วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เป้าหมายคือพรรคมวลชน

ในขณะที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งมือเพื่อจัดทำร่างกฎหมายต่างๆที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ฝ่าย กกต. เรียกประชุมเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายพรรคการเมือง ซึ่งมีหลักการสำคัญคือให้ตั้งพรรคยากและยุบพรรคยาก ให้สาขาพรรคเป็นผู้ส่งสมาชิกสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในจังหวัดนั้นๆ ถ้าไม่มีสาขาพรรค ให้สมาชิก 200 คนขึ้นไป เสนอชื่อผู้สมัคร

ส่วนการยุบพรรคให้ทำได้ แต่เฉพาะกรณีที่มีการใช้สิทธิหรือเสรีภาพ เพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย หรือกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ นอกวิถีทางรัฐธรรมนูญไม่ทราบว่าถ้ากรรมการพรรครู้เห็น ในการทุจริตเลือกตั้งของสมาชิกพรรค จะถูกลงโทษหรือไม่

ตามรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ถูกยกเลิกไป ถ้าหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคคนใด รู้เห็นหรือปล่อยปละละเลยให้ลูกพรรคทุจริตเลือกตั้ง อาจถูกศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิคณะกรรมการพรรคทั้งคณะ 5 ปี ไม่ทราบว่าร่างกฎหมายใหม่จะเอาอย่างไร? แต่ที่แน่นอนก็คือร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ห้ามผู้ต้องคำพิพากษาโกงเลือกตั้งสมัคร ส.ส.

น่าสังเกตว่า ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้ปฏิรูปพรรค เพื่อไม่ให้เป็นพรรคของนายทุนหรือเศรษฐี ให้เป็นพรรคของมวลสมาชิก หรือพรรคของประชาชน แต่ร่างรัฐธรรมนูญใหม่เขียนไว้เพียงว่า “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการรวมกันจัดตั้งพรรคการเมืองตามวิถีทางการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามที่กฎหมายบัญญัติ”

ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ไม่มีบทบัญญัติ เพื่อบังคับให้การบริหารภายในพรรค ให้สอด คล้องตามหลักการประชาธิปไตย เหมือนกับรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 รัฐธรรมนูญทั้งสองฉบับ ให้ ส.ส.หรือสมาชิกพรรคร้องศาลรัฐธรรมนูญได้ ถ้าพรรคออกข้อบังคับหรือมีมติที่ขัดหลักการประชาธิปไตย เป็นมาตรการอย่างหนึ่งในการป้องกันไม่ให้นายทุนครอบงำพรรค

จากข่าวที่ออกมาก่อนการประชุมของ กกต.ยังไม่ทราบว่าร่างกฎหมายพรรค การเมืองฉบับใหม่มีบทบัญญัติเรื่องการควบคุมการเงินพรรคอย่างไร มีบทบัญญัติป้องกันไม่ให้เศรษฐีนักธุรกิจการเมือง ไม่ให้ทุ่มเงินซื้อพรรคหรือเป็นเจ้าของพรรคหรือไม่ ประเทศประชาธิปไตยที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่ มีกฎหมายห้ามบุคคลบริจาคเงินเกินกำหนด เพื่อยึดครองพรรค

แม้ประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นประชาธิปไตยมาแล้วกว่า 84 ปี และมีพรรคการเมืองมานานหลายทศวรรษ แต่พรรคส่วนใหญ่ล้มลุกคลุกคลาน เช่นเดียวกับระบอบประชาธิปไตย ส่วนใหญ่เป็นพรรคที่มีนายทุนเป็นเจ้าของ ยังไม่ใช่พรรคมวลชนอย่างแท้จริง จึงได้แต่หวังว่ารัฐธรรมนูญและกฎหมายที่ดี จะเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญไปสู่พรรคของประชาชน.

7 ก.ย. 2559 11:12 7 ก.ย. 2559 11:12 ไทยรัฐ