วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คืนชีพ! ซิลลี่ฟูลส์ ยังไม่ตาย! เผยสาเหตุทำไมต้องเลือกนักร้องนำคนนี้

เป็นการกลับมาอีกครั้งของวงร็อกมีชื่ออย่าง ซิลลี่ ฟูลส์ ภายใต้สังกัด มี เรคคอร์ดส พร้อมส่งซิงเกิ้ลใหม่อย่าง แป๊ะอย่าร้อง ออกมาทวงบัลลังก์วงร็อกอันดับ 1 อีกครั้ง ซึ่งการกลับมาคราวนี้นอกจากจะมี ต้น จักรินทร์ จูประเสริฐ มือกีตาร์ หรั่ง เทวฤทธิ์ ศรีสุข มือเบส และ รัตน์ รัตน์ โกบายาชิ มือกลอง ยังมีนักร้องนำคนใหม่ ริม กฤษณะ ปานดอนลาน ที่มาแทน เบน เบนจามิน จุง ทัฟเนล ที่ต้องลาออกไปเนื่องด้วยปัญหาสุขภาพ ซึ่งหนุ่มริมนั้นมีน้ำเสียงละม้ายคล้ายกับนักร้องนำคนเก่าอย่าง โต วีรชน ศรัทธายิ่ง (ชื่อเดิม ณัฐพล พุทธภาวนา) ไม่น้อย

รายงานพิเศษ โดย ไทยรัฐออนไลน์ สัปดาห์นี้ จะพาสาวกของซิลลี่ฟูลส์ ไปพูดคุยกับการกลับมาอีกครั้งของพวกเขา หลังจากที่ห่างหายไปนานถึง 4 ปี และการกลับมาครั้งนี้มีอะไรแปลกใหม่และพิเศษกว่านักร้องนำหรือไม่ ไปฟังจากปากพวกเขากันเลย

ซิลลี่ ฟูลส์ คืออีกหนึ่งตำนานวงร็อกของไทย?
ต้น : คำนี้มันทำให้รู้สึกเหมือนว่าเราแก่นะ ร็อกในตำนาน (หัวเราะ) เรียกว่าวงร็อกรุ่นกลางดีกว่า ผมไม่รู้สึกว่าเราเป็นตำนาน เรารู้สึกแค่ว่าเรามีงานให้ทำก็พอ วงการดนตรีทุกวันนี้มันเล็ก มีแต่คนรู้จักกัน เราไม่คิดอยากจะเป็นวงร็อกในตำนานเลย
หรั่ง : หรือว่าจะเรียกว่าวงร็อกในตำนานที่ยังหายใจอยู่ มันแก่มากนะ ฟังแล้วเจ็บปวดมาก ไม่เอา ไม่อยากได้ (หัวเราะ)

ซิลลี่ ฟูลส์ ห่างหายจากการทำเพลงมานานแค่ไหน?
หรั่ง : ประมาณ 3-4 ปี
ต้น : แต่เอาจริงๆ เราไม่ได้หายไปไหน ก็ยังคงร้องเพลงอยู่ แต่แค่ไม่ได้ทำซิงเกิ้ลใหม่ๆ ออกมา

กลับมาครั้งนี้กดดันกันมั้ย หลายคนคาดหวัง หลายคนรอคอย?
ต้น : ไม่กดดันเลย เพราะไม่เคยกลัวเรื่องเพลง เรื่องดนตรี ว่ามันจะเป็นยังไง เพราะแค่เบียร์เขียนเนื้อเพลงแรกเราก็รู้ว่ามันผ่านแล้ว ไม่ได้กดดัน ออกไปจะดีหรือไม่ดี ไม่สน ขอให้ได้ทำเพลงก็พอ (ยิ้ม) ชื่อเสียงมันขึ้นลงๆ หลายรอบแล้ว ก็เลยไม่ได้ยึดติด รู้สึกเฉยๆ แล้ว ปลงแล้ว

ทำไมถึงได้มาร่วมงานกับค่ายมี เรคคอร์ดส?
ต้น : รู้จักเป็นการส่วนตัวกับเบียร์มานานแล้ว มาช่วยแต่งเนื้อให้นานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสมาร่วมงานกัน สุดท้ายพอเราเปลี่ยนนักร้อง เบียร์ก็คุยว่าอยากจะเขียนเนื้อให้คุยกันก่อนที่จะมีค่ายมีเรคคอร์ดส พอมีค่ายใหม่ เราก็มาอยู่ด้วยกัน มาช่วยกันสร้างช่วยกันทำ เพราะเขาชวนมาตั้งนานแล้ว ก็เลยได้ทำซิงเกิ้ลใหม่

กว่าจะปล่อยซิงเกิ้ลออกมา ใช้เวลานานแค่ไหน?
ต้น : ประมาณ 5-6 เดือน ไม่ได้เร่งทำ เราค่อยๆ ทำ ก็บอกให้ไปคิดลูกกลองมา เพราะว่าลูกกลองมันยาก ต้องไปซ้อม ตอนนั้นเราก็ทัวร์กันด้วย มีเวลาว่างวันไหนถึงจะได้ทำเพลง ก็เลยใช้เวลาหน่อย

เพลงนี้โชว์ดนตรีมากกว่าเนื้อร้อง แล้วชื่อเพลงทำไมต้องเป็นชื่อนี้?
ต้น : เอาจริงๆ เพลงนี้ต้องฟังหลายๆ รอบ ฟังแยกรอบ รอบนี้ฟังเนื้อร้อง รอบนี้ฟังดนตรี ส่วนชื่อเพลงต้องเป็นแบบนี้เพราะเบียร์อยากให้ชื่อเพลงเป็นแบบซิลลี่ ฟูลส์ยุคเก่าๆ เลยให้ช่วยคิดชื่อ ช่วยคิดทำนองแบบนี้มา

กลับมาครั้งนี้ มีนักร้องนำคนใหม่ของวงด้วย?
ต้น : มันเป็นเรื่องดวง ตอนนั้นเราก็ทัวร์คอนเสิร์ตกันเรื่อยๆ ก็ไปกับแด็กซ์ ส่วนเบนนักร้องนำเขามีปัญหาเรื่องเอ็นหัวเขาฉีกมานานแล้ว จนอาการมันลุกลามไปที่สะโพก หมอบอกว่าต้องผ่าและสั่งห้ามวิ่ง กระโดด หรือว่าทำอะไรเลย เบนก็มาปรึกษา หมอสั่งห้าม ไม่อย่างนั้นจะพิการได้ จะทำไงดี และตอนนั้นก็รับงานไว้แล้ว ยังทัวร์คอนเสิร์ตกันอยู่ ก็เลยต้องหานักร้องที่จะมาร้องแทนในช่วงอาทิตย์นี้ เพราะเบนบอกว่าช่วยร้องได้แค่ช่วงนี้ ซึ่งหรั่งเป็นคนไปเจอมา
หรั่ง : ไปเจอในการประกวดเพลงคัฟเวอร์ สุญญากาศ ของซิลลี่ ฟูลส์ จัดโดยกิมเล้ง ออดิโอ้ และริมก็ส่งเพลงมาประกวดเหมือนกัน และสมาชิกทุกคนในซิลลี่ ฟูลส์ก็เป็นกรรมการ แต่ริมไม่ได้เข้ารอบนะ ก็เลยนึกขึ้นได้ เลยติดต่อไปหาริมให้ทำเดโม่ร้องเพลงส่งกลับมาให้ฟังหน่อย เขาก็ร้อง พอเราฟังมันเข้าที่ ก็เลยส่งให้ต้นฟัง ทุกคนชอบ และด้วยเวลามันน้อย ก็เลยตกลงเอาคนนี้ ใช้น้องคนนี้ไปก่อน ค่อยเลือกใหม่อีกที เราก็เลยทำหน้ากากเพื่อให้ทุกคนจำนักร้องคนใหม่ของเราด้วยหน้ากากไว้ก่อน โดยที่ยังไม่เปิดเผยว่าเป็นใคร

หลังจากที่ถูกติดต่อไปให้มาร่วมร้องเพลงด้วย รู้สึกอย่างไร?
ริม : พอพี่ๆ เขาติดต่อมาก็ดีใจครับที่ได้เล่นกับวงดนตรีที่เป็นไอดอลเราตั้งแต่เด็ก แม้จะไม่ได้เข้ารอบในการคัฟเวอร์เพลงสุญญากาศ แต่ก็ได้ถูกเลือกให้มาร่วมร้องเพลงกับพี่เขา ซึ่งประหลาดใจเพราะไม่คิดว่ามันจะเป็นไปได้ แต่ตอนแรกเหมือนจะถูกวางตัวให้แทนแค่ช่วงสั้นๆ ก็ยังดีใจ

อะไรทำให้ตัดสินใจเลือกริมเป็นนักร้องนำของวง?
ต้น : กระแสตอบรับมันดี ตั้งแต่วันแรกที่ไปทัวร์คอนเสิร์ต กลายเป็นกระแสออกมา ซึ่งตอนแรกก็ไม่คิดจะเอาเขาหรอกนะ เพราะเราต้องดูกันเรื่องนิสัยอีก เพราะหลักๆ เราไม่ได้เอาแค่ร้องเพลงดี แต่นิสัยไปกันได้หรือเปล่า ประเภทศูนย์รวมจักรวาลอีกคนหรือเปล่า ก็ต้องดูตรงนี้ด้วย พอได้มาทำงานด้วยกัน เขาก็โอเคนะ เป็นคนจิตใจดีครับ

ผ่านการประกวดมาเยอะ แต่เพราะมีเสียงที่คล้ายพี่โต เลยทำให้ไปไม่ถึงฝัน?
ริม : ใช่ครับ มันเป็นประเด็นเรื่องเสียงไปคล้ายพี่โต ก็โดนวิจารณ์มาตั้งแต่มัธยมแล้ว ประกวดเวทีไหนก็เป็นอย่างนี้มาโดยตลอด ก็มีความท้ออยู่เหมือนกัน มันเหนื่อยกับคำพูดของคนนู้นคนนี้ แต่ก็ไม่เคยหยุดความฝันที่อยากจะเป็นนักร้อง และวันนี้พอได้มาร่วมงานกับพี่ๆ เขา มาเป็นนักร้องนำของวง ผมไม่อ่านคอมเมนต์ตามโซเชียลเลย เพราะเคยอ่านแล้วไม่มีอะไรดีขึ้นมา คนเราพูดไปเรื่อย อยากจะพูดอะไรก็พูด อยากจะพิมพ์อะไรก็พิมพ์ ไม่ได้คิดอะไร เพราะฉะนั้นผมก็เลยเลือกที่จะไม่อ่าน

กดดันมั้ย หลายคนมองว่าริมจะพาวงซิลลี่ ฟูลส์ กลับมาโด่งดังอีกครั้งได้หรือไม่?
ริม : โดยส่วนตัวผมมีวงอยู่แล้ว ผมเป็นนักดนตรีคนหนึ่งอยู่แล้ว พอได้ขึ้นมาอยู่ในพื้นที่ตรงนี้ช่วงแรกๆ ยอมรับว่ากดดัน แต่หลังๆ ก็เริ่มปกติ เริ่มปรับตัวได้ พยายามทำงานอย่างเต็มที่ที่สุด

ชินกับนามสกุลใหม่ ซิลลี่ ฟูลส์ แล้วหรือยัง?
ริม : เอาตรงๆ นะ ผมไม่ค่อยตื่นเต้นกับยศถาบรรดาศักดิ์เท่าไร คือผมอยู่กับพี่พวกเขาถ้าผมทำงานไม่ได้ มันถึงจะทำให้ผมหดหู่มากกว่าที่จะดีใจกับนามสกุลใหม่นี้ ผมขอเน้นที่การทำงานมากกว่า

เสียงนักร้องนำ เสียงเหมือน โต มาก ถ้าไม่มองหน้า ฟังแต่เสียง แฟนเพลงยอมรับมากน้อยแค่ไหน?
ต้น : ใช่ ใกล้เคียงมาก คือตอนที่หรั่งเอามาก็ไม่ได้คิดว่าจะให้เป็นนักร้อง แค่จะให้มาร้องแทน เพราะเราคิดไว้ว่าจะชวนปู แบล็กเฮด แต่เค้าก็มีวงอยู่ จะชวนมาก็กระไรอยู่ ก็เลยตัดสินใจดึงริม เรื่องการยอมรับสำหรับเราถือว่ากระแสดีนะ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันก็มีการเปรียบเทียบกับโต ต่อให้เสียงไม่คล้ายก็เปรียบเทียบว่าไม่ใช่ซิลลี่ ฟูลส์ แต่พอมาเสียงเหมือนก็วิจารณ์อีกว่าเสียงเหมือนคนเก่า ซึ่งเราก็ไม่ได้สนใจถึงการวิจารณ์ตรงนี้ แต่ยอมรับว่าเพลงแรกเราตั้งใจให้การร้อง เสียงให้เหมือน เพื่อให้คนฟังหันมาโฟกัสที่เรา แล้วเพลงต่อไปค่อยไปบิด

ทำไมทุกคนต้องใส่หน้ากาก ทำไมไม่ใส่แค่นักร้องนำ?
หรั่ง : หน้ากากที่ทำให้ริมใส่ตอนแรกเพราะเราคิดว่าจะยังไม่เปิดเผยนักร้อง แต่พอเรากลับมาดูโชว์ ก็เห็นว่าทำไมพวกเราน่าเกลียดกันอย่างนี้ (ยิ้ม)
ต้น : ที่ดูน่าเกลียดเพราะว่าเราแต่งตัวกันธรรมดา สบายๆ อย่างผมก็ใส่กางเกงสามส่วน เสื้อยืดขึ้นไปเล่น มันไม่น่าดูเลย แต่กับริมเขาแต่งเต็มยศ เพราะว่าหรั่งพาริมไปซื้อเสื้อ ดีไซน์การแต่งตัวให้ ริมก็แต่งตัวมาอย่างหล่อเลย พอมาเห็นตัวเองแล้วกลายเป็นแบ็กอัพไปเลย (หัวเราะ) ก็เลยตกลงกันว่าจะแต่งให้เหมือนกัน ใส่หน้ากากให้ดูเหมือนโชว์ที่พิเศษขึ้นมากกว่าเดิม เพราะคนดูจะได้สนุกและดูว่าโชว์มันไปด้วยกัน และเราตั้งใจจะใส่ร้องทุกเพลงตั้งแต่ตอนนี้ไป แต่จะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรค่อยว่ากัน

หน้ากากของแต่ละคนมีความหมายอย่างไรหรือเปล่า?
หรั่ง : ไม่ขนาดนั้น อย่างหน้ากากของผมมันจะเป็นต้นแบบก่อน แล้วของรัตน์ก็เริ่มเอามาตกแต่ง ตัดตรงนี้ออก เพิ่มตรงนี้เข้าไปก็กลายเป็นอีกแบบ ส่วนของต้นเขาได้แบบของเขามาเป็นรูปหัวกะโหลกยิ้ม
ต้น : มันเป็นแฟชั่นอย่างหนึ่ง เรียกแนวสตรีมพังก์ ที่เราแต่งๆ กันอยู่

กระแสตอบรับกับการใส่หน้ากากเป็นอย่างไรบ้าง?
ต้น : ดีมาก งานโชว์ตัวบานเลย (ยิ้ม) กลายเป็นว่าคนดูชอบ เหมือนได้ดูโชว์แปลกๆ ไปด้วย
หรั่ง : รู้สึกชอบเวลาที่คนดูดูโชว์แล้วเขายิ้ม หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายแล้วเขายิ้มเหมือนกับได้ภาพสวย เราก็รู้สึกดีที่ทำให้คนมีความสุขได้ด้วย แต่อย่าถามว่าร้อนมั้ย ร้อนมาก ต้องทน (ยิ้ม)

มีกระแสชื่นชอบแต่ก็มีกระแสวิจารณ์เรื่องการใส่หน้ากากด้วย?
ต้น : การใส่หน้ากากมันมีมาตั้งนานแล้วนะ แต่คนไทยชอบดราม่า ชอบดูถูกกันเองไว้ก่อน คือก่อนที่สลิปนอตจะใส่ ก็มีวงจีวอร์ใส่เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว พอคนไม่รู้จักสตรีมพังก์ก็คิดว่าการที่ใส่หน้ากากก็ไปโยงเข้าสลิปนอตซะแล้ว อาจจะเป็นเพราะคนที่วิจารณ์ฟังอยู่วงเดียว รู้จักอยู่วงเดียว ถ้าไปเสิร์ชคำว่าสตรีมพังก์จะรู้เลยว่ามันคืออะไร เราไม่ได้เลียนแบบใคร ถึงแม้การใส่หน้ากากร้องเพลงมันก็ไม่ผิด เราไม่ได้อยากจะเป็นสลิปนอตเลยนะ เพราะดนตรีก็ไม่ใช่ แต่มันเป็นแฟชั่นที่เราชอบ แฟชั่นนี้เกิดมาตั้งนานแล้ว ไม่ใช่เกิดขึ้นมาเพราะสลิปนอต
หรั่ง : การที่โดนวิจารณ์ว่าเลียนแบบวงนั้นวงนี้พวกเราไม่ซีเรียสเลย มันเป็นธรรมชาติ ถ้าคิดอยากทำอะไรปุ๊บก็ต้องถูกจับผิดแล้ว

ในช่วงที่ต้องเปลี่ยนตัวนักร้องนำของวงจาก โต เป็น เบน มันก็มีกระแสตอบรับน้อยลง ตอนนั้นรู้สึกอย่างไรบ้าง?
ต้น : แรกๆ ดี แต่พอนานๆ เข้า เบนร้องไม่ชัด และเรื่องแอ็กติ้งของเบนเป็นอย่างนี้ คนก็เริ่มไม่ค่อยรับ กระแสมันก็ถอยลงมาเรื่อยๆ แต่มันก็ยังพอเลี้ยงประคองตัวเองอยู่ได้ ไม่คิดหยุด เพราะมันเป็นอาชีพ เราก็ต้องสู้กันต่อไป ใครจะวิจารณ์ยังไงก็ว่าไป

เคยอยู่จุดที่วงได้รับความนิยมสูงสุด พอมาวันหนึ่งต้องมาอยู่ในจุดที่ต้องประคับประคองวงไปให้ได้ รู้สึกอย่างไร?
ต้น : เราทำใจรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตก่อนที่เราจะประกาศแยกทางกับโต เราเตรียมยอมรับได้ทุกอย่าง จะตกระกำลำบากถึงขนาดจะต้องไปเล่นตามผับก็ไม่ว่าอะไร เพราะมันจะต้องเลี้ยงชีพ เพราะมันเป็นงานสุจริต ผมไม่ได้ดูถูกนักดนตรีกลางคืนนะว่าไม่ดีนะ แต่ถ้าถึงเวลานั้นที่จะต้องไปเล่นกลางคืนผมก็รับได้ จนมาถึงวันนี้กระแสมันตีกลับขึ้นมาอีกครั้ง ยอมรับว่างง แค่ชั่วข้ามคืนกระแสก็กลับมาอีกครั้ง คนมาจองงานเยอะขึ้น

ซิลลี่ ฟูลส์ จะยังคงทำเพลงอีกนานแค่ไหน?
ต้น : ก็เคยคุยกับหรั่งนะว่าเราจะทำปีนี้ให้มันเสถียรก่อนแล้วกัน ยังไม่ต้องวางไกลถึง 10-20 ปีข้างหน้า แค่ 3-4 ปีนี้ก่อน ให้มีงานเรื่อยๆ ไม่ขาดก็โอเค ดูสุขภาพร่างกาย อายุด้วย เราไม่ใช่เด็กสดๆ แล้ว

ซิลลี่ ฟูลส์ ต้องกลับมาอยู่ในยุคที่วงการเพลงดูซบเซาลง ไม่มีการทำเพลงแบบเป็นอัลบั้มเหมือนเมื่อก่อน?
ต้น : ตลาดมันเปลี่ยนมานานแล้ว ตั้งแต่ยุคเทปผีแล้ว ช่วงนั้นคนก็ซื้อเทปผีกันแล้ว จนมาในยุคให้โหลดฟรี ที่คนวงการเพลงต้องมาลำบากและเน้นงานโชว์ก็เพราะว่าคนเราไม่คิดจะลงทุนไง คนที่ไม่ได้มาทำงานตรงนี้ก็จะมีข้ออ้างที่เข้าข้างตัวเองเสมอในการที่จะทำอะไรผิดกฎหมาย ถ้าเราไม่สตรองก็ไม่ได้ เพราะไม่งั้นเดี๋ยวอดตาย (ยิ้ม) ก็ต้องสู้ต่อ บางคนก็มองว่าเราฝืน มันก็ต้องฝืนนะ เพราะมันเป็นอาชีพเรา ชีวิตเรา คือไม่เอาคำพูดพวกนี้มาใส่ใจ งานดนตรีของเราเลี้ยงครอบครัวได้ ไม่มีอะไรให้น่าอายหรือว่าให้ฝืนใจทำ มันเป็นอาชีพที่สุจริต เป็นอาชีพที่พวกผมรัก ให้ไปทำอะไรที่ผิดกฎหมายเพื่อเลี้ยงครอบครัวอันนั้นน่าอายกว่า ผมไม่คิดจะเปลี่ยนอาชีพจากนักร้องไปทำอย่างอื่น แต่หาอาชีพเสริมก็พอได้ ดนตรียังสร้างรายได้ให้อยู่ ก็สู้ชีวิตกันไป
หรั่ง : คนสมัยนี้ไม่คิดจะให้บ้างเลย คิดแต่จะเอาอย่างเดียว เลยทำให้ค่ายเพลง คนทำเพลงลำบากกันอย่างทุกวันนี้ เพราะอย่างนี้มันเลยเกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีการทำอัลบั้มแล้ว มีแต่ปล่อยซิงเกิ้ลออกมา ถ้าคนรู้จักให้รู้จักซื้อมันก็จะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้หรอก

เพลงเก่าๆ ของซิลลี่ ฟูลส์ จะนำกลับเอามาร้องได้อีกหรือไม่?
ต้น : สำหรับเรื่องเพลงเก่าๆ ของซิลลี่ ฟูลส์ เราก็เอามาร้องได้ เพราะมีการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้กับทางต้นสังกัดเก่าอยู่ถ้าเรานำเพลงมาร้อง ซึ่งทางมีเรคคอร์ดส ก็จัดการเรื่องนี้ให้ครับ

ฝากผลงานเพลงแป๊ะอย่าร้อง และการกลับมาอีกครั้งของซิลลี่ ฟูลส์?
ริม : ขอฝากก้าวใหม่ของซิลลี่ ฟูลส์ และของผมด้วยแล้วกัน ฝากผลงานเพลงแป๊ะอย่าร้องไว้ด้วยนะครับ อยากให้เปิดใจฟังกัน เพราะว่าซิลลี่ ฟูลส์ ไม่ค่อยทำดนตรีซ้ำ มันจะมีความแปลกประหลาดออกไปเรื่อยๆ เป็นวงที่ประหลาดวงหนึ่ง เปิดใจรับผมด้วยนะครับ
รัตน์ : สามารถดาวน์โหลดเพลงนี้ได้ที่ *492 222 288 นะครับ

บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้คนทำเพลงอย่าง ซิลลี่ ฟูลส์ สู้กับทุกสิ่ง ช่วยกันอุดหนุนช่วยกันฟัง วงดนตรีดีๆ จะได้ไม่ล้มหายตายจากไป.

ซิลลี่ ฟูลส์ ยังไม่ตาย!! กลับมาแล้ว พร้อมซิงเกิ้ลใหม่ แป๊ะอย่าร้อง ภายใต้สังกัด มี เรคคอร์ดส โดยได้นักร้องนำคนใหม่อย่าง ริม กฤษณะ มาร่วมวงอีกครั้ง ที่มีน้ำเสียงคล้าย โต แฮงแมน อดีตนักร้องนำเมื่อหลายปีก่อน 8 ก.ย. 2559 14:45 9 ก.ย. 2559 19:14 ไทยรัฐ