วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขอถอนประกัน '5นปช.' 'อัยการ' เสนอต่อศาลแล้ว หาทำผิดเงื่อนไขปล่อยตัว

“วิษณุ” ตัดบทปมร้อน “พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง” “มีชัย” ดักคอสนช.รื้อ ก.ม.ลูกไม่ง่าย ใบ้คำไม่พูดเซ็ตซีโร่ กกต.กลัวขวัญกระเจิง ชำแหละทำงานเชิงรับ ต้องทำงานเชิงรุกมากขึ้น กรธ.กวักมือเรียกพรรคการเมืองและทุกฝ่ายส่งข้อเสนอมาได้ กมธ.การเมืองยอมถอยปรับแก้ถ้อยคำให้เนียนขึ้น ชงตรง คสช.-รัฐบาลช่วยคุมเลือกตั้งร่วม กกต. แต่สอดไส้ขอหยั่งกระแสเลือกตั้งท้องถิ่น 6 เดือนก่อนถึงเวทีใหญ่ ส.ส. กกต.เสียงอ่อย จะเซ็ตซีโร่หรือไม่ อยู่ที่ กรธ. “สมชัย” ปัดแตกคอเล่นเกมเก้าอี้ดนตรี หย่าศึกชั่วคราวจับมือทำกฎหมายลูก “มาร์ค” ค้านชงสูตร มท.จัดเลือกตั้ง ย้อนรอยเดิม จี้ถามเอาให้ชัดอย่ามองสั้น ให้ดูอนาคตยาวๆ “บิ๊กตู่” โชว์ลีลาเวทีอาเซียนซัมมิต ย้ำต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง อัยการถอนประกัน 5 นปช. “ตู่-เต้น-วีระ-เหวง- นิสิต” โดนเกลี้ยง หาผิดเงื่อนไขศาล

ข้อเสนอให้กระทรวงมหาดไทย และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ดำเนินการและควบคุมการจัดเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แทนกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ล่าสุดกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. ยอมปรับแก้ไขถ้อยคำให้เนียนขึ้น

“วิษณุ” ตัดบทพูดไปสองไพเบี้ย

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เสนอให้รีเซ็ตระบบบัญชีรายชื่อสมาชิกพรรคการเมืองใหม่ ว่า ไม่ทราบใครจะเสนอความเห็นอะไรมา แปลกบ้าง ไม่แปลกบ้าง แล้วกลับไปถามคนที่เสนอ โต้ตอบกันไปมาไม่ดี ใครพูดอะไรปล่อยให้เขาพูดไป เพราะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) รับฟังอยู่ รัฐบาลก็ฟังอยู่ หากอะไรดีก็ดี อะไรที่ไม่เข้าท่าไม่ต้องไปตอบโต้ มิเช่นนั้นสังคมจะมีแต่ความขัดแย้ง บางเรื่องพูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง จะได้สงบเรียบร้อย

กฤษฎีกาส่งทีมงานช่วยร่าง ก.ม.ลูก

นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของ กรธ. ที่จะร่างกฎหมายลูก รัฐบาลยังไม่มีข้อเสนอใดๆ แต่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยแล้ว ตั้งเป็นรูปแบบคณะอนุกรรมการ มีกรอบทำงานยกร่างกฎหมายลูกเบื้องต้น ก่อนเสนอให้ กรธ.พิจารณา

สนช.ติดเครื่องสั่งศึกษาล่วงหน้า

ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างกฎหมายลูกของ สนช. ว่า มอบหมายให้คณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะ และรวบรวมความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ สนช. ไปศึกษาภาพรวม และให้ กมธ.สามัญแต่ละคณะของ สนช. ไปศึกษาล่วงหน้าว่าแต่ละคณะจะมีร่างกฎหมายที่ต้องออกตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กี่ฉบับ โดยเทียบกับร่างกฎหมายที่ออกตามรัฐธรรมนูญปี 2550 เมื่อได้รับร่างกฎหมายจาก กรธ.จะได้ทำงานทันที ส่วนข้อเสนอของ สปท. ที่ให้กระทรวงมหาดไทยจัดการเลือกตั้ง และให้ คสช. ควบคุมการเลือกตั้งร่วมกับ กกต.นั้น อยู่ระหว่างรวบรวมความคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆ ต้องนำเนื้อหาไปเปรียบเทียบด้วยว่าขัดกับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่

ศาล รธน.ดีเดย์นัดถกคำร้อง

ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า การประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 7 ก.ย. มีวาระการพิจารณาคำร้องของ กรธ. เรื่องร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขให้สอดคล้องกับผลการออกเสียงประชามติประเด็นเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาว่าเป็นการชอบด้วยกับผลการออกเสียงประชามติแล้วหรือไม่ หลักฐานที่ กรธ.ยื่นประกอบคำร้องถือว่าครบถ้วนสมบูรณ์ที่จะให้รับเป็นคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยแล้ว แต่ตุลาการฯต้องดำเนินการตามข้อกำหนดศาลรัฐ– ธรรมนูญ คือต้องพิจารณาก่อนว่าจะรับหรือไม่รับเป็นคำร้อง จากนั้นจะอภิปรายว่าข้อมูลมีเพียงพอแล้วหรือไม่ ถ้าไม่พอต้องขอเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม หรืออาจให้ผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจง โดยจะพิจารณาทั้งองค์คณะ เพราะมีเงื่อนไขระยะเวลาต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 30 วัน ตามที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนด

“มีชัย” ดักคอ สนช.รื้อ ก.ม.ลูกไม่ง่าย

ช่วงบ่ายที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. ให้สัมภาษณ์ว่า ขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสิน อย่าไปคาดเดาล่วงหน้า มีเวลา 30 วัน หากต้องแก้ไข กรธ.ก็เอากลับมาแก้ แต่หากไม่ต้องแก้ก็เดินหน้าต่อ ส่วนการทำงานของ สนช. ในการพิจารณากฎหมายลูกนั้น ถ้า สนช.จะแก้ไขอะไรที่ต่างไปจากรัฐธรรมนูญ หากองค์กรอิสระ หรือ กรธ.เห็นว่าขัดต่อเจตนารมณ์ของร่างรัฐธรรมนูญ สามารถทักท้วงได้ เมื่อทักท้วงแล้ว สนช.ต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วม ประกอบด้วย สนช. 5 คน กรธ. 5 คน และองค์กรอิสระ 1 คน เพื่อพิจารณากรณีมีการแก้ไข หาก สนช.ไม่เห็นด้วย ต้องใช้เสียง 2 ใน 3 หากเสียงไม่ถึง ก็ต้องให้เป็นตามที่ กมธ.ร่วมพิจารณา

ดูเจตนา สปท. “ห้อยโหน” หวังอะไร

เมื่อถามถึงข้อเสนอของกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. นายมีชัยตอบว่า ยังไม่เห็นรายละเอียดว่าข้อเสนอเป็นอย่างไร ความจริงกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นฝ่ายจัดการเลือกตั้ง โดยใช้เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยเป็นฝ่ายปฏิบัติอยู่แล้ว จึงต้องดูว่าข้อเสนอมีจุดมุ่งหมายอย่างไร ไปลดอำนาจ กกต.หรือไม่ ต้องดูหลายแง่มุม ขณะนี้ สปท.ส่งรายงานเบื้องต้นมายัง กรธ.แล้ว แต่ยังไม่ใช่ตัวร่าง กำลังให้เจ้าหน้าที่ช่วยสรุปเนื้อหาอยู่ เมื่อถามว่าข้อเสนอให้ยุบ กกต.จังหวัดจะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า กกต.จังหวัดไม่เคยอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญ ในกฎหมายลูกจะมีหรือไม่มีก็ได้

ไม่พูดเซ็ตซีโร่ กกต.ให้ขวัญกระเจิง

เมื่อถามว่าต้องเซ็ตซีโร่ กกต.หรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ยังตอบไม่ได้ อย่าเพิ่งพูดอะไรที่ทำให้ขวัญกระเจิง การทำงานของ กกต.ที่ผ่านมาทำงานเชิงรับ จึงพยายามคิดว่าจะทำอย่างไรให้ กกต.ทำงานเชิงรุกได้มากขึ้น หาก กรธ.ได้รับร่างกฎหมายลูกจาก กกต. อาจจัดสัมมนาเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรวมถึงฝ่ายการเมืองร่วมหารือ ดูว่าจะมีข้อเสนอแนะอย่างไร เราต้องรับฟังหลายทาง อย่าเพิ่งคิดร้าย ฟังเสร็จก็นำมาเปรียบเทียบและปรับปรุง

กวักมือเรียกทุกฝ่ายส่งข้อเสนอ

นายนรชิต สิงหเสนี โฆษก กรธ. แถลงว่า แนวทางการร่างกฎหมายลูกทั้ง 10 ฉบับ กรธ.จะเปิดรับฟังข้อเสนอแนะในลักษณะเปิดกว้าง จึงมีหนังสือแจ้งไปยังองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง ให้ส่งข้อเสนอแนะ หรือตัวร่างกฎหมาย มาให้ กรธ.พิจารณา พร้อมกับเชิญพรรคการเมือง ประชาชน ภาคประชาสังคม ส่งความคิดเห็นมาให้ กรธ.พิจารณาได้ จากนั้น กรธ.จะจัดสัมมนาในรูปแบบปลายเปิด ให้ทุกภาคส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น และจะนำความคิดเห็นและข้อเสนอที่ได้เผยแพร่บนเว็บไซต์ต่อไป ล่าสุด กรธ.ยังไม่ได้รับข้อเสนอการร่างกฎหมายลูกสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับ

สปท.ปรับแก้ถ้อยคำให้เนียนขึ้น

ขณะที่นายวันชัย สอนศิริ กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมพิจารณาทบทวนประเด็นข้อเสนอร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส. และ พ.ร.บ.พรรคการเมือง โดยเฉพาะประเด็นการให้กระทรวงมหาดไทยจัดการเลือกตั้ง และการให้ คสช.สนับสนุนการเลือกตั้ง โดยเห็นว่าควรแก้ไขข้อความทั้งสองประเด็น ให้เกิดความชัดเจน ไม่ให้สังคมและสื่อมวลชนเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยข้อเสนอให้กระทรวงมหาดไทยจัดการเลือกตั้งนั้น แก้ไขเป็น “ให้ กกต.จัดหรือดำเนินการให้กระทรวงมหาดไทย จัดการเลือกตั้ง ส.ส. การเลือก ส.ว. การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น และการออกเสียงประชามติ ภายใต้การควบคุมของ กกต. ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ มาตรา 224” เพราะเห็นว่า กกต.มีภารกิจมาก จึงให้กระทรวงมหาดไทยมาช่วยดำเนินการ เพื่อลดภาระ กกต. เพราะกระทรวงมหาดไทยมีความพร้อม แต่อำนาจการควบคุมกำกับดูแล และการวินิจฉัยผลการเลือกตั้ง ยังเป็นของ กกต.เช่นเดิม ไม่มีประเด็นใดขัดรัฐธรรมนูญ

สอดไส้หยั่งกระแสเวทีท้องถิ่น

นายวันชัยกล่าวต่อว่า ส่วนการให้ คสช.มาช่วยควบคุมการเลือกตั้ง จากข่าวเหมือนให้ คสช.มาควบคุมจัดการเลือกตั้งนั้น ที่ประชุมแก้ไขข้อความเป็น “กำหนดให้การเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะมาถึงในครั้งต่อไป เป็นวาระแห่งชาติ โดยเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วน รวมทั้ง คสช.ที่จะต้องให้การสนับสนุนการดำเนินงานของ กกต.เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม และก่อนมีการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2560 ต้องมีการทดลองหรือซักซ้อมการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า 6 เดือน โดยใช้องค์กรปกครองท้องถิ่นที่ครบวาระ แต่ยังไม่มีการเลือกตั้งเป็นพื้นที่ทดลองตามภูมิภาคต่างๆ เพื่อศึกษาข้อดี ข้อบกพร่อง และบทเรียนที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้งดังกล่าว เพื่อนำข้อสรุปมาจัดทำแนวทาง อันจะนำไปสู่การเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรมในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2560” เห็นว่า คสช.ควรเข้ามาร่วมมือกับ กกต. และหน่วยงานอื่นเต็มที่ เพื่อให้การเลือกตั้งมีความสุจริตเที่ยงธรรม ข้อเสนอนี้ สปท.การเมืองจะเสนอไปยัง คสช.และรัฐบาลให้นำไปดำเนินการเป็นกรณีพิเศษ เชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งปี 60 จะมีความสุจริตเที่ยงธรรม

กกต.ชวนพรรคส่งข้อเสนอแนะ

ที่สำนักงาน กกต. นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต. เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง จากนั้น นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. แถลงว่า กกต.พิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวเสร็จ และส่งให้ กรธ.แล้ว มีสาระสำคัญคือ ให้ตั้งพรรคยาก อยู่ยาก ยุบยาก โดยพรรคการเมืองเดิมมีต่อไป ไม่ได้เซ็ตซีโร่ ยอมรับว่ายังไม่มีการฟังความเห็นจากพรรคการเมือง เป็นการดำเนินการซีกเดียว ฉะนั้น อยากให้พรรคการเมืองมีส่วนให้ความเห็นต่อร่างกฎหมายดังกล่าว โดยส่งความเห็นไปยัง กรธ. เพื่อประมวลความเห็นจากฝ่ายต่างๆ ส่วนกฎหมายอื่น กกต.จะพิจารณาสัปดาห์หน้า ได้แก่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. เชื่อว่าจะส่งได้ภายในสิ้นเดือน ก.ย.นี้ กรธ.สามารถเปลี่ยนแปลงได้หมดทุกเรื่อง แม้กระทั่งเซ็ตซีโร่ กกต.เป็นเพียงต้นเรื่องเท่านั้น ท้ายที่สุดอยู่ที่ กรธ. จะไม่เอาเลยก็ได้ เพราะออกกฎหมายโดย กรธ.

ปัดแตกคอเล่นเกมเก้าอี้ดนตรี

นายสมชัยยังกล่าวถึงกระแสข่าวความขัดแย้งของ 5 เสือ กกต. ในการเปลี่ยนตัวประธาน กกต. ว่า ทุกคนยังปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิม ประธาน กกต.ยังเป็นประธานเหมือนเดิม เรื่องนี้เป็นการคุยกันภายใน เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมจะมีการสับเปลี่ยนกันเอง แต่ยังไม่ใช่ช่วงเวลานี้ และไม่มีการส่งหนังสือถามความเห็นกรณีคำสั่ง คสช.ที่ 40/2559 ขณะนี้ให้คณะทำงานสำนักงาน กกต. ไปศึกษาการทำงานในรูปคณะทำงานหรือบอร์ด เมื่อถามว่ากระแสข่าวความขัดแย้งของ กกต.จะทำให้เกิดการเซ็ตซีโร่ กกต.ใหม่หรือไม่ นายสมชัยตอบว่า การเซ็ตซีโร่ กกต. อยู่ที่หัวหน้า คสช.จะพิจารณา ยืนยันว่าไม่แตกแยก ไม่ได้แย่งตำแหน่งกัน ส่วนข้อเสนอของกมธ.ด้านการเมือง ให้กระทรวงมหาดไทยจัดการเลือกตั้งแทน กกต.นั้น ไม่ขอแสดงความคิดเห็นให้คนอื่นทะเลาะกันไป ไม่อยากไปทะเลาะด้วย

หย่าศึกจับมือทำ ก.ม.ลูกก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมวันนี้ กกต.ทั้ง 5 คนได้ประชุมลับเพื่อหารือหลังนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ออกมาให้สัมภาษณ์เหมือนส่งสัญญาณถึง กกต. ว่า การเปลี่ยนแปลงในช่วงนี้อาจไม่เหมาะสม กกต.จึงยกคำสั่งให้ทำหนังสือสอบถามความชัดเจนจาก คสช. และตกลงว่าช่วงนี้ กกต.มีภาระสำคัญต้องผลักดันกฎหมายลูก 4 ฉบับ จึงจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อน แล้วจึงมาพูดคุยกันเรื่องการเปลี่ยนตำแหน่งกันใหม่ในช่วงต้นเดือน ต.ค. ซึ่งเป็นจังหวะที่ทางสำนักงานฯ จะเสนอรายงานผลการศึกษารูปแบบการทำงานในลักษณะบอร์ดต่อ กกต. แต่มีรายงานว่าภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. ยังไม่ได้แสดงทีท่าที่ชัดเจนว่ายอมลงจากตำแหน่ง ทำให้ กกต.ที่เหลืออีก 3 คนเห็นตรงกันว่า หากช่วงต้นเดือน ต.ค.ยังไม่มีความชัดเจน ก็จะทวงถามกันอีกครั้ง

“มาร์ค” ค้านชงสูตร มท.จัด ลต.

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อเสนอของ กมธ.ด้านการเมือง สปท. ให้กระทรวงมหาดไทยเข้ามาจัดการเลือกตั้งแทน กกต.ว่า หลักใหญ่ของการจัดเลือกตั้งต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เรามีองค์กรอิสระคือ กกต.ทำเรื่องนี้มา ถือเป็นแนวทางที่ถูกต้องแล้ว เพียงแต่ถ้ามีจุดอ่อนที่ไหน กฎหมายลูกที่จะออกมาก็ต้องไปช่วยแก้ไข ส่วนการเอาหน่วยราชการมาทำงาน เป็นสิ่งที่ต้องเกิดในทางปฏิบัติอยู่แล้ว กกต.ไม่จำเป็นต้องมีคนของตัวเองจำนวนมหาศาลเพื่อจัดการเลือกตั้ง ที่ผ่านมา กกต.มีอำนาจ อาศัยกลไกราชการ ยืมตัวบุคลากรกระทรวงต่างๆ รวมถึงองค์กรภาคเอกชนเข้าร่วม และต้องอยู่ภายใต้การกำกับบังคับบัญชาของ กกต. แต่การพูดว่าจะเอากระทรวงมหาดไทยมาจัดการเลือกตั้ง น่าจะเป็นคนละเรื่องกัน จึงต้องเอาให้ชัดเจน

อย่ามองสั้นให้ดูถึงอนาคตยาวๆ

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ส่วนข้อเสนอให้ยกเลิก กกต.จังหวัดนั้น เข้าใจว่าที่ผ่านมาหลายพื้นที่มีปัญหาด้านการสอบสวน ฝ่ายผู้ร้องและผู้ถูกร้องมีความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ระบบการกำกับดูแลตรวจสอบกลั่นกรองอาจไม่เหมาะสม ก็ควรพิจารณาแก้ไข ส่วนข้อเสนอให้ คสช.ร่วมควบคุมการเลือกตั้งเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยนั้น คสช.มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยอยู่แล้ว ไม่ทราบว่าจะให้เข้ามาดูแลในลักษณะไหน อย่างไร งานจัดการเลือกตั้งกับการดูแลความสงบ เรียบร้อย ไม่จำเป็นต้องมาอยู่รวมกัน เมื่อถามย้ำว่านายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่า หาก กกต.ยังร่วมดูแลการเลือกตั้งอยู่ถือว่าไม่ขัดต่อกฎหมาย เป็นการเลี่ยงบาลีหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า เอาให้ชัดไปเลยว่าองค์กรที่จะมาดูแลจัดการเลือกตั้งโดยเฉพาะ ต้องเป็นกลาง มีอิสระ เราตั้ง กกต.มาเพราะมีประสบการณ์ มีอดีตว่าเมื่อหน่วยงานราชการจัดเลือกตั้ง มีโอกาสที่จะถูกครอบงำโดยคนที่เป็นรัฐบาล อย่ามองแค่ยุคนี้ ขอให้มองถึงอนาคตข้างหน้า มันจะเป็นปัญหา เราไม่ควรถอยไปจุดนั้น แต่ควรสนับสนุน กกต.ให้ทำงานดีขึ้น

ไม่รู้ “สมคิด–บิ๊กฉัตร” ซดเกาเหลา

วันเดียวกันที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. มอบหมายให้กำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แทนนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ว่า นายกฯสอบถามมาว่าพอรับงานเพิ่มเพื่อแบ่งเบาภาระนายสมคิด ที่ต้องดูแลเศรษฐกิจและต่างประเทศได้หรือไม่ จึงตอบนายกฯไปว่ายินดีหากสิ่งไหนเป็นประโยชน์ เพราะหมวกอีกใบของตนคือเป็นหัวหน้าเศรษฐกิจของ คสช. มั่นใจน่าช่วยงานได้ไม่มีปัญหา ส่วนกระแสข่าวความขัดแย้งระหว่างนายสมคิดกับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์นั้น ไม่ทราบจริงๆว่ามีอะไรหรือไม่

“บิ๊กป้อม” ปลื้มโพลอวยผลงาน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงผลโพลที่ระบุว่าประชาชนพอใจการทำงานของรัฐบาล นายกฯ และกองทัพว่า “ดีไหมล่ะ แต่ถ้าอะไรไม่ดีก็บอกจะได้ไปแก้ไข แต่ถ้าดีแล้วก็โอเค” เมื่อถามถึงการแถลงผลงานรัฐบาลในวันที่ 12 ก.ย. จะเน้นย้ำสิ่งที่ได้ดำเนินการอะไรต่อไปบ้าง พล.อ.ประวิตรตอบว่า ทุกด้าน ที่ผ่านมารัฐบาลทำทุกด้าน เมื่อถามว่าพอใจผลงานด้านไหนมากที่สุด รองนายกฯตอบว่า พอใจหมด แล้วสื่อพอใจตรงไหนต้องเป็นคนบอก คนดู ตนเป็นนักมวยชกไม่รู้เรื่องต้องมีคนบอกว่าคู่ต่อสู้คือใคร ก็คือพวกคุณนี่แหละ ต้องบอกว่าทำอย่างนี้ไม่ได้ ไม่ดี ซึ่งผมดูงานด้านความมั่นคงก็พอใจงานด้านนี้ ส่วนด้านเศรษฐกิจเขาก็พอใจด้านของเขา รัฐบาลทำทุกด้าน มีอะไรที่รัฐบาลไม่ทำบ้าง

“บิ๊กหมู” พอใจ 1 ปีคุมจ่าฝูงทัพบก

ที่ บก.ทบ. พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. แถลงหลังการประชุมหน่วยขึ้นตรง (นขต.) ว่า สำหรับตนพอใจในงานที่ทำช่วง 1 ปีที่ผ่านมา อะไรที่ทำให้บ้านเมืองสงบสุขเราทำทุกอย่าง ก็ได้ผลออกมาในทางที่ดี แม้จะเกษียณอายุราชการไป แต่งานยังคงดำเนินการไปต่อเนื่องตามระบบ เชื่อว่า ผบ.ทบ.คนใหม่เก่งอยู่แล้ว ไม่มีงานอะไรที่ค้างคา อยากให้ประเทศสงบสุขร่มเย็น ประชาชนรักสามัคคี กลุ่มก๊วนต่างๆขอให้เลิกได้แล้ว มันมีอยู่ไม่กี่ตัวหรอกที่ออกมาเคลื่อนไหว ที่ออกมามีผลประโยชน์กันทั้งนั้น โดยไม่ได้คำนึงถึงประเทศชาติเลย คนส่วนใหญ่ต้องการทำมาหากิน เมื่อถามว่าเกษียณอายุราชการแล้วจะเล่นการเมืองต่อหรือไม่ ผบ.ทบ.ตอบว่า ตนพอแล้ว รับราชการมา 38 ปี ส่วนแนวคิดการจัดตั้งพรรคทหารนั้น อย่ามาถามที่ไม่ใช่เรื่องของตน เพราะตอบไม่ได้ ต้องไปถามคนอื่น แต่ได้ฝาก ผบ.ทบ.ท่านต่อไปแล้วให้เขาดูแลกองทัพบก ผู้ใต้บังคับบัญชา ประเทศชาติ และประชาชน เขาก็เต็มที่อยู่แล้ว

ครม.ไฟเขียวตั้ง 4 บิ๊ก ขรก.พณ.

อีกเรื่อง พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุม ครม.มีมติแต่งตั้งนายดนุชา สินธวานนท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) เป็นเลขาธิการ กปร. นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นอธิบดีกรมการค้าภายใน น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เป็นอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และนายวิชัย โภชนกิจ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เป็นรองปลัดกระทรวงพาณิชย์ น.ส.จารุนันท์ สุทธิประภา ผอ.สำนักยุทธศาสตร์และการวางแผนพัฒนาพื้นที่ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน สศช.

สนช.ลักไก่ถกงบฯ 2.7 ลล.วันเดียว

ช่วงเย็นที่รัฐสภา นายยุทธนา ทัพเจริญ โฆษกวิป สนช. แถลงว่า ที่ประชุมกำหนดวันพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 วงเงิน 2.7 ล้านล้านบาท วันที่ 8 ก.ย. เพียงวันเดียวจบ ส่วนวันที่ 9 ก.ย. จะพิจารณาซักถามคู่กรณีจากสำนวนชี้มูลการถอดถอน พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีต รมว.กลาโหม ออกจากตำแหน่ง กรณีแทรกแซงการแต่งตั้งปลัดกลาโหม ซึ่งเนื้อหาคำถามจะเกี่ยวกับหลัก เกณฑ์การแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงของกระทรวง กลาโหม และเหตุผลที่เลือกตัวบุคคล เป็นต้น จากนั้น สนช.จะประชุมแถลงปิดสำนวนในสัปดาห์หน้า คาดว่าภายใน 3 วันจะนัดลงมติถอดถอนหรือไม่ถอดถอน

1 ต.ค.ศาลทุจริตเริ่มสตาร์ตคดีโกง

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงขอบข่ายของคดีที่จะเข้าสู่การพิจารณาของศาลอาญา คดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่จะเริ่มทำการวันที่ 1 ต.ค. ว่า จะพิจารณาทุกคดีที่เข้าเกณฑ์ตาม กฎหมาย ตั้งแต่คดีทุจริต เจ้าหน้าที่ประพฤติปฏิบัติมิชอบตามมาตรา 157 คดีฮั้ว แต่ไม่รู้ว่าจะพิจารณาคดีใดก่อน โดยคดีที่มีการฟ้องกันมาก่อน อาจโอนมาที่ศาลดังกล่าว หากศาลปกติคิดว่ารับไม่ไหว เนื่องจากบางคดีมีเรื่องอิทธิพลในท้องที่เข้ามาเกี่ยวข้อง

เสวนาต้านโกงยังพบทุจริตอีกอื้อ

อีกด้าน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) จัดงานเสวนาวิชาการ “Anti-Corruption Collaboration” กรรมโกงแบบไหน...ใครสนอง? เนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชัน โดยนายวรากรณ์ สามโกเศศ อดีต รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ภาคการศึกษามีส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาแต่ตื่นตัวน้อย แวดวงการศึกษาเองยังมีการโกงให้เห็นในทุกระดับ ขณะที่นางธาริสา วัฒนเกส อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัญหาการโกงในสถาบันการเงินก็ยังมีอยู่ เช่นการประเมินราคาที่ดินที่สูงเกินจริง เพื่อปล่อยเงินกู้ให้กับพรรคพวก สถาบันการเงินจึงต้องมีกฎเกณฑ์เข้มงวดมากขึ้น

ด้าน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.กล่าวว่า อยากเห็นการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ ส่วนหนึ่งของปัญหาเพราะขาดการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง แม้แนวโน้มปัญหาทุจริตในไทยจะน้อยลง แต่บุคลากรในการปราบปรามยังไม่เพียงพอ ทั้งนี้ ป.ป.ช.จะเร่งคดีค้างเก่า 2,000 คดี ซึ่งในจำนวนนี้ ครึ่งหนึ่งเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เสร็จสิ้นในปี 2561 ส่วนคดีใหม่ก็จะไต่สวน ส่งให้ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดภายใน 1 ปี

กองทุนหมู่บ้านร้องงดเว้นภาษี

ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงาน ก.พ. ตัวแทนเครือข่ายคนรักกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง (กทบ.) นำโดยนายสบาย ไสยรินทร์ ตัวแทนเครือข่ายคนรักกองทุนหมู่บ้านฯ และประธานกองทุนหมู่บ้าน จ.สุราษฎร์ธานี ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ขอให้พิจารณายกเว้นภาษี ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ นายสบายกล่าวว่า ตามที่กรม สรรพากรมีหนังสือให้ผู้ได้รับเงินกองทุนหมู่บ้าน เสียภาษี ณ ที่จ่าย ถือเป็นภาระที่กองทุนหมู่บ้านต้องแบกรับ และสร้างความสับสนในการใช้จ่าย เพราะไม่ทราบมาก่อนว่าต้องหักภาษี อีกทั้งเงินดังกล่าวนำไปให้คนยากจนเพื่อประกอบอาชีพ หาก กทบ.เข้าใจถึงอำนาจมาตรา 5 วรรคท้ายของ พ.ร.บ.กองทุนหมู่บ้านฯ ที่ระบุให้กรณีที่มีกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับใด กำหนดให้กิจการกองทุนหมู่บ้านต้องดำเนินการหรือเสียภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมอันเป็นภาระที่ไม่เหมาะสมหรือเกินสมควร กทบ.อาจเสนอต่อ ครม. เพื่อพิจารณาลดภาระดังกล่าวแก่กองทุนหมู่บ้าน เครือข่ายฯจึงขอให้พิจารณาช่วยเหลือ

จี้เปลี่ยนตัว “บิ๊กต๊อก” พ้น ยธ.

ต่อมานางวราพร อรรถสุข ตัวแทนเครือข่ายสตรีพิทักษ์พระพุทธศาสนา (คพช.) พร้อมสมาชิกเครือข่ายฯยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขอให้เปลี่ยนตัว รมว.ยุติธรรม เนื่องจาก พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม พยายามผลักดันให้ใช้มาตรา 44 แก้ให้ปัญหา เมตแอมเฟตามีน หรือยาบ้า เป็นยาเสพติดประเภท 2 และผลักดันให้กัญชาและใบกระท่อม เป็นยาสามัญประจำบ้าน โดยนางวราพรกล่าวว่า พฤติการณ์นี้ถือว่าขัดต่อหลักศีลธรรม จริยธรรม และความมั่นคงในสังคมไทย ขณะที่ทุกประเทศกำลังกวาดล้าง ทำสงครามกับยาเสพติด พล.อ.ไพบูลย์จึงไม่เหมาะสมที่จะดูแลความยุติธรรม กฎหมายและความมั่นคงของประเทศ ชาติต่อไป

“บิ๊กตู่” เตรียมบินร่วมเวทียูเอ็น

ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวภายหลังการประชุม ครม. ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ปฏิบัติหน้าที่เป็นประธาน การประชุม ครม. รักษาการแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ที่อยู่ระหว่างเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่กรุงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวว่า ครม.ให้ความเห็นชอบร่างเอกสารท่าทีไทย ในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญครั้งที่ 71 ที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ และคณะผู้แทนไทยจะเดินทางไปร่วมประชุมวันที่ 18-24 ก.ย. โดยผลักดัน 9 หมวดหลัก อาทิ ส่งเสริมเศรษฐกิจที่ยั่งยืน สิทธิมนุษยชน สันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ ความยุติธรรม และป้องกันการก่อการร้าย

นายกฯร่วมเวทีอาเซียนซัมมิต

สำหรับภารกิจการเดินทางเข้าร่วมประชุมสุดอยอดอาเซียนครั้งที่ 28 และ 29 ที่กรุงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระหว่างวันที่ 6-8 ก.ย. เมื่อเวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์พบหารือกับผู้แทนไทยในสมัชชารัฐสภาอาเซียน ผู้แทนเยาวชนอาเซียน และสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน ที่โรงแรม กรีน พาร์ค ก่อนร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันของผู้นำอาเซียนกับนักธุรกิจของกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย

ลั่นอาเซียนไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

จากนั้นเวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยานายกฯเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 28 และ 29 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติ โดยมีนายบุนยัง วอละจิด ประธานประเทศ สปป.ลาว และนางคำเมิง วอละจิด ภริยา นายทองลุน สีสุลิด นายกฯ สปป.ลาว และนางนาลี สีสุลิด ภริยา ให้การต้อนรับ และร่วมถ่ายภาพหมู่กับผู้นำอาเซียนและคู่สมรส จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถ้อยแถลงระหว่างประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 28 ว่า แม้จะเผชิญกับสิ่งท้าทายในรูปแบบต่างๆ แต่อาเซียนจะพัฒนาไปข้างหน้าอย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน มีประชาชนเป็นศูนย์กลางไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง จากนั้นได้ร่วมพิธีลงนามปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยความเป็นหนึ่งเดียวในการตอบโต้ภัยพิบัติทั้งภายในและภายนอกภูมิภาค การประกาศแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน ค.ศ.2025 และแผนงานข้อริเริ่มเพื่อการรวมตัวของอาเซียน จากนั้นได้พบปะระหว่างผู้นำอาเซียนกับผู้แทนสมัชชารัฐสภาอาเซียน ผู้แทนเยาวชนอาเซียน และสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน ตามลำดับ กระทั่งเวลา 20.00 น. ไปเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อต้อนรับผู้นำอาเซียน ที่โรงแรมดอนจัน พาเลซ

ย้ำกับตัวแทนไทยต้องเดินไปด้วยกัน

พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการหารือระหว่าง พล.อ. ประยุทธ์กับผู้แทนไทยในสมัชชารัฐสภาอาเซียนผู้แทนเยาวชนอาเซียน และสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน ว่า พล.อ.ประยุทธ์แสดงความยินดีที่นายอิสรา สุนทรวัฒน์ ได้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสมัชชารัฐสภาอาเซียนคนใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสดีที่ไทยจะได้มีบทบาทเร่งผลักดันและเสนอข้อริเริ่มวาระทางกฎระเบียบ ที่สอดคล้อง นำไปสู่การสร้างประชาคม และยังชื่นชมแนวทางการทำงานของสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน ที่เสนอแนวทางที่ดีให้กับอาเซียน สร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและพลังงานสีเขียว ลดช่องว่างด้านการพัฒนา ความโปร่งใส และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน อยากให้สภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียนสร้างเครือข่ายทางการค้าการลงทุนให้ทุกประเทศเดินหน้าไปด้วยกัน

จับมือพัฒนาไฟฟ้าใน สปป.ลาว

พล.ต.วีรชนเปิดเผยอีกว่า เมื่อเวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้หารือทวิภาคีกับนายทองลุน สีสุลิด นายกฯ สปป.ลาว ที่สำนักงานนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ถือเป็นการหารือครั้งที่ 2 โดย พล.อ.ประยุทธ์ชื่นชม สปป.ลาว ในการทำหน้าที่ประธานอาเซียน ไทยพร้อมสนับสนุนในทุกด้าน ทั้งกรอบทวิภาคีและพหุภาคี นอกจากนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายได้หารือถึงการเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยว พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงไทย—ลาว เช่น การก่อสร้างสะพานมิตรภาพ แห่งที่ 5 (บึงกาฬ—บอลิคำไซ) แห่งที่ 6 (อุบลราชธานี —สาละวัน) และแห่งที่ 7 (เลย—เวียงจันทน์) การค้าการลงทุน การพลังงาน ที่ไทยสนับสนุนนโยบาย “แบตเตอรี่แห่งเอเชีย” ภายหลังหารือ พล.อ.ประยุทธ์และนายทองลุนร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยกับ สปป.ลาว เรื่องความร่วมมือในการพัฒนาไฟฟ้าใน สปป.ลาว เป็นการขยายกรอบการรับซื้อไฟฟ้าของไทยจาก สปป.ลาว จาก 7,000 เป็น 9,000 เมกะวัตต์

อัยการยื่นถอนประกัน 5 นปช.

ช่วงเย็นวันเดียวกัน นายภานุพงษ์ โชติสิน อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ กล่าวว่า พนักงานอัยการคดีพิเศษยื่นคำร้องขอให้ศาลอาญาเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ และนายนิสิต สินธุไพร เเกนนำ นปช. จำเลยในคดีก่อการร้ายว่า ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานอัยการสูงสุดว่า การยื่นถอนประกันครั้งนี้ เนื่องจากนายจตุพรและพวกให้สัมภาษณ์ออกรายการพีซทีวีและจัดรายการมองไกล มีลักษณะก่อให้เกิดความวุ่นวาย ถือว่าผิดเงื่อนไขที่ศาลกำหนดไว้ในการปล่อยชั่วคราว พนักงานอัยการได้รวบรวมคลิปการสัมภาษณ์ดังกล่าว เป็นหลักฐานยื่นต่อศาล เพื่อขอถอนประกันจำเลยทั้ง 5 โดยเบื้องต้นศาลรับคำร้องไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้กำหนดวันนัดไต่สวน

นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความนายจตุพร กล่าวว่า ยังไม่ได้รับหมายเรียกให้ไปไต่สวนคำร้องขอถอนประกัน หากเห็นคำร้องก็ต้องพิจารณาดูว่าประเด็นที่มีการร้องเข้ามาผิดเงื่อนไขตามที่ศาลกำหนด ไว้หรือไม่ ไม่ใช่ว่ามีคนร้องเรียนมาก็จะถอนประกัน จำเลยต้องมีพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อคดี ไม่ใช่เห็นว่าการให้สัมภาษณ์ของจำเลยจะเป็นเหตุให้ยื่นถอนประกันได้อย่างเดียว ต้องดูภาวะเวลาและสถานการณ์ขณะนั้นด้วย แต่ถ้ามีการยื่นคำร้องเข้ามา ก็พร้อมชี้แจงซักค้านในศาล

อัยการถอนประกัน 5 นปช. “ตู่-เต้น-วีระ-เหวง- นิสิต” โดนเกลี้ยง หาผิดเงื่อนไขศาล “วิษณุ” ตัดบทปมร้อน “พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง” “มีชัย” ดักคอสนช.รื้อ ก.ม.ลูกไม่ง่าย ใบ้คำไม่พูดเซ็ตซีโร่ กกต.กลัวขวัญกระเจิง ชำแหละทำงาน 7 ก.ย. 2559 07:57 ไทยรัฐ