วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต่อรถเพลีย เสียเงินเพิ่ม แก้รถติด! เทียบดี-ร้าย ย้ายรถตู้อนุฯ คุณได้อะไร?

งานนี้พี่น้องชาวไทยที่ใช้บริการรถตู้ทั้งหลาย อาจจะต้องร้องไห้หนักมากกันแน่ๆ เจ้าค่ะ เพราะรถตู้ย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ ที่เราคุ้นเคยกันในวันวาน ต้องระหกระเหินหายหน้าไปอยู่ไกลถึงชานเมือง หากเราจะตามไป ใจก็เตือนว่าไกลเหลือเกิน แต่ถ้าจะตามเขากลับมา ผู้หลักผู้ใหญ่คงไม่เข้าใจเป็นแน่...เราจะทำอย่างไร ให้เขา(รถตู้) กลับมาเป็นเหมือนเดิม ผู้ใหญ่เจ้าขามีทางออกที่ดีที่สุดให้สองเราไหมคะ(กอดขาขอร้อง)...

โปรดปรบมือก่อนค่ะคุณผู้อ่าน ปรบมือให้กับผู้หลักผู้ใหญ่ที่ลุย “จัดระเบียบรถตู้โดยสาร” ผู้ใหญ่ท่านหวังดี และมีความพยายามที่จะคุมราคา คุมความปลอดภัย แก้ปัญหามาเฟีย และแก้ปัญหารถติดย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ แต่นโยบายครานี้ กลับมีเสียงท้วงติงจากภาคประชาชนตาดำๆ ว่า “ย้ายไปไกล (สถานีขนส่งจตุจักร สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ และสถานีขนส่งเอกมัย) ขนาดนี้ ผู้โดยสารจะไปขึ้นก็ลำบาก ต่อรถต่อราหลายเที่ยว เสียเวลา ผู้ประกอบการรถตู้รายได้หดหาย” เอาซิคะคุณขา จะเข้าอีหรอบเกาไม่ถูกที่คันหรือเปล่าเจ้าคะ!

‘เจ๊ดำ’ คนเดิม เพิ่มเติมคือความสวย ทำหน้าที่ไขปัญหาเช่นเดิม มาดูกันค่ะคุณขา นโยบาย “จัดระเบียบรถตู้” จะช่วยให้ชีวิตเราดี๊ดี หรือ ชีวิตวุ่นวาย...ลองพิจารณาดูค่ะ เพราะคุณเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตอบปัญหานี้ได้!

  • ย้ายรถตู้อนุสาวรีย์ชัยฯ ดี หรือ ร้าย อะไรมากกว่ากัน?

เจ๊ดำ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ นายดรุณ แสงฉาย รองปลัดกระทรวงคมนาคม ถึงสารพัดประเด็น “จัดระเบียบรถตู้” ก็พบว่า นโยบายดังกล่าวมีเรื่องราวดีๆ อยู่ไม่น้อย โดยดูได้จากคำกล่าวของท่านรองปลัดฯ ที่ว่า การจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมค่าโดยสาร ควบคุมความปลอดภัย แก้ปัญหาผู้มีอิทธิพล และแก้ปัญหารถติดได้ อย่างไรก็ตาม การย้ายรถตู้โดยสารไปทั้ง 3 สถานีนั้น จะสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ทั้งหมด

ส่วนประเด็นเรื่องค่าโดยสารนั้น เบื้องต้นค่าโดยสารจะยังไม่ปรับลดลง โดยกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประเมินผลดี ผลเสีย และผลกระทบ ภายใน 6 เดือน ถึงจะทราบผลว่า ค่าโดยสารจะปรับลดลงหรือไม่

ขณะที่ ดร.สุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัย ด้านนโยบายการขนส่ง และโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า การย้ายท่ารถตู้ไปที่สถานีขนส่ง เพื่อจัดระเบียบบ้านเมืองนั้น นับเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เนื่องจากตัวโครงสร้างเมืองบริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นสถานีขนส่ง และไม่ได้รองรับให้เป็นจุดจอดรถสำหรับการเดินทางระหว่างจังหวัดตั้งแต่ต้น

“แต่ในทางกลับกัน ผู้โดยสารอาจจะไม่ได้รับความสะดวกสบาย หรืออาจจะเดินทางยากลำบากมากขึ้น ซึ่งคำว่า ยากลำบากในที่นี้ ทุกภาคฝ่ายควรพิจารณาว่า จุดที่ย้ายไป อาจทำให้ประชาชนลำบากมากจนเกินไปหรือไม่ นี่คือ คำถามที่ต้องกลับมานั่งคิดกันต่อ” นักวิชาการด้านนโยบายการขนส่ง และโลจิสติกส์ ชี้จุดอ่อน

  • ประชาชนเดือดร้อน ต่อรถต่อราหลายเที่ยว เสียเวลา!

นายกฤษฎา ศิริคำ อายุ 25 ปี อาชีพอิสระ หรือในฐานะผู้ใช้บริการรถตู้โดยสาร กล่าวถึง “จัดระเบียบรถตู้” ว่า การย้ายคิวรถตู้ไปยังสถานีขนส่งทั้ง 3 แห่งนั้น ย่อมทำให้เสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มมากขึ้น เพราะเราต้องยอมรับว่า อนุสาวรีย์ชัยฯ เป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญที่จะช่วยให้เราเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ รอบกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวกที่สุด

ด้านนายสมัตถ์ หงสะมัต อายุ 28 ปี อาชีพนักมวลชนสัมพันธ์ หรือในฐานะผู้ใช้บริการรถตู้โดยสาร กล่าวไปในทิศทางเดียวกับความเห็นด้านบนว่า การจัดระเบียบรถตู้โดยสารด้วยการย้ายไปที่สถานีขนส่งทั้ง 3 แห่งนั้น นอกจากจะทำให้เสียเวลา และเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น มิหนำซ้ำ ยังทำให้เสียสุขภาพจิต เพราะต้องคิดหาหนทางไปยังสถานีขนส่งแห่งใหม่ และต้องฝ่าดงรถติดบนเส้นทางที่มีระยะไกลมากขึ้นกว่าเดิม

เจ๊ดำ ซักถามนักวิชาการคนดังแทนใจใครหลายๆ คนว่า “สถานีจตุจักร สายใต้ใหม่ และเอกมัย เหมาะแล้วหรือสำหรับการเป็นจุดจอดรถตู้โดยสาร?” นักวิชาการด้านนโยบายการขนส่ง และโลจิสติกส์ ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “เอกมัยยังพอไหว เพราะความเชื่อมโยงของระบบรถโดยสารสาธารณะในย่านนั้น ยังมีอยู่ระดับหนึ่ง แต่สำหรับสายใต้ใหม่ และหมอชิต 2 น่าจะมีปัญหาพอสมควร เพราะการเดินทางเข้าถึงสถานีขนส่งทั้ง 2 แห่งนี้ค่อนข้างยาก”

ขณะที่ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ยอมรับว่า ผู้โดยสารอาจจะไม่ได้รับความสะดวกเหมือนอย่างเคย โดยเบื้องต้นได้แก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยการจัดรถชัทเทิลบัส (Shuttle Bus) บริการรับ-ส่ง ผู้โดยสารระหว่าง อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เชื่อมต่อสถานีขนส่งทั้ง 3 สถานี

โดย ดร.สุเมธ กล่าวในเรื่องเดียวกับรองปลัดกระทรวงคมนาคมว่า สิ่งที่ประชาชนจะต้องประสบพบเจอก็คือ การเดินทางที่จะต้องต่อรถหลายต่อ แม้หน่วยงานราชการจะแก้ไขปัญหานี้ด้วยการจัดชัทเทิลบัสวิ่งรับส่งผู้โดยสารฟรีก็ตาม แต่การใช้ชัทเทิลบัสนั้น ไม่ได้ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเข้าถึงรถตู้โดยสารได้ 100% มิหนำซ้ำ จะทำให้ผู้โดยสารมีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม พ.อ.สุวิทย์ เกตุศรี รองผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ในฐานะประธานคณะกรรมการทำงานจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะ ได้ทดลองใช้รถเมล์ ขสมก. ในเส้นทางรับส่งผู้โดยสารจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไปยังสถานีขนส่งทั้ง 3 แห่ง ผลปรากฏว่า (1) ในเส้นทางปกติอนุสาวรีย์ชัยฯ ไปสถานีขนส่งหมอชิต จะใช้เวลาประมาณ 40 นาทีทั้งขาไปและขากลับ แต่ถ้าใช้เส้นทางด่วนในการเดินทางไป-กลับ จะใช้เวลาประมาณ 20 นาที

(2) เส้นทางจากอนุสาวรีย์ชัยฯ ไปเอกมัย เส้นทางปกติจะใช้เวลาประมาณ 40 นาทีทั้งขาไปและขากลับ และ (3) ในเส้นทางปกติจากอนุสาวรีย์ชัยฯ ไปสถานีขนส่งสายใต้ ใช้เวลาประมาณ 60 นาที ทั้งขาไปและขากลับ แต่ถ้าใช้ทางด่วนจะใช้เวลา 20 นาทีต่อเที่ยว

  • จัดระเบียบรถตู้...ผู้โดยสารลด ผู้ประกอบการรายได้หด?

จากกรณีที่หลายฝ่ายมีความกังวลกันเหลือเกินว่า หากย้ายรถตู้โดยสารไปยังสถานีขนส่งแห่งใหม่ อาจส่งผลกระทบให้ผู้ประกอบการรายได้ลดลงนั้น นักวิชาการด้านนโยบายการขนส่ง และโลจิสติกส์ กล่าวถึงประเด็นนี้กับเจ๊ว่า ความเสี่ยงของการย้ายรถตู้โดยสารจากอนุสาวรีย์ชัยฯ ไปที่สถานีขนส่งทั้งสามแห่งนี้ ก็คือ รถตู้ย้ายไป แต่ผู้โดยสารอาจไม่ได้ย้ายตามไปด้วย ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในครั้งที่ภาครัฐมีคำสั่งให้ย้ายวินจากอนุเสาวรีย์ขัยฯ ไปแอร์พอร์ตลิงก์มักกะสัน แต่ผลปรากฏว่า รถตู้ย้ายไปได้ประมาณ 1-2 อาทิตย์ แต่กลับไม่มีผู้โดยสารตามไปขึ้น สุดท้าย ผู้ประกอบการรถตู้ก็อยู่ไม่ได้

“แม้ว่า แนวทางของนโยบายในครั้งนี้ จะมีท่าทีที่จริงจังมากขึ้นกว่าครั้งก่อน แต่ปัญหาอาจจะย้อนกลับมาในลักษณะเดิม เพราะถ้าย้ายไปแล้ว แต่ผู้โดยสารไม่ได้ย้ายตามไปด้วย ปัญหาเกิดแน่นอน ดร.สุเมธ วิเคราะห์จากบาดแผลในอดีต

“จัดระเบียบรถตู้ในครั้งนี้ มีโอกาสที่จะซ้ำรอยครั้งก่อนหรือไม่?” เจ๊ดำถาม นายดรุณ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งได้รับคำตอบว่า “เรามั่นใจว่า ไม่มีทางเป็นอย่างนั้น เพราะทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหา เราคิดและได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นเสียงเดียวกัน และไม่คิดว่าจะเกิดเหตุซ้ำรอยขนาดนั้น เพราะที่ผ่านมาเราพยายามที่จะทำให้ทุกอย่างราบรื่น เราพยายามขนคนไป สุดท้าย รายได้ก็จะไม่ลดลง พวกเราทีมงานเชื่อกันอย่างนั้น”

  • ย้ายรถตู้สางปัญหารถติดได้จริงหรือ?

รองปลัดกระทรวงคมนาคม ได้ให้ข้อมูลการจราจรแบบตัวเลขเอาไว้ว่า หากมีการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะทั้ง 3 จุดจอดรถแล้ว จะทำให้ปริมาณการจราจร รอบๆ อนุสาวรีย์ชัยภูมิ และพื้นที่โดยรวมรอบกรุงเทพฯ มีความคล่องตัวมากขึ้น จากเดิมมีความเร็วเฉลี่ยที่ 36.4% จะมีความเร็วเพิ่มขึ้นอีก 0.5% ในชั่วโมงเร่งด่วน

เจ๊ดำถามนักวิชาการ โดยอิงจากข้อมูลด้านบนว่า “หากเราจะพูดกันให้เห็นภาพ ตัวเลข 0.5% นี้ มีผลต่อการจราจรมากมายอย่างไร?” ดร.สุเมธ นักวิชาการด้านนโยบายการขนส่ง ตอบคำถามข้างต้นว่า เรื่องนี้พูดยาก เพราะจำนวนรถตู้โดยรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ ไม่ได้มีมากมาย คิดเป็นจำนวนคันก็ราวๆ 4 พันกว่าคัน ซึ่งองค์ประกอบร่วมของปัญหาจราจรติดขัดนั้น มีหลายประการรวมกัน ไม่ใช่เพียงแค่ย้ายรถตู้จำนวนหนึ่งออกไปแล้วจะแปลว่าช่วยลดปัญหาจราจรแออัดได้ หากจะพูดให้เห็นภาพ ก็คือ แม้จะย้ายรถตู้ออกไปแล้ว แต่มีรถแท็กซี่ 1 คัน จอดขวางหน้าตัดของถนน ผลก็คือ รถติดอยู่ดี

“การนำรถตู้ออกไป ไม่ได้การันตีว่า ปัญหารถติดโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ จะหมดไป ซึ่งสิ่งสำคัญของปัญหาจราจรก็คือ กลไกการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด เพราะถ้าไม่มีตำรวจคอยบังคับใช้กฎหมายต่อ รถก็ติดเหมือนเดิม รถตู้ไม่ไปจอด รถส่วนบุคคลก็ไปจอดแทน” ดร.สุเมธ วิเคราะห์องค์รวม

  • อีกไม่นานสถานีขนส่ง หมอชิต-เอกมัย จะถูกยุบ ทีนี้รถตู้มิต้องย้ายกันซ้ำสองอีกหรือ?

นางธัญญา อิ่มพร ผู้ประกอบการรถตู้สายอนุสาวรีย์ชัยฯ-ระยอง ได้แสดงความกังวลไว้ว่า ในอีก 2 ปีข้างหน้า จะมีการย้ายสถานีขนส่งหมอชิตและเอกมัย ซึ่งจุดนี้อาจทำให้เป็นอุปสรรคต่อการให้บริการในภายภาคหน้า ย้ายออกจากอนุสาวรีย์ชัยไป แต่ไม่ถึง 2 ปีต้องย้ายออกอีก สุดท้าย แนวความคิดนี้จะเหมือนกับการแก้ไขปัญหาหนึ่ง แต่กลับไปสร้างอีกปัญหาหนึ่งหรือไม่

“อีกไม่นาน สถานีขนส่ง หมอชิต-เอกมัย จะถูกยุบ ทีนี้รถตู้มิต้องย้ายกันซ้ำสองอีกหรือ?” เจ๊ดำถามรองปลัดฯ คมนาคม ซึ่งได้รับคำตอบจากท่านว่า “อย่าเพิ่งไปพูดตรงนั้นนะครับ เราต้องเอาตรงนี้ให้จบก่อน ในส่วนตรงนี้ก็ว่ากันอีกสเต็ปหนึ่ง ยังไม่ต้องพูดถึง”

  • แนะทางออกจัดระเบียบรถตู้ ผู้โดยสารสบาย ผู้ประกอบการยิ้มเฮ

ดร.สุเมธ นักวิชาการด้านนโยบายการขนส่งฯ เกริ่นก่อนเสนอทางออกว่า อันที่จริงแล้ว สถานีขนส่งควรเป็นจุดที่สามารถเชื่อมโยงทั้งเส้นทางระยะทางไกลและระยะทางใกล้ได้ดี แต่สถานีขนส่งของไทยกลับติดปัญหาในแง่ของการเชื่อมโยงเส้นทางระยะใกล้ เนื่องจากสถานีขนส่งอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองและระบบขนส่งสาธารณะ ดังนั้น ภาคฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรพิจารณจุดจอดรถตู้โดยสารแห่งใหม่ โดยเอื้อให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบาย และทำให้บ้านเมืองเป็นระเบียบเรียบร้อยเช่นกัน

โดย ดร.สุเมธ ได้เสนอแนะจุดจอดแห่งใหม่ ซึ่งวิเคราะห์มาเป็นอย่างดีแล้วว่า จะส่งผลดีต่อทุกภาคฝ่าย และจุดจอดนั้นก็คือ “หมอชิต 1” โดย ดร.สุเมธ ให้เหตุผลว่า ปัจจุบัน สถานที่แห่งนี้เป็นลานจอดรถส่วนตัวของผู้ที่ใช้งานรถไฟฟ้าบีทีเอสแบบไม่เสียค่าบริการ และสถานที่แห่งนี้ นับเป็นจุดเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะประเภทต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย

เจ๊ดำ ซักถามต่อจากประเด็นข้างต้นว่า “การย้ายรถตู้โดยสารจากอนุฯ ไปลานจอดรถสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิต อาจไปกระทบผู้ใช้งานบีทีเอสที่จำเป็นต้องใช้ลานจอดรถหรือไม่?” นักวิชาการจาก TDRI ให้คำตอบว่า คงมีผู้ได้รับผลกระทบบ้าง แต่ถ้าชั่งน้ำหนักระหว่างผู้ที่ใช้ลานจอดรถสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิต กับจำนวนผู้เดือดร้อนจากการจัดระเบียบรถตู้ ก็จะพบว่า ผู้เดือดร้อนจากการจัดระเบียบรถตู้นั้นได้รับกระทบที่หนักหนากว่า อีกทั้ง ผู้ที่ใช้ลานจอดรถแห่งดังกล่าวนั้น คือ กลุ่มที่ใช้พื้นที่ชั่วคราวอยู่แล้ว เนื่องจากในภายภาคหน้า ลานจอดแห่งนี้จะถูกสร้างเป็นสถานีขนส่ง

“สถานีขนส่งขนาดใหญ่ ไกลชานเมือง อาจไม่ใช่พื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการย้ายรถตู้อนุสาวรีย์ชัยฯ เท่าใดนัก ซึ่งสิ่งสำคัญสำหรับการจัดระเบียบรถตู้ ก็คือ บ้านเมืองเรียบร้อย และประชาชนต้องไม่เดือดร้อนลำบากมากจนเกินไป” นักวิชาการด้านนโยบายการขนส่ง และโลจิสติกส์ ทิ้งท้าย

อ่านแล้ว
คุณได้คำตอบเช่นไร

ชีวิตดี๊ดี หรือ วุ่นวาย
บ้านเมืองเรียบร้อย หรือ เหมือนเดิม...

~เจ๊ดำ~

  • สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่ 

reporter.thairath@gmail.com
    หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ
รถตู้อนุฯ ที่เราคุ้นเคย ต้องหายหน้าไปอยู่ไกลถึงชานเมือง หากเราจะตามไป ใจก็เตือนว่าไกลเหลือเกิน จะตามเขากลับมา ผู้ใหญ่คงไม่เข้าใจ เราจะทำอย่างไร ให้เขา(รถตู้) กลับมาเป็นเหมือนเดิม ผู้ใหญ่เจ้าขามีทางออกที่ดีที่สุดให้สองเราไหมคะ 7 ก.ย. 2559 13:07 ไทยรัฐ