วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รัสเซีย ญี่ปุ่น ทะเลาะเพราะเกาะ (2)

อังคารที่ผ่านมา ผมรับใช้เรื่องข้อพิพาทระหว่างรัสเซียกับญี่ปุ่น ตอนแรกคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว ไม่น่าจะมีใครมาสนใจมาก ทว่าปรากฏว่าผิดคาด มีคำถามมาทาง Official Line ที่มีไอดี @nitipoom และการโต้ตอบกันพอสมควร เพราะบางท่านเข้าข้างฝ่ายรัสเซีย บางท่านอยู่ฝ่ายญี่ปุ่น

ผู้อ่านท่านที่เห็นใจญี่ปุ่น บอกว่า เปิดฟ้าส่องโลกเสนอแต่มุมของพวกรัสเซีย วันนี้ผมจึงต้องขออนุญาตกลับมารับใช้ในมุมของญี่ปุ่นกันบ้างครับ ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นการไม่ยุติธรรมต่อญี่ปุ่น

เรื่องข้อพิพาททางดินแดนของรัสเซียกับญี่ปุ่นนั้น ต่างฝ่ายต่างให้เหตุผลทางประวัติศาสตร์และกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อชักจูงนานาชาติให้เชื่อว่า ตนเองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ดินแดนทางเหนือ (ญี่ปุ่นเรียก) และเกาะคูริลใต้ (รัสเซียเรียก)

รัสเซียมักจะอ้างข้อตกลงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เช่น ข้อตกลงยัลตา ค.ศ.1945 ข้อตกลงปอตดัม ค.ศ.1945 และข้อตกลงสนธิสัญญาสันติภาพซานฟรานซิสโก ค.ศ.1952

ข้อตกลงยัลตาทำกันระหว่างผู้ชนะสงคราม ที่มีรูสเวลท์ ผู้นำของสหรัฐฯ เชอร์ชิล ผู้นำของอังกฤษ และสตาลิน ผู้นำของรัสเซียว่าถ้าโซเวียตกระโจนเข้าร่วมสงครามซัดกับญี่ปุ่น และถ้าฝ่ายนี้ชนะ โซเวียตจะได้หมู่เกาะคูริลและส่วนใต้ของสะขะลิน

ส่วนญี่ปุ่นอ้างสนธิสัญญาเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์กที่มีชื่อเต็มว่าสนธิสัญญาแลกเปลี่ยนเกาะสะขะลินกับหมู่เกาะคูริล ค.ศ.1875 ว่ามีการระบุให้ญี่ปุ่นมอบเกาะสะขะลินให้รัสเซีย และญี่ปุ่นจะได้หมู่เกาะคูริล

ญี่ปุ่นบอกว่า รัสเซียไม่เคยตั้งข้อกังขาหรือสงสัยต่อกรรมสิทธิ์ใน ดินแดนเหล่านี้ของญี่ปุ่น รัสเซียเพิ่งจะมาพูดเอาตอนที่ญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อ ค.ศ.1945

ญี่ปุ่นยังอ้างสงครามญี่ปุ่นกับรัสเซียที่เกิดขึ้นระหว่าง ค.ศ.1904-1905 ซึ่งรบกันมันหยดและบั้นปลายท้ายที่สุด รัสเซียแพ้ ก็จึงต้องไปลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพปอร์ตสมัธ ค.ศ.1905 มีข้อใหญ่ใจความว่า รัสเซียยอมยกส่วนตอนใต้ของสะขะลินให้แก่ญี่ปุ่น

ที่ญี่ปุ่นหงุดหงิดมากก็คือ เรื่องที่รัสเซียยกข้อตกลงยัลตา ค.ศ.1945 มาอ้าง ญี่ปุ่นบอกว่า ข้อตกลงยัลตานี่ใช้ไม่ได้ เพราะเป็นแค่เรื่องที่สหรัฐฯ อังกฤษ และโซเวียตตกลงกันถึงเรื่องในอนาคตว่าจะจัดการยังไงกับญี่ปุ่นดี หากญี่ปุ่นแพ้สงคราม ตามกฎหมายระหว่างประเทศถือไม่ได้ว่าเป็นความเห็นครั้งสุดท้ายของประเทศสัมพันธมิตร (ซึ่งชนะสงครามในเวลาต่อมา) ว่า ในที่สุดแล้วใครจะได้เข้าไปครอบครองหมู่เกาะคูริลและส่วนใต้ของสะขะลิน

ญี่ปุ่นอ้างบันทึกช่วยความจำที่ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯส่งให้เอกอัคราชทูตญี่ปุ่นเมื่อ ค.ศ.1956 โดยแสดงจุดยืนเรื่องดินแดนนี้ควรเป็นของใคร ดังต่อไปนี้

“เกี่ยวกับปัญหาดินแดน สหรัฐฯถือว่า ข้อตกลงยัลตาเป็นเพียงแค่คำแถลงที่มีวัตถุประสงค์ร่วมกันของผู้นำประเทศมหาอำนาจที่ร่วมลงนามในตอนนั้น และไม่ใช่การตัดสินขั้นสุดท้ายโดยประเทศมหาอำนาจเหล่านั้นว่าจะมีผลกฎหมายใดๆ สหรัฐฯพิจารณาข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์อย่างรอบคอบว่า เกาะเอโตโรฟุ และคุนาชิรี (พร้อมทั้งหมู่เกาะฮาโบไมและชิโกตันซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเกาะฮอกไกโด) เป็นส่วนหนึ่งของญี่ปุ่นมาโดยตลอด ตามความยุติธรรม เกาะเหล่านี้อยู่ภายใต้อธิปไตยของญี่ปุ่น”

ผู้อ่านท่านคงนึกออกนะครับ ว่า ตอนลงนามข้อตกลงยัลตา ค.ศ.1945 นั้น ญี่ปุ่นไม่ได้เข้าร่วมด้วย และไม่ได้รู้เห็น จึงไม่มีผลผูกพันถึงญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นยังถือว่าการที่โซเวียตโจมตีและผนวกหมู่เกาะคูริลเป็นการละเมิดสนธิสัญญาไม่รุกรานกัน ที่รัสเซียทำไว้กับญี่ปุ่นเมื่อ ค.ศ.1941 และยังเป็นการไม่ยึดหลักการ non–aggrandizement หรือหลักการไม่ผนวกดินแดนเพิ่มขึ้นที่ระบุในกฎบัตรแอตแลนติกซึ่งกฎบัตรนี้รัสเซียก็ได้ให้ความเห็นชอบด้วย

ญี่ปุ่นยังบอกว่าข้อตกลงหรือคำประกาศปอตสดัมที่ทำเมื่อ 26 กรกฎาคม ค.ศ.1945 ที่บอกว่าดินแดนของญี่ปุ่นจะจำกัดอยู่เฉพาะ 4 เกาะใหญ่และเกาะเล็กๆเท่านั้น ญี่ปุ่นตีความว่าเกาะเล็กๆพวกนี้ หมายถึงดินแดนที่เป็นกรณีพิพาทด้วย

ตามสนธิสัญญาสันติภาพซานฟรานซิสโกที่ญี่ปุ่นลงนามหลังจากแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ว่า ญี่ปุ่นสละสิทธิ์การมีกรรมสิทธิ์ในหมู่เกาะคูริลนั้น ญี่ปุ่นถือว่าดินแดนที่เป็นกรณีพิพาทไม่ได้รวมอยู่ในสนธิสัญญานี้ด้วย

เอาละครับ เปิดฟ้าส่องโลกเสนอความเห็นของทั้งสองฝ่ายครบหมดแล้วนะครับ.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th  
www.nitipoom.media  
www.facebook.com/nitipoom.thailand 

8 ก.ย. 2559 13:59 8 ก.ย. 2559 13:59 ไทยรัฐ