วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“หนอนตายหยาก” กับสรรพคุณน่ารู้

ไม้บางต้น จะมีสรรพคุณเป็นสมุนไพรใช้รักษาโรคต่างๆได้ผลดีระดับหนึ่งมาแต่โบราณแล้ว แต่คนส่วนใหญ่จะไม่รู้ และต้น “หนอนตายหยาก” จัดอยู่ในกลุ่มดังกล่าวด้วย โดยในยุค สมัยก่อนคนเป็นโรคมีพยาธิในตัวกันเยอะ เมื่อเป็นแล้วร่างกายจะซูบผอม ผิวเหลืองดูไม่ได้ ในยุคสมัยนั้นหมอยาแผนไทยมีวิธีกำจัดพยาธิได้ โดยให้เอารากหรือหัวของต้น “หนอนตายหยาก” แบบแห้งจำนวน 2 หัว ต้มกับน้ำท่วมยาหรือมากหน่อยจนเดือดแล้วดื่มขณะอุ่นครั้งละครึ่งแก้ว 3 เวลาก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ เช้ากลางวันเย็น ต้มดื่มติดต่อกัน 15-20 วัน หรือจนกว่าตัวพยาธิในตัวจะตายหรือออกมาจนหมด จึงหยุดต้มดื่ม ตัวยาที่ต้มดื่มดังกล่าวจะช่วยฆ่าตัวพยาธิหรือขับพยาธิในตัวออกจนหมด ไม่ว่าจะเป็นพยาธิตัวกลม ตัวแบน ตัวจี๊ด พยาธิเส้นด้าย และพยาธิใบไม้ในตับ ตายหรือออกจนเกลี้ยง จากนั้นร่างกายที่เคยซูบผอมผิวซีดเหลืองดูไม่ได้ จะกลับมีน้ำมีนวลขึ้นเองได้อย่างชัดเจนและเหลือเชื่อ

หนอนตายหยาก หรือ STEMONA TUBEROSA LOUR อยู่ในวงศ์ STAMONACEAE มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นไม้เถาเลื้อยขนาดเล็ก ลำต้นกลม ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงกันข้าม ก้านใบยาว ใบเป็นรูปหัวใจ ปลายใบแหลม โคนใบกว้างและเว้าลึกเป็นรูปหัวใจตามที่กล่าวข้างต้น มีเส้นแขวงใบแทงขึ้นจากโคนใบชัดเจน รากของต้น “หนอนตายหยาก” เป็นกระจุกจำนวนมากรูปกระสวย เนื้อในเป็นสีขาว สีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ซึ่งรากหรือหัวดังกล่าวชาวบ้านนิยมเอาแบบสดจำนวนตามต้องการใช้ทุบพอแตกหมักกับน้ำ ฆ่าตัวหนอนในอาหาร ฆ่าตัวหิดและตัวเหาในมนุษย์ได้เด็ดขาดนัก สมัยก่อนนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย

ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบ กลีบดอกเป็นสีเขียวแกมแดง “ผล” รูปกลมรี ผลแห้งแตกได้ ภายในมีเมล็ดหลายเมล็ด ดอกออกเกือบทั้งปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดและปักชำต้น มีชื่อเรียกอีกคือ “กะเพียด” ปัจจุบันมีต้นขายทั่วไปตามร้านจำหน่ายว่าน ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ ราคาสอบถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

7 ก.ย. 2559 14:04 7 ก.ย. 2559 14:05 ไทยรัฐ