วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รีดร้านขายยา-ท่องเที่ยว สรรพากรขยายฐานภาษีนิติบุคคลแสนราย

สรรพากรต้อนผู้ประกอบการที่เสียภาษีบุคคลธรรมดายกระดับเป็นบริษัทนิติบุคคลอีก 1 แสนรายในปี 60 หลังลุยร้านค้า ทองคำ พร้อมดึงร้านขายยาและธุรกิจท่องเที่ยวเข้าสู่ระบบภาษี มากขึ้น

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ภายในปีงบประมาณ 2560 กรมจะเพิ่มบริษัทนิติบุคคลรายใหม่เข้าสู่ระบบภาษีอีก 100,000 บริษัทจากปัจจุบันที่มีบริษัทจดทะเบียนเสียนิติบุคคลประมาณ 500,000 ราย โดยจำนวนบริษัทนิติบุคคลที่เพิ่มขึ้นจะมาจากผู้ประกอบการที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งผู้ประกอบการเหล่านี้เกือบทั้งหมดเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี และบริษัทที่มีขนาดเล็กแต่ต้องการ ก้าวให้ทันไปกับโลกเทคโนโลยี หลังจากที่กรมกำลังอยู่ระหว่างการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการจัดเก็บภาษีมาใช้ควบคู่ไปกับระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-payment) ที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาของกระทรวงการคลัง

“ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา กรมได้เชิญชวนผู้ประกอบการค้าทองคำและร้านค้าทองคำเสียภาษีให้ครบถ้วน จากผู้ประกอบการทั้งหมดประมาณ 7,000 ราย ได้ขอเปลี่ยนจากการเสียภาษีประเภทบุคคลธรรมดา มาเป็นบริษัทนิติบุคคล 5-10% หรือประมาณ 700 ราย ที่เหลืออีกประมาณ 6,000 ราย คาดว่าจะทยอยจดเป็นบริษัทนิติบุคคลได้เกือบทั้งหมดภายในปีงบประมาณ 60 โดยในแต่ละปี ยอดซื้อขายทองคำทั้งส่งออก-นำเข้า และซื้อขายภายในประเทศมีไม่น้อยกว่า 200,000 ล้านบาทต่อปี”

นอกจากนี้ กรมยังตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มประเภทภาษีนิติบุคคลไปยังกลุ่มธุรกิจอื่นๆ อีก 2 ประเภทคือ 1.ธุรกิจร้านขายยาประกอบด้วย สมาคมร้านขายยา สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) ชมรมร้านขายยามีสมาชิกทั่วประ เทศ 21,318 ราย ในจำนวนนี้ เป็นผู้ประกอบการบุคคลธรรมดาถึง 90% หรือ 19,000 ราย มีรายได้หมุนเวียน 100,000-200,000 ล้านบาทต่อปี และ 2.ธุรกิจทางด้านการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร ร้านค้าขายของที่ระลึกรวมกันมากกว่า 100,000 ราย ซึ่งเกือบทั้งหมดเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและมีรายได้หลายหมื่นล้านบาทต่อปี

นายประสงค์กล่าวว่า ในอนาคตกรมตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนานำส่งข้อมูลใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (E-Tax Invoice) และใบเสร็จรับเงินให้กับกรม สรรพากร โดยตั้งเป้าที่จะดึงร้านขายยาขนาดใหญ่ มีรายได้มากกว่า 500 ล้านบาท เข้าสู่ระบบดังกล่าวในปี 60 ผู้ประกอบการขนาดกลางรายได้ 30-500 ล้านบาท จะทยอยเข้าระบบภายในปี 60 ร้านขายยาขนาดเล็กรายได้ 1.8-30 ล้านบาท เข้าระบบในปี 62 โดยในปี 59-61 จะเน้นให้ความรู้ทางภาษีกับผู้ประกอบการร้านขายยา โดยไม่ได้มุ่งเน้นจัดเก็บภาษี แต่ต้องการให้ผู้ประกอบการลงบัญชีให้ชัดเจน

“ข้อดีของการจดทะเบียนเป็นบริษัทนิติบุคคลในปัจจุบันมีมากกว่าการจดทะเบียนเสียภาษีเป็นบุคคลธรรมดา ซึ่งจากการคำนวณฐานภาษีบนรายได้ และรายจ่ายที่เท่ากัน พบว่าบริษัทนิติบุคคลมีภาระภาษีลดลงถึง 40% เมื่อเทียบกับการจดทะเบียนเป็นบุคคลธรรมดา เช่น บริษัทนิติบุคคล สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ตามจริง และหากเป็นบริษัทเอสเอ็มอี ที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท เสียภาษีอัตรา 15% ทุนจดทะเบียนเกิน 5 ล้านบาท เสียในอัตรา 20% ขณะที่บุคคลธรรมดาจะเสียภาษีในอัตราสูงสุดที่ 35% กรณีมีรายได้สุทธิเกินกว่า 4 ล้านบาท เป็นต้น”

นอกจากนี้ การจัดตั้งบริษัทนิติบุคคลยังช่วยลดหนี้ครัวเรือนประชาชนอีกด้วย เพราะในจำนวนหนี้ครัวเรือนมีเรื่องการก่อหนี้เพื่อดำเนินการธุรกิจอยู่ด้วย หากสามารถย้ายหนี้จากบุคคลธรรมดามาเป็นหนี้ของบริษัทนิติบุคคลได้ปริมาณหนี้ครัว เรือนที่เคยสูงถึง 80% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จะลดลงเหลือ 60% อย่างแน่นอน

“ในช่วงที่ผ่านมา กรมสรรพากรจัดเก็บภาษีบนฐานข้อมูลที่มีอยู่ในมือ ถ้าหากเรามีข้อมูลมากก็สามารถจัดเก็บภาษีได้มาก ทำให้กรมเป็นห่วงอนาคตของผู้ประกอบการ หากไม่ปรับตัวให้ทันกับระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการชำระเงินสดผ่านบัตรทั้งหมด โอกาสที่จะถูกกรมสรรพากรตรวจ สอบภาษีและถูกลงโทษก็มีมากขึ้น เพราะข้อมูลจากการชำระเงินผ่านบัตรอิเล็กทรอนิกส์ จะไหลเข้าสู่ฐาน ข้อมูลเพื่อตรวจสอบภาษีของกรมสรรพากรด้วย”.

สรรพากรต้อนผู้ประกอบการที่เสียภาษีบุคคลธรรมดายกระดับเป็นบริษัทนิติบุคคลอีก 1 แสนรายในปี 60 หลังลุยร้านค้า ทองคำ พร้อมดึงร้านขายยาและธุรกิจท่องเที่ยวเข้าสู่ระบบภาษี มากขึ้น... 8 ก.ย. 2559 05:22 ไทยรัฐ