วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มาตรฐานแบบพี่ไทย #แอร์กราบ สิทธิผู้โดยสารพิเศษ แท้จริงเป็นอย่างไร?

จากกรณีกระแสข่าว แอร์สาวก้มกราบเด็กพิเศษจนโด่งดังไปทั่วโลกโซเชียล จนทำให้แฮชแท็ก #แอร์กราบ ติดอันดับ 1 ในทวิตเตอร์นั้น สืบเนื่องมาจากมีคนไปตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ชื่อดัง ถามถึงกรณีดังกล่าว เท็จจริงประการใด...??

หลังจากนั้นมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น และตอบคำถามขยายความกระทู้นี้ออกไป จนจับใจความได้ว่า มีผู้โดยสารเป็นเด็กออทิสติก เดินทางขึ้นเครื่องบินของสายการบินแห่งหนึ่งพร้อมกับแม่ โดยแอร์สาวผู้ทำหน้าที่ให้บริการบนเครื่องบิน ได้เข้าไปสอบถามว่า น้องเป็นอะไรคะ ซึ่งแม่ได้ยินและบอกว่า ช่วยให้เกียรติลูกฉันด้วย

จากนั้นแม่เด็กก็ร้องเรียนไปยังบริษัทต้นสังกัด และนัดไกล่เกลี่ยเหตุดังกล่าว โดยให้แอร์สาวก้มกราบลูกสาว เนื่องจากไม่พอใจในการกราบครั้งแรก และขอให้กราบแบบแบมือ ซึ่งแอร์สาวก็ปฏิบัติตามและก้มกราบพร้อมน้ำตา อย่างไรก็ตามหลายคนแสดงความเห็นไปต่างๆ นานา ส่วนใหญ่ระบุว่า ทำเกินกว่าเหตุ พร้อมบอกว่า แอร์สาวคนนี้ทำไปตามหน้าที่ในการปฏิบัติต่อผู้โดยสารพิเศษที่อยู่บนเครื่องบิน

คำถามที่คนสงสัยก็คือการปฏิบัติตัวของผู้โดยสารพิเศษมีระเบียบระบุไหม อย่างไร?

ไทยรัฐออนไลน์สอบถามไปยังผู้เกี่ยวข้องพร้อมเปิดข้อปฏิบัติดังกล่าง โดยอ้างอิงจากในเว็บไซต์สายการบินชื่อดังระบุว่า หากจำเป็นต้องเดินทางด้วยเครื่องบินจะได้ปฏิบัติ ตัวกันอย่างถูกต้อง โดยข้อมูลระบุไว้ดังนี้

ผู้โดยสารพิเศษของสายการบินนี้ คือ ผู้โดยสารทุกท่านพิเศษเท่าเทียมกัน แต่เรามอบบริการพิเศษสุดแด่ผู้โดยสารที่พิเศษจริงๆ เท่านั้น

- ผู้เยาว์ที่เดินทางลำพัง (UM)
สายการบินฯ สงวนสิทธิ์ไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี ณ วันเดินทาง เดินทางโดยลำพัง ผู้โดยสารดังกล่าวต้องเดินทางร่วมกับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป

- ผู้โดยสารเยาวชนที่เดินทางโดยลำพัง (YPTA)
สายการบินฯ กำหนดว่า ผู้โดยสารที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปี และไม่เกิน 16 ปี จัดเป็น YPTA และมีสิทธิ์เดินทางโดยลำพังได้ โดยพ่อแม่หรือผู้ปกครอง ต้องลงชื่อรับรองในเอกสารแบบฟอร์มสละสิทธิ์การเรียกร้อง (Release and Indemnity) สำหรับ YPTA ณ เคาน์เตอร์เช็กอิน ทั้งนี้ พ่อแม่หรือผู้ปกครองดังกล่าว จะต้องรอส่งผู้โดยสาร YPTA ณ ท่าอากาศยานจนออกเดินทาง YPTA จะไม่มีสิทธิ์แสดงตนเป็นผู้ปกครองของเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี ในขณะเดินทาง

ผู้โดยสารที่อายุ 16-18 ปี มีสิทธิ์เดินทางโดยไม่ต้องกรอกแบบฟอร์มใดๆ และเราจะจัดว่าเป็นผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารในช่วงอายุนี้ จะไม่มีสิทธิ์เป็นผู้ปกครองระหว่างเดินทางของเด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปี

- ผู้โดยสารที่ตั้งครรภ์
ผู้โดยสารที่มีอายุครรภ์ไม่เกิน 27 สัปดาห์ สามารถเดินทางได้โดยต้องกรอกแบบฟอร์มสละสิทธิ์การเรียกร้อง ณ เคาน์เตอร์เช็กอิน

ผู้โดยสารที่มีอายุครรภ์ระหว่าง 28 ถึง 34 สัปดาห์ ต้องแสดงใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันอายุครรภ์ประกอบการเช็กอิน ใบรับรองแพทย์ต้องมีอายุไม่เกิน 30 วัน ณ วันเดินทาง ทั้งนี้ ผู้โดยสารต้องกรอกแบบฟอร์มสละสิทธิ์การเรียกร้อง ณ เคาน์เตอร์เช็กอิน

สายการบินฯ ไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 35 สัปดาห์ขึ้นไป เดินทางโดยเด็ดขาด

- ผู้โดยสารทุพพลภาพ (บริการเก้าอี้รถเข็น/ลิฟต์สำหรับผู้พิการ)
สายการบินฯ พร้อมให้บริการผู้โดยสารของเราอย่างดีที่สุด เพื่อให้คุณมั่นใจว่า เราเข้าใจความต้องการของคุณ กรุณาติดต่อเราทางไลฟ์แชต หรือคอลเซ็นเตอร์ หลังจากคุณทำการจองที่นั่งแล้วอย่างน้อย 48 ชั่วโมงก่อนเวลาออกเดินทาง 

เราไม่ยอมรับเก้าอี้รถเข็น หรืออุปกรณ์เคลื่อนที่ที่ใช้แบตเตอรี่ แต่ในบางกรณีอาจยอมรับเก้าอี้รถเข็นหรืออุปกรณ์เคลื่อนที่ที่ใช้แบตเตอรี่ โดยจะต้องถอดแบตเตอรี่ออก (โดยผู้โดยสาร) และเก้าอี้รถเข็นหรืออุปกรณ์เคลื่อนที่ดังกล่าว จะต้องมีน้ำหนักสูงสุดไม่เกิน 85 กก.


สำหรับผู้โดยสารเจ็บป่วย/ต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์ เพื่อให้การเดินทางโดยเครื่องบินสะดวกและปลอดภัย ผู้โดยสารที่มีอาการทางการแพทย์จำเป็นต้องมอบใบรับรองแพทย์ที่ถูกต้อง โดยลงวันที่ไม่เกิน 7 วันจากวันที่เดินทาง และลงนามในคำชี้แจงการรับผิดชอบแบบจำกัดเมื่อเช็กอิน เพื่อยืนยันว่าผู้โดยสารสามารถเดินทางได้ เว้นแต่กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น โดยกรุณาตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขการบิน ข้อที่ 7.3

คำจำกัดความของอาการ/ความเจ็บป่วยทางการแพทย์ :
- อาการทางการแพทย์ที่มีอยู่แล้ว หรือ
- อาการทางการแพทย์ที่ไม่แน่นอน หรือ
- ความเจ็บป่วย ความบาดเจ็บ การผ่าตัด หรือเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลในระยะอันใกล้ที่ผ่านมา หรือ
- ความจำนงที่จะไปรับการรักษาที่ต่างประเทศ หรือ
- โรคติดเชื้อ โรคติดต่อ หรือโรคเรื้อรัง

โปรดทราบ : เนื่องจากการตั้งค่าการปฏิบัติการของเรา เราไม่สามารถยอมรับผู้โดยสารที่จำเป็นต้องมีการให้ออกซิเจนอย่างต่อเนื่องตลอดการเดินทางได้

อาการ/ความเจ็บป่วยทางการแพทย์ที่ไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานใบรับรองแพทย์ : ตราบใดที่อาการหรือการบาดเจ็บยังทรงตัว และผู้โดยสารรู้สึกสบายดี
- อัมพาต
- โรคของหน่วยประสาทความเคลื่อนไหว
- โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง
- โรคพาร์กินสัน
- โรคภูมิแพ้อาหารบางชนิด
- โรคความดันโลหิตสูง หรือคอเลสเตอรอลสูง
- โรคเบาหวาน
- โรคเลือด เช่น ภาวะเลือดจาง (โดยมีเงื่อนไขว่าไม่จำเป็นต้องมีการให้ออกซิเจน)
- โรคลมชัก (เฉพาะเมื่อคุณไม่มีอาการลมชักในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนเวลาเครื่องออกเท่านั้น)
- โรคไขข้ออักเสบ
- แผลจากแมลง/สัตว์ กัด ต่อย
- อาการบาดเจ็บเล็กน้อย เช่น อาการบาดเจ็บที่นิ้วมือและนิ้วเท้า ข้อเท้าพลิก ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และรอยบาดขนาดเล็ก
- อาการเกรียมแดด
- โรคตับอักเสบชนิด B หรือ C
- โรคไข้เลือดออก
- โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อไวรัส
- ไข้มาลาเรีย
- อหิวาตกโรค - เมื่ออาการลดลงและผู้โดยสารรู้สึกสบายดีพอที่จะเดินทางได้ และเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจด้านสาธารณสุขของประเทศปลายทางอนุญาตให้เดินทางได้
- โรคตับอักเสบชนิด A - เมื่อผู้โดยสารรู้สึกสบายดีพอที่จะเดินทาง
- โรคงูสวัด - หากผื่นไม่มีการไหลซึม หรือมีการปกปิดผื่น
- ไข้เหลือง - เมื่อผู้โดยสารรู้สึกสบายดีพอที่จะเดินทางได้ และเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจด้านสาธารณสุขของประเทศปลายทางอนุญาตให้เดินทางได้
- ไข้หวัด - เมื่ออาการดีขึ้นแล้ว


ผู้โดยสารยังไม่จำเป็นต้องแสดงใบรับรองแพทย์สำหรับอาการ/ความเจ็บป่วยทางการแพทย์ต่อไปนี้ ตราบใดที่อาการเหล่านี้ เกิดขึ้นก่อนวันที่เดินทางเป็นเวลา 3 เดือน มีอาการคงที่ และผู้โดยสารรู้สึกสบายดีแล้ว (โดยมีเงื่อนไขว่า ไม่จำเป็นต้องมีการให้ออกซิเจนระหว่างอยู่บนเที่ยวบิน) :
- อาการหัวใจวาย หรือศัลยกรรมตกแต่งหลอดเลือด
- โรคหลอดเลือดดำส่วนลึกอุดตัน (DVT) หรือภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่ปอด (PE)
- โรคหลอดเลือดสมอง (CVA) หรืออาการบาดเจ็บที่ศีรษะ
- การผ่าตัดหัวใจ หน้าอก หรือช่องท้อง
- การผ่าตัดเปลี่ยนข้อ หรือการตัดอวัยวะ
 
อาการ/ความเจ็บป่วยทางการแพทย์ที่ต้องมีหลักฐานใบรับรองแพทย์ :
ตารางต่อไปนี้ประกอบด้วย แต่ไม่จำกัดเพียงรายการของโรคติดเชื้อ โรคติดต่อ และโรคเรื้อรังที่จำเป็นต้องมีใบรับรองแพทย์ และยังระบุถึงระยะเวลาที่ปลอดภัยสำหรับการเดินทาง ความเจ็บป่วย ผู้โดยสารสามารถเดินทางได้เมื่อใด
- ไข้สุกใส : 5 วัน หลังจากที่ผื่นขึ้นครั้งแรก โดยมีเงื่อนไขว่าจุดต่างๆ ต้องตกสะเก็ดแล้ว
- โรคหัด : 5 วัน หลังจากที่ผื่นขึ้นครั้งแรก
- โรคคางทูม : 5 วัน หลังจากที่อาการบวมเริ่มแสดง
- โรคหัดเยอรมัน : 5 วัน หลังจากที่ผื่นขึ้นครั้งแรก
- วัณโรค : หากใบรับรองแพทย์รับรองว่าผู้โดยสารไม่มีอาการติดเชื้อ
- โรคไอกรน : 5 วัน หลังจากที่เริ่มรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ หรือ 3 สัปดาห์ หลังจากที่มีอาการเริ่มต้น หากไม่ได้รับการรักษา

อย่างไรก็ตาม สายการบินอีกแห่งหนึ่ง ได้ระบุถึงผู้โดยสารที่ต้องการความช่วยเหลือไว้ว่า บริษัทฯ จะพิจารณาผู้โดยสารที่ต้องการความช่วยเหลือในการเดินเข้าเครื่องบิน เป็น 2 ระดับดังนี้

1. ผู้โดยสารที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
ลักษณะ : ผู้โดยสารที่ต้องการความช่วยเหลือในระหว่างเที่ยวบินหรือระหว่างการเดินทาง แต่ยังสามารถเดินเข้าเครื่องบินด้วยตนเองได้
เงื่อนไข :


- สามารถเดินทางคนเดียวได้ โดยเปิดรับจองบัตรโดยสารและรับเช็กอิน หากจำเป็นต้องใช้รถเข็นเพื่อความสะดวก บริษัทฯ จะจัดเตรียมให้และจะส่งให้เดินเข้าเครื่องบินด้วยตนเองหน้าประตูเครื่อง


- ผู้โดยสารที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ จำกัดผู้โดยสาร 1 คน ต่อ 1 แถวที่นั่งเท่านั้น และจำกัดจำนวนต่อเที่ยวบิน เพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย
หมายเหตุ : ผู้โดยสารที่ต้องการความช่วยเหลือที่ต้องการบริการรถเข็น ต้องแจ้งให้บริษัทฯ ทราบขณะที่ทำการจองบัตรโดยสาร เพื่อบริษัทฯ จะได้เตรียมบริการ (ในกรณีที่ทำการจองตั๋วผ่านทางเว็บไซต์นั้น ผู้โดยสารจะต้องทำการติดต่อกลับมาทางสายการบินอย่างน้อย 48 ชั่วโมง ก่อนเวลาการเดินทาง) มิฉะนั้นบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในความไม่สะดวก หรือความเสียหายทุกประการ

2. ผู้โดยสารไม่สามารถเดินทางโดยลำพัง
ลักษณะ : ผู้โดยสารที่ต้องให้ผู้อื่นช่วยเหลือในการเดินทาง และ/หรือ ขึ้นลงเครื่องบิน และ/หรือ ไม่สามารถเดินทางโดยลำพังได้ ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดๆ
เงื่อนไข :


- ต้องมีผู้ร่วมเดินทางด้วย โดยผู้ร่วมเดินทางมีหน้าที่ช่วยเหลือผู้โดยสารตลอดการขึ้นลงเครื่องบิน และในระหว่างเที่ยวบิน


- ผู้โดยสารที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ จำกัดผู้โดยสาร 1 คน ต่อ 1 แถวที่นั่งเท่านั้น และจำกัดจำนวนต่อเที่ยวบิน เพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย
หมายเหตุ : ผู้โดยสารที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ต้องแจ้งให้บริษัทฯ ทราบถึงการต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ในขณะที่ทำการจองบัตรโดยสาร (ในกรณีที่ทำการจองตั๋วผ่านทางเว็บไซต์นั้น ผู้โดยสารจะต้องทำการติดต่อกลับมาทางสายการบินอย่างน้อย 48 ชั่วโมง ก่อนเวลาการเดินทาง) และต้องแจ้งชื่อผู้โดยสาร ซึ่งจะเป็นผู้ร่วมเดินทาง (Escort/Accompany) โดยผู้ร่วมเดินทางจะต้องเดินทางเคียงข้างไปในเที่ยวบินเดียวกัน มิฉะนั้นบริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะปฏิเสธมิให้ผู้โดยสารที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษขึ้นเครื่อง โดยบริษัทฯ ยินดีคืนค่าโดยสารในกรณีดังกล่าว

ทั้งนี้ โรคออทิซึม เป็นความผิดปกติในการเจริญของระบบประสาท โดยมีลักษณะเด่นคือความบกพร่องด้านปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและการสื่อสาร และมีพฤติกรรมทำกิจกรรมบางอย่างซ้ำๆ ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้มักเรียกกันว่าผู้ป่วยออทิสติก อาการแสดงดังกล่าวมักปรากฏในวัยเด็กก่อนอายุ 3 ปี นอกจากนี้ยังมีความบกพร่องด้านสังคมและการสื่อสารที่จัดในกลุ่มใกล้เคียงโรคออทิซึม เรียกว่า Autism Spectrum Disoder (ASD) อาทิกลุ่มอาการแอสเพอร์เกอร์ ที่มีอาการและอาการแสดงน้อยกว่า

ผู้ป่วยโรคออทิซึม มีความผิดปกติที่หลายส่วนของสมอง ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุ ผู้ปกครองมักสังเกตอาการผู้ป่วยได้ในช่วงอายุ 2 ขวบปีแรก แม้ว่าการบำบัดด้วยพฤติกรรมและการรับรู้โดยนักกายภาพบำบัดและนักจิตวิทยาคลินิกตั้งแต่เยาว์วัย จะช่วยพัฒนาให้ผู้ป่วยดูแลตนเอง มีทักษะด้านสังคมและการสื่อสารได้ แต่การรักษาที่แท้จริงยังไม่เป็นที่ทราบ เด็กที่ป่วยด้วยโรคนี้น้อยรายที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระหลังเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ แต่ก็มีบางส่วนที่ประสบความสำเร็จ และนี่คือทั้งหมดที่ประชาชนคนเดินทางด้วยเครื่องบินไม่เคยรู้

นอกจากนี้ในมุมความคืบหน้าเหตุการณ์ร้อน ล่าสุดได้มีถ้อยแถลงออกมาจากทางสายการบินแอร์เอเชีย ระบุว่า

ผมในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย และคุณโทนี่ เฟอร์นานเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มสายการบินแอร์เอเชีย รู้สึกเสียใจและขอแสดงความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อันเนื่องจากความไม่ชัดเจนในกระบวนการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าที่ร้องเรียน จนทำให้เกิดเหตุการณ์บานปลายตามทราบนั้น โดยเหตุการณ์ในวันดังกล่าวมีความละเอียดอ่อนทางอารมณ์และความรู้สึกต่อทุกฝ่ายมาก ซึ่งเรายืนยันว่า ผู้บริหารไม่ได้มีการบังคับให้ลูกเรือกราบผู้โดยสารแต่อย่างใด เเละเป็นสถานการณ์ที่ทุกคนต้องการให้ผ่านพ้นไปด้วยดี

ทั้งนี้เราให้ความสำคัญกับความรู้สึกของพนักงานทุกคน โดยเฉพาะพนักงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เเละเราจะเรียนรู้ข้อผิดพลาดนี้ พร้อมนำไปแก้ไขในระดับนโยบาย ซึ่งต่อไปนี้หากมีการร้องเรียนการปฏิบัติงานของพนักงาน ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์จะทำหน้าที่เป็นตัวเเทนบริษัทพูดคุยกับลูกค้า และจะไม่มีการเผชิญหน้าระหว่างพนักงานเเละลูกค้าผู้ร้องเรียน

ทั้งนี้เราเล็งเห็นถึงความรู้สึกของพนักงานอย่างยิ่ง เเละเราได้พูดคุยปรับความเข้าใจกับพนักงานเรียบร้อยเเล้ว โดยในวันนี้ (9 กันยายน 2559) ผมเเละคุณโทนี่ จะเดินทางไปพบเเละขอโทษกับครอบครัวของพนักงานต่อกรณีดังกล่าวด้วยตัวเอง

เรียกได้ว่าเป็นการตัดจบปัญหา ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย

ทดสอบประสิทธิภาพ - คำตอบที่ไม่ตรงกัน

ขณะเดียวกัน เมื่อได้ทราบข้อมูลดังกล่าวเราลองโทรสุ่มสอบถามถึง การเดินทางของผู้ที่เป็นออทิสติกจากคอลเซ็นเตอร์ของสายการบินแห่งหนึ่งถึงกรณีนี้ได้รับข้อมูลว่า ผู้โดยสารไม่จำเป็นต้องแจ้งขณะสำรองที่นั่ง แต่ ณ วันเดินทาง ผู้โดยสารที่เป็นออทิสติกจะต้องนำใบรับรองแพทย์ ซึ่งออกจากโรงพยาบาลมาติดต่อกับเคาน์เตอร์ของสายการบินด้วย เพื่อยืนยันว่าผู้ที่เป็นออทิสติกสามารถเดินทางได้ 

ส่วนคอลเซ็นเตอร์ของสายการบินอีกแห่งหนึ่ง ระบุว่า ผู้โดยสารออทิสติกที่มีผู้อื่นร่วมเดินทางด้วย สามารถเดินทางได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งหรือแสดงใบรับรองแพทย์แต่อย่างใด หากผู้โดยสารที่เป็นออทิสติกสามารถเดินทางได้ตามปกติ และไม่มีปัญหาอย่างอื่น

ทั้งนี้เรื่องที่น่าแปลกกรณีนี้ก็คือคำตอบที่ได้ไม่ตรงกัน 

ท้ายที่สุด ไทยรัฐออนไลน์ ได้พยายามติดต่อไปยังผู้โดยสารคนดังกล่าวที่อ้างว่าเป็นคู่กรณีหลายครั้ง เพื่อขอสัมภาษณ์ถึงกรณีที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้รับการติดต่อแต่อย่างใด.

จากกรณีกระแสข่าว แอร์สาวก้มกราบเด็กพิเศษจนโด่งดังไปทั่วโลกโซเชียล จนทำให้แฮชแท็ก #แอร์กราบ ติดอันดับ 1 ในทวิตเตอร์นั้น สืบเนื่องมาจาก... 8 ก.ย. 2559 15:13 ไทยรัฐ