่ม 12 ข้อ 169 หน้า 117

อาตมาขอพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ กำเนิดมี 4 ประเภทคือ 

1. ชลาพุชะ เกิดในครรภ์
2. อัณฑชะ เกิดในไข่
3. สังเสทชะ เกิดในที่สกปรกเน่าเหม็น และ 
4. โอปปาติกะ พวกที่ผุดเกิดขึ้นมาทันที ซึ่งมีด้วยกัน 4 จำพวกคือ เทวดาพวกหนึ่ง สัตว์นรกพวกหนึ่ง มนุษย์
อีกพวกหนึ่ง เปรตอีกพวกหนึ่ง (มนุษย์ที่ว่าคือ พระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์)

โยมทั้งหลาย สัมภเวสี คือ ผู้แสวงหาที่เกิด ในคติของศาสนาพราหมณ์หมายถึง คนที่ตายแล้ววิญญาณกำลังแสวงหาที่เกิด แต่ยังไม่ได้เกิดในกำเนิดใดกำเนิดหนึ่ง

ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 25 เมตตสูตร ขุททกปาฐะ ขุททกนิกาย ข้อที่ 38 หน้า 323 - 4 พระพุทธเจ้าตรัสสอนให้แผ่เมตตาไปยังสัตว์ทุกชนิด ตอนหนึ่งว่า

เย เกจิ ปาณภูตตฺถิ ตสา วา ถาวรา วา อนวเสสา ทีฆา วา เย มหนฺตา วา มชฺฌิมา รสฺสกา อณุกถูลา ทิฏฺฐา วา เย จ อทิฏฺฐา เย จ ทูเร วสนฺติ อวิทูเร ‘ภูตา’ วา ‘สมฺภเวสี’ วา สพฺเพ สตฺตา ภวนฺตุ สุขิตตฺตา

แปลว่า "สัตว์มีชีวิตเหล่าใด ไม่ว่าจะเคลื่อนไหวได้หรืออยู่กับที่ ยาวใหญ่ปานกลางหรือสั้น ผอมหรืออ้วนพี เราเคยเห็นหรือไม่เห็น อยู่ใกล้หรืออยู่ไกล ‘ภูต’ หรือ ‘สัมภเวสี’ ขอสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด จงมีความสุขทั่วหน้าเทอญ"

ตอนท้าย พระสูตรนี้พูดถึงสัตว์สองประเภทที่มีสถานะแตกต่างกันคือ ภูต และ สัมภเวสี พระอรรถกถาจารย์ให้คำอธิบายไว้สองนัยน่าสนใจมาก ดังนี้

นัยที่หนึ่ง ภูต หมายถึงพระอรหันต์ ส่วนสัมภเวสี หมายถึงผู้ยังแสวงหาที่เกิดในภพต่างๆ อยู่ เพราะยังละสังโยชน์ไม่ได้หมด พวกนี้ได้แก่ พระเสขะ (ยกเว้น อนาคามี เพราะอนาคามีเป็น โอปปาติกะ ดังกล่าวแล้วในคราวก่อน) และปุถุชนทั้งหมด


นัยที่สอง ถ้ายกเอากำเนิด 4 ขึ้นมาพูด สัตว์เกิดในครรภ์และเกิดในไข่ ขณะที่อยู่ในครรภ์หรือในไข่ เรียกว่าสัมภเวสี ทันทีที่คลอดจากครรภ์หรือออกจากไข่ เป็นภูต ส่วนสัตว์ที่เกิดในสิ่งสกปรก (เช่น หนอน) และสัตว์ผุดเกิด (เช่น เทวดา สัตว์นรก) ในขณะจิตแรก เป็นสัมภเวสีจากขณะจิตที่สองเป็นต้นไป เป็น ภูต หรือ เวลาเกิด เกิดมาในท่าใด (เช่น ยืน นั่ง) ชั่วระยะนั้นแหละเป็นสัมภเวสี

สัมภเวสีมีกี่จำพวก

ถ้าตามหลักความเชื่อ ที่เราเรียกกันว่า อสุรกายบ้าง สัมภเวสีบ้าง มีอยู่ 2 พวกด้วยกัน คือ

พวกที่ 1 เป็นพวกอสุรกายที่ยังมีกรรมหนัก ร่างกายทรุดโทรม หน้าตาซีดเซียว เรียกว่าไม่มีความสง่าผ่าเผย ผอมกะหร่อง ผมเผ้ารุงรังน่าเกลียด น่าสะอิดสะเอียน อสุรกายพวกนี้มีความดีกว่าเปรตอยู่อย่างหนึ่ง คือหากินได้ แต่ทว่าจะต้องหากินประเภทของที่เขาทิ้งแล้ว บูดเน่าแล้ว อย่างซากศพ คนตาย สุนัขตาย ควายตาย สัตว์ตาย หรือเศษอาหารที่เขาทิ้งไว้เน่าๆ

พวกที่ 2 อสุรกายที่มีความดีมาก ใกล้จะพ้นความเป็นอสุรกายแล้ว คือว่าโทษทัณฑ์ที่เป็นเศษกรรมในภาวะของการเป็นอสุรกายใกล้จะหมดไป ตอนนี้มีรูปร่างหน้าตาอ้วนท้วนใหญ่โต แต่ทว่าผิวดำ อสุรกายพวกนี้มีกำลังมาก มักจะชอบรับสินบนจากชาวบ้าน แล้วก็ปลอมแปลงตัวเป็นเจ้าเข้าทรง

การทำบุญให้สัมภเวสี

โยมทั้งหลาย การที่เราต้องทำบุญให้สัมภเวสี เพราะสัตว์ทั้งหลายในโลกนี้ล้วนเป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น คนเราเมื่อมีโอกาสทำบุญ ขอให้ทำแบบเต็มที่ ทำแบบใจที่เป็นบุญ ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นญาติพี่น้อง เมื่อเราได้ทำจงตั้งจิตที่เป็นบุญนี้ให้ถึงแด่สรรพสัตว์ทั้งหลายด้วย แบบนี้จึงนับว่าทำบุญอย่างใจบริสุทธิ์ เจริญพร

ที่มาภาพ - https://www.facebook.com/ghostdoctortv/

พระมหาสมปอง

ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกๆ ท่าน โยมทั้งหลาย ดีชั่วออกจากตัวใคร ย่อมกลับไปหาเขาเอง ที่อาตมาเกริ่นคำพูดนี้ เพราะวันนี้จะพูดถึงเรื่องกฎแห่งกรรมที่นำให้ไปเกิดในภพภูมิต่างๆ 8 ก.ย. 2559 15:47 9 ก.ย. 2559 12:17 ไทยรัฐ