วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ให้แม่น้ำ 3 สาย แจงข้อมูล พ่วงประชามติ

สปท.สนช.ครม.จัดเอกสาร ส่งศาลรธน.ภายใน12ก.ย.นี้ อุดมเดชพ้นผิดคดีราชภักดิ์

ศาล รธน.รับคำร้องชี้ขาดคำถามพ่วง สั่งแม่น้ำ 3 สาย “สปท.-สนช.-ครม.” ส่งกลับความเห็นพร้อมข้อมูล ผลออกเสียงประชามติ ภายใน 12 ก.ย. ด้าน กรธ.เล็งจัดเวทีสัมมนารับความเห็นต่างร่าง ก.ม.ลูก “มีชัย” ยันฟังเสียงรอบด้าน ไม่จำเป็นต้องเขียนตาม กกต. “อลงกรณ์” ชิ่ง “คู่หูห้อยโหน” โชว์ออฟชงข้อเสนอส่วนตัว สปท.การเมืองดันอีกร่าง ก.ม.พรรคการเมืองใหม่ ติดดาบสมาชิกพรรคยื่นสอบจริยธรรมถอด กก.บห.ยันรัฐมนตรี ตั้งแท่นล้างไพ่โละบัญชีสมาชิก โทษหนักจำคุก 5-10 ปี นายทุนทุ่มเงินจ่ายค่าธรรมเนียมแทนชาวบ้าน ศาลนัดไต่สวนถอนประกันแกนนำ นปช. 18 ม.ค.60 ป.ป.ช.ซุ่มเงียบลงมติเอกฉันท์อุ้ม “บิ๊กโด่ง” พ้นผิดคดีราชภักดิ์ ระบุโครงการไร้สิ่งผิดปกติ “บิ๊กตู่” เคลียร์ใจ “บัน คี มูน” นำไทยคืนสู่ประชาธิปไตย จัดเลือกตั้งตามโรดแม็ป

หลังจากกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ส่งร่าง แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับผลการออกเสียงประชามติในประเด็นเพิ่มเติม เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นการชอบด้วยกับผลการออกเสียงประชามติแล้วหรือไม่ ล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งรับคำร้องไว้ พร้อมทำหนังสือขอให้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่งความเห็นและข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาให้ภายในวันที่ 12 ก.ย.

ศาล รธน.รับคำร้องตีความคำถามพ่วง

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 7 ก.ย. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมด้วยตุลาการทั้ง 8 คน ได้ร่วมกันพิจารณาอรรถคดีกรณีที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ส่งร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งแก้ไขในส่วนที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับผลการออกเสียงประชามติในประเด็นเพิ่มเติม เพื่อให้พิจารณาว่าเป็นการชอบด้วยกับผลการออกเสียงประชามติแล้วหรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 1 พ.ศ.2558 มาตรา 37/1

ให้ สปท.–สนช.–ครม.แจงเพิ่มใน 12 ก.ย.

ภายหลังการประชุมสำนักงานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าวเผยแพร่ผลการประชุมว่า ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้ว มีคำสั่งรับเรื่องดังกล่าว ไว้พิจารณาวินิจฉัย และเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาเห็นสมควรมีหนังสือขอความเห็น และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลการออกเสียงประชามติในประเด็นเพิ่มเติมจากสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมทั้งเอกสารอื่นใดที่เห็นว่าเกี่ยวข้องให้จัดส่งต่อศาลภายในวันจันทร์ที่ 12 ก.ย.นี้

“มีชัย” ยันฟังรอบด้านก่อนเขียน ก.ม.ลูก

เมื่อเวลา 13.45 น. ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ได้รับร่างกฎหมายลูกจาก กกต.แล้ว 1 ฉบับ หาก กกต.ส่งร่างกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งมาครบทั้ง 4 ฉบับ คาดว่าจะจัดสัมมนา เพื่อรับฟังความเห็นได้ภายใน 2-3 สัปดาห์หน้า ร่างที่ กกต.ส่งมา กรธ.ไม่จำเป็นต้องเขียนตามทั้งหมดหรือเอามาเป็นหลักในการเขียน ต้องดูว่าข้อเสนออะไรที่เป็นประโยชน์ หากดีอยู่แล้วจะนำมาเป็นพื้นฐาน แต่ถ้าอะไรที่เป็นข้อเสียหรือไปกระทบคนอื่น ต้องรับฟังความเห็นก่อน ต้องดูให้รอบด้านมากที่สุด เมื่อถามว่า การขอความเห็นจากพรรคการเมือง ต้องเปิดโอกาสให้มีประชุมพรรคเพื่อขอมติหรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่า ให้ใครมาเสนอก็ได้ เหมือนชาวบ้านเดินมาเสนอความเห็น ไม่จำเป็นต้องมีมติหรือมีคนสนับสนุน

สรุปความเห็นไปถกในวงสัมมนา

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรธ. ในฐานะผู้ดำเนินการเตรียมจัดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างกฎหมายลูกว่า กระบวนการรับฟังความเห็นเบื้องต้นจะนำเนื้อหาของร่างกฎหมายลูกที่ทุกภาคส่วนส่งมายัง กรธ.มาสรุปแยกเป็นประเด็น และกำหนดหัวข้อเพื่อรับฟังความเห็นในเวทีสัมมนา เช่น กลไกการมีส่วนร่วมของสมาชิกพรรคการเมืองต่อการทำนโยบายหรือกิจการภายในพรรคการเมือง เป็นต้น และจะนำประเด็นสำคัญมาสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในวงกว้างผ่านการทำโพลด้วย ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองที่มีหลักเกณฑ์ห้ามดำเนินการ กระทบความมั่นคง ขัดศีลธรรมหรือความสงบเรียบร้อย ยังไม่มีคำนิยามที่ชัดเจน ต้องเปิดโอกาสให้พรรคการ เมืองที่ถูกมองว่ากระทำขัดข้อห้าม มีสิทธิอุทธรณ์หรือชี้แจงประเด็นก่อนจะถูกตัดสินชี้ขาดได้

“อลงกรณ์” ชิ่งคู่หูห้อยโหนเรียกแขก

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท.กล่าวถึงกรณีข้อเสนอของ กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปการเมือง สปท. ที่ให้ คสช. และกระทรวงมหาดไทย ช่วย กกต.จัดการเลือกตั้งปี 60 ถูกฝ่ายการเมืองโจมตี เป็นข้อเสนอไอ้ห้อยไอ้โหนว่า เป็นเพียงข้อเสนอเบื้องต้นของกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปการเมือง แต่ สปท.เคารพการทำงานของ กรธ. ต้องพูดให้ชัดเจนว่าเป็นความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่ความเห็นของ สปท.จะเกิดความสับสนทำให้ สปท.ถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ เมื่อยังไม่ใช่มติ สปท. ไม่ควรเสนอความเห็นที่ทำให้เกิดความสับสนหรือเข้าใจผิด สปท.จะแถลงข่าวต่อเมื่อเป็นมติเท่านั้น จึงถือว่าเป็นจุดยืนของ สปท.

สปท.การเมืองชงสมาชิกถอด กก.บห.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปท.) วันที่ 8 ก.ย. คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. จะเสนอรายงานข้อเสนอประเด็นสำคัญเพื่อจัดทำร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมือง ให้วิป สปท.พิจารณา เพื่อเตรียมบรรจุเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุม สปท.สัปดาห์หน้า ในส่วนข้อเสนอร่าง พ.ร.บ.พรรค การเมือง มี 22 หน้า 6 หมวด สาระสำคัญ อาทิ 1.กำหนดให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองประกอบด้วยตัวแทนที่สมาชิกพรรคแต่ละภาคเลือก ภาคละไม่น้อยกว่า 5 คน 2.การให้พรรคการเมืองต้องรับผิดชอบการเสนอนโยบายที่ต้องได้รับการวิเคราะห์ผลกระทบ ความคุ้มค่าและความเสี่ยงอย่างรอบด้าน ต้องไม่สร้างปัญหาต่อระบบการเงินการคลังของประเทศ รวมทั้งให้แยกตำแหน่งผู้บริหารพรรค การเมือง และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกจากกัน ชัดเจน เพื่อทำงานไม่ซับซ้อน เป็นอิสระต่อกัน รวมทั้งให้สมาชิกพรรคมีสิทธิเข้าชื่อร่วมกัน 50 คน เสนอให้ตรวจสอบความบกพร่องด้านจริยธรรมต่อผู้บริหารพรรคและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ หากพบว่ามีความผิดจริง ให้ที่ประชุมพรรคมีมติให้ออกจากพรรค

ดันไพรมารีโหวต–ลง ส.ส.โชว์ภาษี 3 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 3.การส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้ง ต้องแสดงแบบรายการเสียภาษีเงินได้ย้อนหลัง 3 ปี และแสดงตนประกาศให้ประชาชนรู้ล่วงหน้าก่อนลงเลือกตั้ง 1 ปี ขณะเดียวกัน ให้สมาชิกพรรคในเขตเลือกตั้งนั้น เป็นผู้คัดเลือกผู้สมัครเลือกตั้ง ด้วยวิธีการเลือกตั้งขั้นต้น (ไพรมารีโหวต) และพรรคการเมืองที่จะส่งคนลงเลือกตั้งต้องมีสมาชิกพรรคไม่น้อยกว่าร้อยละ 1 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตนั้น 4.การเสนอให้สมาชิกพรรคจ่ายค่าธรรมเนียมการเป็นสมาชิกพรรคแก่พรรคการเมืองปีละไม่เกิน 200 บาท โดยให้รัฐอุดหนุนเงินเพิ่มเติมแก่พรรค การเมืองอีกหนึ่งเท่าของค่าธรรมเนียมที่ได้จากสมาชิกพรรค 5.การยุบพรรคการเมือง ไม่สามารถทำได้ เว้นแต่พรรคการเมืองกระทำผิดล้มล้างระบอบประชาธิปไตย และทำลายความมั่นคงของชาติ 6.การกำหนดมาตรการรุนแรงลงโทษนายทุน กลุ่มทุน ส.ส.และ ส.ว.ที่กระทำความผิดนำเงินมาลงทุนในพรรคการเมืองเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยมีโทษจำคุก 5-10 ปี ไม่รอลงอาญา หากนิติบุคคลกระทำความผิดให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าตรวจสอบกระแสหมุนเวียนทางการเงินด้วย

เอาแน่ล้างไพ่หาสมาชิกพรรคใหม่

นายสมพงษ์ สระกวี สปท.การเมือง ในฐานะประธานคณะทำงานพิจารณาร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมือง กล่าวว่า สาระสำคัญคือการทำให้พรรคการเมืองเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง โดยให้สมาชิกพรรคต้องจ่ายค่าสมาชิกพรรคปีละไม่เกิน 200 บาท รัฐต้องอุดหนุนเงินให้อีก 1 เท่าของเงินค่าธรรมเนียมที่ได้ จากสมาชิกพรรค เพื่อสร้างแรงจูงใจให้พรรคการเมืองหาคนดี มีความสามารถมาร่วมพรรค ให้ประชาชนอยากเป็นสมาชิก และหากพบว่ามีนายทุนจ่ายเงินค่าสมาชิกพรรคแทนประชาชน เพื่อให้ได้รายชื่อสมาชิกพรรคมากๆนั้น จะมีโทษขั้นหนักเทียบขั้นการซื้อเสียง มีโทษจำคุก 5-10 ปี ไม่รอลงอาญา ผลจากการให้สมาชิกพรรคต้องเสียค่าสมาชิกพรรครายปี จะส่งผลให้ทุกพรรคต้องไปหาสมาชิกพรรคใหม่ทั้งหมด เพื่อมาจัดทำบัญชีรายชื่อสมาชิกพรรคอย่างถูกต้องเป็นระบบ เชื่อว่าคงไม่มีอุปสรรคอะไรมากนัก เพราะแต่ละพรรคมีฐานสมาชิกพรรคเดิมอยู่แล้ว

ตั้งกฎยุบพรรคยากเน้นเชือดรายตัว

นายสมพงษ์กล่าวว่า ส่วนโทษการยุบพรรคจะทำได้ยาก เน้นไปที่การลงโทษผู้กระทำผิดเป็นตัวบุคคล โดยให้มีบทลงโทษรุนแรงขึ้นมากกว่า การยุบพรรคต้องเป็นกรณีล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและทำลายความมั่นคงชาติเท่านั้น เพราะพรรคการเมืองเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของกรรมการบริหารพรรค หากใครทำผิดต้องลงโทษเป็นรายบุคคล

“วิษณุ” ชี้จัดเลือกตั้งไม่พ้น 3 โมเดล

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ให้คนไปศึกษาการจัดการเลือกตั้งของอินเดีย ที่มีประชากรกว่าพันล้านคน แต่ กกต.เพียง 1 คนว่า นายมีชัยเคยปรารภให้ฟัง ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่ร่างรัฐธรรมนูญระบุแล้วว่ามี กกต. 7 คน จะกลับ ไปใช้ 1 คนได้อย่างไร จะไปฆ่าอีก 6 คนได้อย่างไร เมื่อถามว่าหากให้ กกต.เพียงคนเดียวจัดการเลือกตั้ง จะรับมือกับแรงกดดันไหวหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่ใช่เรื่องของแรงกดดัน เพราะ 1.ในต่างประเทศไม่มีแรงกดดันอะไร แต่ประเทศไทยกดดันทั้งนั้น และ 2.การที่เขามีอำนาจเป็นผู้จัดวางระเบียบแล้วให้คนอื่นปฏิบัติ ถูกต้องแล้วที่ กรธ.จะให้คนไปศึกษา แต่สุดท้ายจะจบแบบ 3 โมเดลที่ตนบอกไป คือ 1.ให้ กกต.เป็นคนจัดอำนวยการตั้งแต่ต้นจนจบ 2.ให้ กกต.เป็นคนจัดวางระเบียบผู้แจกใบเหลือง ใบแดง ส่วนเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ ให้เจ้าหน้าที่ของฝ่ายบริหารปกติ และ 3.ให้องค์กรอื่นเข้ามาจัดการ ซึ่งหากมีองค์กรอื่นเข้ามาช่วย ไม่ต้องไปนึกว่าเป็นกระทรวงมหาดไทย แต่หากสมมติว่าจะเอามาก็ได้ อาจจะเป็นครู แพทย์ พยาบาล หรือผู้สื่อข่าวก็ได้ทั้งนั้น แต่ถึงอย่างไร กกต.ต้องมีส่วนกับการเลือกตั้ง

“จุรินทร์” ย้ำ ก.ม.ประกอบต้องไม่ขัด รธน.

ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กกต.เสนอร่างกฎหมายพรรคการเมืองที่จะรีเซ็ตบัญชีสมาชิกพรรคการเมืองว่า ยังไม่เห็นตัวร่างแต่หลักสำคัญต้องสอดคล้องต่อรัฐธรรมนูญที่ผ่านการทำประชามติ แต่จะเหมาะสมหรือไม่อย่างไร ต้องพิจารณาประกอบด้วย ไม่ใช่ว่าจะเขียนอย่างไรก็ได้ ส่วนที่ กรธ.จะเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองเสนอความคิดเห็นได้ ถือเป็นเรื่องดี พรรคประชาธิปัตย์และส่วนตัวยินดีให้ความร่วมมือ ในฐานะมีประสบการณ์ในทางปฏิบัติมาก่อน

พท.ไล่ กกต.ส่องกระจกดูตัวเอง

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ประธาน กกต.ระบุอยากให้พรรคการเมืองส่งข้อเสนอแนะร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองให้ กรธ.ว่า หากอยากฟังความเห็นและนำไปใช้จริง ควรจัดเวทีอภิปรายฟังความเห็นทุกฝ่าย และให้อภิปรายกันจริงๆ ไม่ใช่แค่พิธีกรรมเหมือนที่ผ่านมา ส่วนกรณี สปท.เสนอให้กระทรวงมหาดไทยจัดการเลือกตั้ง อย่าเพิ่งไปพูดถึงว่าเหมาะสมหรือไม่ แต่ กกต.ต้องทบทวนตัวเองว่าได้ทำหน้าที่เต็มที่ตามกฎหมายในการจัดการเลือกตั้งหรือไม่ ถ้าคิดว่าถูกต้องเหมาะสมแล้วต้องยืนยันออกมา แต่ถ้าคิดว่าไม่ใช่ควรชี้แจงเหตุผล และสมควรทบทวนด้วยว่า กกต.บางคนแสดงออกมา เช่น เรื่องหอเอน ปิซ่าหรือเรื่องอื่นอีกมากมาย เป็นการทำหน้าที่ กกต.หรือไม่ ถ้าปรับปรุงให้เหมาะสมได้ ไม่ต้องถึงขั้นให้หน่วยงานอื่นมาทำแทน

“ถาวร” ฉะบ้อท่าไม่กล้าใช้อำนาจ

นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์และแกนนำ กปปส. กล่าวถึงกรณีข้อเสนอของ สปท.การเมืองให้กระทรวงมหาดไทยจัดการเลือกตั้งภายใต้การควบคุมของ กกต.ว่า สปท.เสนอให้ กรธ.ใส่เรื่องนี้ลงในรัฐธรรมนูญ แต่ กรธ.ไม่ได้สนองตอบ สปท.จึงมาเสนอเขียนในกฎหมายลูก แต่การสื่อสารไม่สมบูรณ์และใน สปท.แย่งกันนำเสนอต่อสังคม คนที่ออกมาพูดถูกมองว่าเป็นสายล่อฟ้า ข้อเสนอดี แต่ถูกมองว่าเสนอเพื่อให้ตัวเองได้ประโยชน์ ขอให้สังคมมองให้รอบคอบ และ กรธ.พิจารณาข้อเสนอนี้ด้วย สปท.คงติดตามการทำงานของ กกต.มานาน พบว่ายังแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง ทำผิดกฎหมายเลือกตั้งไม่ได้ ซ้ำ กกต.ชุดนี้ยังไม่กล้าใช้อำนาจป้องกัน จนทำให้การเลือกตั้งที่ดันทุรังจัดต้องเป็นโมฆะ

นัดไต่สวนถอนประกัน “ตู่–เต้น” ต้นปี 60

อีกเรื่อง เรือโทสมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยถึงกรณีพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 1 ยื่นคำร้องต่อศาลอาญา เมื่อวันที่ 2 ก.ย.ขอให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราว นายวีระ หรือนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ นายนิสิต สินธุไพร จำเลยที่ 1-4 และจำเลยที่ 8 ในคดีร่วมกันก่อการร้ายว่า คดีอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์ โดยเมื่อวันที่ 29 ส.ค. พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 1 รับหนังสือจากอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ลงวันที่ 25 ส.ค. แจ้งให้ทราบว่า นายวีระกานต์กับพวก มีพฤติการณ์และกระทำการอันเป็นการผิดเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราว ที่ศาลกำหนดไว้ ดีเอสไอจึงขอให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลอาญา ขอให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราว โดยแจ้งข้อเท็จจริงพร้อมแนบพยานหลักฐานหลายรายการมาให้อัยการ เมื่อพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 1 พิจารณาแล้ว จึงยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขอให้วินิจฉัย ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีดังกล่าวศาลได้รับคำร้องไว้พิจารณาแล้ว โดยนัดไต่สวนคำร้องวันที่ 18 ม.ค.2560 เวลา 09.00 น. วันเดียวกับนัดสืบพยานโจทก์คดี นปช.ร่วมกันก่อการร้ายทนาย นปช.จ่อยื่นคัดค้าน

นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความแกนนำ นปช. กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ยื่นศาลขอถอนประกัน 5 แกนนำ นปช.ในคดีก่อการร้ายว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอศาลส่งหมายนัด รวมทั้งคำร้องของ อสส.มาก่อนจะนัดไต่สวนผู้ต้องหาต่อไป หากได้หมายนัดจากศาลแล้วจะยื่นคำคัดค้านต่อศาลแน่นอน จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบมูลเหตุที่ อสส.ไปยื่นต่อศาลขอถอนประกัน หากจะอ้างว่าแกนนำนปช.ทั้ง 5 คนทำผิดเงื่อนไข ต้องมีพฤติการณ์ที่สร้างความวุ่นวาย ปลุกปั่นยุยง หรือทำให้เกิดอุปสรรคต่อคดีก่อการร้าย แต่ที่ผ่านมานายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.และแกนนำคนอื่นไม่ได้แสดงหรือมีพฤติการณ์ดังกล่าว มีเพียงแค่การแสดงความเห็นทางการเมือง เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น ข้ออ้างของ อสส.ถือเป็นการจำกัดสิทธิ มุ่งหวังผลทางการเมืองมากกว่าหรือไม่

ปชต.ใหม่กัดติดตรวจสอบ คสช.

เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมบุญชู โรจนเสถียร อาคารอเนกประสงค์ ชั้น 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ กลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดีเอ็ม) แถลงข่าวครบรอบ 1 เดือนการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมเปิดตัวกลุ่มแนวร่วมใหม่คือ กลุ่มเสื้อแดงบ้านโป่ง นำโดยนายบริบูรณ์ เกียงวรางกูร ผู้ต้องหาคดีตั้งศูนย์ปราบโกง จ.ราชบุรี กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย นำโดย น.ส.ธารารัตน์ ปัญญา นักศึกษา มธ. ทั้งนี้ นายรังสิมันต์ โรม แกนนำเอ็นดีเอ็ม กล่าวว่า หลังร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ มีสัญญาณหลายอย่างตรงกับที่คาดไว้ โดยเฉพาะการสืบทอดอำนาจ อาทิ การเตรียมตั้ง พรรคการเมืองของนายไพบูลย์ นิติตะวัน หนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ การตีความคำถามพ่วงให้ ส.ว.เสนอชื่อนายกฯได้ การเสนอแผนยุทธศาสตร์ชาติที่จะทำให้ คสช.อยู่ต่อไปได้อีกหรือการจะให้ทหารมาคุมการเลือกตั้งแทน กกต. เราขอเป็นฝ่ายค้านติดตามตรวจสอบ คสช.ต่อไป เริ่มจากวันที่ 18 ก.ย. จะจัดกิจกรรมรำลึกครบรอบ 10 ปี การรัฐประหาร 19 ก.ย.49 ที่ มธ.ท่าพระจันทร์

ป.ป.ช.อุ้ม “บิ๊กโด่ง” พ้นผิดคดีราชภักดิ์

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาการไต่สวนกรณีการกล่าวหาความไม่โปร่งใสโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่มีการกล่าวหา พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะประธานมูลนิธิโครงการอุทยานราชภักดิ์ และ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน ในฐานะอดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ตามที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชันยื่นเรื่องร้องเรียนมาว่า คณะทำงาน ป.ป.ช.ได้แสวงหาข้อเท็จจริงและสรุปผลการไต่สวนเข้าสู่ที่ประชุม ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 6 ก.ย.โดยที่ประชุม ป.ป.ช.พิจารณาแล้วมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ว่า โครงการดังกล่าวเป็นการดำเนินการถูกต้องตามระเบียบปฏิบัติทุกประการ จากข้อมูลที่ ป.ป.ช.ขอหลักฐานไปยังคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกองทัพบก และคณะกรรมการตรวจสอบของกระทรวงกลาโหมได้รับความร่วมมืออย่างดี เมื่อนำเอกสารหลักฐาน และสอบปากคำพยานบุคคลแล้วไม่พบว่ามีอะไรผิดปกติตามที่มีการร้องเรียน ที่ประชุม ป.ป.ช.จึงมีมติว่า ไม่พบความผิดปกติของการดำเนินโครงการดังกล่าว หลังจากนี้จะแจ้งมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ไปให้ผู้ร้องได้รับทราบ หากยังมีข้อสงสัยก็พร้อมให้สอบถามรายละเอียดเหตุผลมาได้

ยื้ออีกคดีถอนฟ้อง พธม.

พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าการพิจารณาถอนฟ้องคดีการสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ปี 2551 ว่า คณะทำงาน ป.ป.ช.ที่มีนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช.เป็นประธาน ได้สรุปเรื่องพร้อมนำเข้าสู่ที่ประชุม ป.ป.ช. แต่ยังไม่ได้บรรจุวาระ เห็นว่าควรรอพิจารณาพร้อมกับกรณีที่ นปช.ยื่นเรื่องขอทบทวนมติ ป.ป.ช.ที่ยกคำร้องข้อกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯกรณีสลายการชุมนุมกลุ่ม นปช.ปี 53 ทั้งสองกรณี ป.ป.ช.รอจะพิจารณาไปพร้อมกัน เพื่อเทียบเคียงและศึกษารายละเอียดให้มากขึ้น เพราะทั้งสองฝ่ายต่างขอความเป็นธรรมมา และเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพประชาชน รวมทั้งความผิดทางอาญา จึงต้องพิจารณาให้รอบคอบ ไม่สามารถสรุปได้รวดเร็ว ทั้งสองคดีมีบริบทคล้ายกัน ป.ป.ช.ต้องพิจารณาถี่ถ้วน ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละฝ่ายมีพยานหลักฐานใหม่จริงหรือไม่ หากไม่ใช่หลักฐานใหม่ ป.ป.ช.ไม่สามารถหยิบยกมา ไต่สวนได้อีก คาดว่าจะหาข้อสรุปให้ได้ในเดือน ก.ย.

ลุ้นฟัน 4 อดีต ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุม ป.ป.ช.ในวันที่ 8 ก.ย.จะมีวาระพิจารณาสำคัญคือ การพิจารณาไต่สวนกรณีการกล่าวหา 4 อดีต ส.ส.เพื่อไทย ได้แก่นายคมเดช ไชยศิวามงคล อดีต ส.ส.กาฬสินธุ์ นายนริศร ทองธิราช อดีต ส.ส.สกลนคร นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีต ส.ส.มหาสารคาม และนายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีต ส.ส.นนทบุรี กรณีกระทำผิดทางอาญาในการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน และการปลอมแปลงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในระหว่างการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มา ส.ว. สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตามที่คณะอนุกรรมการไต่สวน ป.ป.ช.พิจารณารวบรวมหลักฐานในสำนวนเสร็จแล้ว เพื่อส่งให้ที่ประชุม ป.ป.ช.พิจารณาในวันดังกล่าว โดยในส่วนของนายคมเดช นายนริศร และนายยุทธพงศ์พบว่า มีพฤติการณ์เสียบบัตรลงคะแนนแทนกันในการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว. ขณะที่นายอุดมเดชมีพฤติการณ์สลับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว. โดยนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีเนื้อหาไม่ตรงกับร่างฉบับที่มีการเข้าชื่อเสนอขอแก้ไข ไปเปลี่ยนใช้ในวาระรับหลักการ ซึ่งเข้าข่ายความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157

“วิษณุ” ปัดไม่ใช้ ม.44 ยึดทรัพย์คดีข้าว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กระแสข่าวกระทรวงพาณิชย์เสนอใช้มาตรา 44 บังคับทางปกครอง ยึดทรัพย์อดีตนักการเมืองและข้าราชการ 6 คน ที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ว่า อาจเข้าใจคลาดเคลื่อน ไม่เคยมีความคิดใช้มาตรา 44 ยึดทรัพย์ใคร ไม่มี การใช้กระบวนการอี่นใดนอกเหนือจากกระบวนการทางกฎหมายที่มีอยู่ โดยเฉพาะ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ.2539 เพียงแต่คราวนี้เงินหลายหมื่นล้าน กระทรวงพาณิชย์ทำไม่ได้ คนที่ทำได้คือกรมบังคับคดี ที่เคยใช้แล้วกับกรณีปัญหาภูทับเบิก อาจใช้วิธีเดียวกัน คือออกคำสั่งตามมาตรา 44 ให้กรมบังคับคดีไปดำเนินการแทนกระทรวงพาณิชย์ เมื่อถามว่า หลายคนมองว่ารัฐบาลจ้องทำลายฝ่ายตรงข้ามทุกประเด็น นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ใช่ แต่อายุความสั้นจึงต้องรีบทำ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งเรื่องมาและขู่ให้รีบทำ

กปภ.โต้ “วิลาศ” กล่าวหาไร้หลักฐาน

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้ว่าการ กปภ.แถลงว่า จากกรณีนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ เเถลงข่าวถึงความผิดปกติในโครงการต่างๆของ กปภ. ยืนยันหากพบการทุจริตโครงการใด จะต้องเอาผิดและลงโทษทุกกรณี เรื่องใดเกิดการร้องเรียน มีการตั้งคณะกรรมการสอบเกือบทุกเรื่อง ตนเข้ามาเพียง 2 เดือน ขอความเป็นธรรมด้วยใน กปภ.ไม่สะอาดมานานแล้วต้องทำอย่างมีระเบียบวินัย ยึดถือกฎหมาย การกล่าวหาอะไรต้องมีหลักฐาน ข้อมูลที่กล่าวอ้างยังเข้าใจผิดหลายประเด็น เช่น การจัดซื้อคลอรีนเหลว ทำตามระเบียบไม่ได้แพงเกินจริงหรือการฮั้วประมูล กปภ.ไม่สบายใจแต่ยืนยันไม่ได้ทำผิดขั้นตอน

ไต่สวนคดี “ทักษิณ” ฟ้องถอนพาสปอร์ต

เวลา 09.30 น.ศาลปกครองกลาง โดยนายชวลิต ลาภผล ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลางและคณะออกนั่งบัลลังก์พิจารณาคดีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยื่นฟ้องอธิบดีกรมการกงสุลและปลัดกระทรวงการต่างประเทศว่า มีคำสั่งยกเลิกหนังสือเดินทางเลขที่ U957411 และ Z530117 ของนายทักษิณ ลงวันวันที่ 26 พ.ค.58 ด้วยการอ้างคำสัมภาษณ์ของนายทักษิณที่ประเทศเกาหลีใต้มีเนื้อหาบางส่วนที่อาจส่งผลต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศไทย เป็นครั้งแรกเพื่อให้คู่กรณีสองฝ่ายแถลงปิดคดี โดยนายวัฒนา เตียงกูล ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนายทักษิณแถลงชี้แจงต่อศาลว่า ผู้ถูกฟ้องกระทำการไม่ถูกกฎหมายเพิกถอนหนังสือ เดินทางอาศัยความคิดทางการเมืองที่แตกต่าง ไม่คำนึงถึงข้อกฎหมาย

ตุลาการฯผู้แถลงคดีชงยกฟ้อง

จากนั้นนายนิทัศน์ แช่มช้อย ตุลาการศาลปกครองกลาง ในฐานะตุลาการผู้แถลงคดี เสนอความเห็นในคดีว่า ถ้อยคำให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกาหลีใต้ของนายทักษิณมีข้อความพาดพิงองคมนตรีและส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ชื่อเสียงและเกียรติภูมิของประเทศไทย คำสั่งยกเลิกหนังสือเดินทางดังกล่าว จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ปี 40 ปี 50 รัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี 57 และเป็นไปตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ในมาตรา 30 วรรคสอง (6) และกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2540) ออกตามความใน พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 รวมถึงปฏิญญาสากลด้วยสิทธิมนุษยชน และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง จึงเห็นควรที่ศาลปกครองกลางจะมีคำพิพากษายกฟ้อง ทั้งนี้องค์คณะตุลาการเจ้าของสำนวนนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 27 ก.ย.เวลา 10.00 น.

“บิ๊กตู่” ร่วมวงประชุมผู้นำยักษ์ใหญ่

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 28 และ 29 ที่กรุงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.) ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า เมื่อเวลา 08.45 น.ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ ร่วมถ่ายภาพหมู่กับผู้นำอาเซียนก่อนร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 29 โดยเวลา 10.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน ครั้งที่ 19 เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 25 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-จีนกับนายหลี่ เค่อเฉียง นายกฯสาธารณรัฐประชาชนจีน จากนั้นร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 19 ว่าด้วยแผนยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น ระยะ 10 ปีกับนายชินโซ อาเบะ นายกฯญี่ปุ่น ช่วงบ่ายร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลีใต้ครั้งที่ 18 กับนางปาร์ค กึน-เฮ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ก่อนเข้าประชุมสุดยอดอาเซียนบวก 3 ครั้งที่ 19 และร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-ออสเตรเลียครั้งที่ 2 และประชุมสุดยอดอาเซียน-ออสเตรเลียประจำทุกสองปีครั้งที่ 1 กับนายมัลคอล์ม เทิร์นบูล นายกฯออสเตรเลีย รวมถึงการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหประชาชาติ ครั้งที่ 8 และการประชุมสุดยอดแม่โขง-ญี่ปุ่นครั้งที่ 8 ตามลำดับ กระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น.เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำที่เข้าร่วมการประชุม

มั่นใจจีนหนุนอาเซียนทุกด้าน

พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในที่ประชุมสุดยอดอาเซียน-จีนครั้งที่ 19 ว่า ไทยเชื่อมั่นว่าจีนจะสนับสนุนความพยายามของอาเซียนอย่างต่อเนื่อง ไทยสนับสนุนข้อริเริ่มของจีนเรื่อง “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง-เส้นทางสายไหมในศตวรรษที่ 21” และบทบาทของ “เอไอไอบี” ที่ไทยร่วมก่อตั้ง “แผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน ค.ศ.2015” รวมทั้ง สนับสนุนให้จีนมีส่วนร่วมพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนภาคใต้ และสนับสนุนให้ปี 2560 เป็นปีแห่งการแลกเปลี่ยนด้านการท่องเที่ยวอาเซียน-จีน โดย พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำถึงความมุ่งมั่นของไทย จะส่งเสริมความสัมพันธ์อาเซียน-จีนให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นเพื่อสันติภาพ ความเจริญรุ่งเรืองของอาเซียน-จีน

กล่อมยุ่นเกื้อหนุนแทนแข่งขัน

พล.ต.วีรชน กล่าวว่า ส่วนการเข้าร่วมการประชุม สุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่น ครั้งที่19 พล.อ.ประยุทธ์ ได้ย้ำว่า ไทยพร้อมส่งเสริมการลงทุนของญี่ปุ่นในเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนภายใต้แนวคิด “วันพลัสวัน” ทั้งต้องการให้การเจรจา RCEP (Regional Comprehensive Economic Partnership) เสร็จสิ้นโดยเร็ว ควรเกื้อหนุนและไม่ควรแข่งขันกัน ไทยพร้อมที่จะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับญี่ปุ่น ส่วนการร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-เกาหลีใต้ พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำว่า ไทยยินดีที่ความสัมพันธ์ระหว่างกันแน่นแฟ้นและมีความร่วมมือที่ครอบคลุมรอบด้าน ไทยชื่นชมข้อริเริ่มและการผลักดันของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เรื่องความร่วมมือและสันติภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีเป้าหมายสอดคล้องกับของอาเซียน

เคลียร์ “บัน คี มูน” ลต.ตามโรดแม็ป

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น.วันที่ 6 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ ได้หารือทวิภาคีกับนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ ระหว่างร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 28 และ 29 ทั้งนี้นายบัน คี มูน กล่าวระหว่างการหารือว่า ได้ติดตามผลการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญของไทย เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา แม้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ยังห่วงใยสถานการณ์สิทธิมนุษยชน พร้อมเสนอให้ใช้บรรยากาศสงบเรียบร้อยปราศจากความวุ่นวายทางการเมือง นำพาประเทศไทยสู่การเป็นประชาธิปไตยที่ยั่งยืนต่อไป ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันว่า ไทยจะเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์นำไปสู่การเลือกตั้งตามโรดแม็ปที่วางไว้ และหวังว่าสหประชาชาติและประชาคมระหว่างประเทศจะสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยต่อไป

“ปึ้ง” แนะนายกฯตั้งหลักแจงยูเอ็น

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศกล่าวว่า ขอชื่นชม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ในการหารือทวิภาคีกับนายบัน คี มูน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ยืนยันว่าจะมีการเลือกตั้งตามโรดแม็ป แต่เลขาฯยูเอ็นยังห่วงสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในไทย เชื่อว่ามาจากการปิดกั้นการแสดงออกของฝ่ายเห็นต่าง การควบคุมหรือคุมขังพลเรือนโดยคำสั่ง คสช. นอกจากนี้องค์กรภาคเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนอื่นคงจะท้วงติงไปถึงยูเอ็นเช่นกัน หวังว่านายกฯคงจะเตรียมคำชี้แจงที่หนักแน่นและชัดเจนระหว่างการยกร่างกฎหมายลูกและกติกาที่จะใช้หาเสียงเลือกตั้ง และการตัดสินใจทางการเมืองของนายกฯเอง ตลอดจนถึงที่มาของนายกฯคนนอกให้เลขาฯยูเอ็นได้รับทราบ ในโอกาสไปร่วมประชุมที่องค์การสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก กลางเดือน ก.ย.

ตรวจ รปภ.เข้มทำเนียบฯรับ “นาจิบ”

ช่วงเย็น ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า การเตรียมความพร้อมจัดประชุมประจำปีระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กับนายนาจิบ บินตุน อับดุล ราซัค นายกฯ มาเลเซีย ที่เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการวันที่ 9 ก.ย.เวลา 16.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาลนั้น เจ้าหน้าที่หน่วยล่วงหน้ารัฐบาลมาเลเซียและเจ้าหน้าที่จากสถานทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย ได้เข้ามาเดินตรวจดูความพร้อมสถานที่ เพื่อวางมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้าและภายในตึกไทยคู่ฟ้า ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองสถานที่ ยานพาหนะและรักษาความปลอดภัย สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.)

ขณะที่เจ้าหน้าที่สำนักโฆษก สลน.แจ้งผ่านไลน์กลุ่มสื่อทำเนียบรัฐบาลว่า หลัง พล.อ.ประยุทธ์ เสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และเดินทางกลับประเทศ ไทยวันที่ 8 ก.ย.เวลา 17.30 น.นายกฯไม่สามารถให้สัมภาษณ์ได้ เนื่องจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน6 ต้องควบคุมพื้นที่ เพื่อต้อนรับนายกฯมาเลเซียที่จะเดินทางถึงกองบิน 6 วันที่ 8 ก.ย.เวลา 18.00 น.

ศาล รธน.รับคำร้องชี้ขาดคำถามพ่วง สั่งแม่น้ำ 3 สาย “สปท.-สนช.-ครม.” ส่งกลับความเห็นพร้อมข้อมูล ผลออกเสียงประชามติ ภายใน 12 ก.ย. ด้าน กรธ.เล็งจัดเวทีสัมมนารับความเห็นต่างร่าง ก.ม.ลูก “มีชัย” ยันฟังเสียงรอบด้าน ไม่จำเป็นต้อง 8 ก.ย. 2559 07:58 ไทยรัฐ