วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศาล ปค. สั่งรีบคืนสิทธิให้หนุ่มมีรอยสัก สอบติด ตร.

ศาล ปค.สูงสุดวินิจฉัย สั่ง ผบช.ภ.3 คืนสิทธิการเป็นผู้สมัครนายสิบ ตร. หลังวินิจฉัยรอยสักที่เจ้าตัวมีอยู่ในร่มผ้า ขนาดไม่น่าเกลียด ไม่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ ด้านโฆษกศาลปกครอง ชี้เรื่องนี้ไม่ใช่ใช้เป็นบรรทัดฐานกับคนที่มีรอยสักแบบต่างๆ ที่จะสมัครเข้ารับราชการตำรวจ

เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลปกครองกลางเป็นให้เพิกถอนประกาศรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกในการรับสมัครและคัดเลือกบุคคลภายนอกผู้มีประกาศนียบัตรประโยคมัธยมศึกษาตอนปลายหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพหรือเทียบเท่าเพื่อบรรจุเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ พ.ศ.2555 ลงวันที่ 24 ต.ค.2555 เฉพาะส่วนที่ให้นายดำรงศักดิ์ หรือ ณรงค์ โพธิษา ไม่ผ่านการตรวจร่างกายโดยให้มีผลย้อนหลังไปจนถึงวันที่ออกคำสั่ง ให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ดำเนินการคืนสิทธิในฐานะผู้สมัครสอบที่สอบผ่านข้อเขียน สมรรถภาพและผ่านการตรวจร่างกายแล้วให้นายดำรงศักดิ์ ทดสอบความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สอบสัมภาษณ์) ตามที่ประกาศรับสมัครฯ ลงวันที่ 2 เม.ย.และหลักเกณฑ์ที่กฎหมายหรือระเบียบในเรื่องดังกล่าวกำหนดและประกาศผลสอบ เฉพาะส่วนของนายดำรงศักดิ์ต่อไปภายใน 60วัน นับจากวันที่คดีถึงที่สุด

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากนายดำรงศักดิ์ได้สอบผ่านข้อเขียนเพื่อบรรจุเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจประจำปี 2555 สายป้องกันและปราบปราม (บช.น.5) ได้ผ่านการทดสอบความเหมาะสมกับตำแหน่งภาคทดสอบสมรรถภาพร่างกายแล้ว แต่เมื่อเข้าตรวจร่างกายกลับ ได้รับแจ้งผลวินิจฉัยว่ามีรอยสักที่ขัดต่อหลักเกณฑ์การบรรจุเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ จึงมีหนังสือขอให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ทบทวนการตรวจร่างกายใหม่ แต่กลับมีการยืนยันผลการวินิจฉัยเดิม และมีผลไม่ผ่านการตรวจร่างกาย นายดำรงศักดิ์จึงฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อให้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้เพิกถอน ผลการประกาศผลการคัดเลือกและให้ผู้ฟ้องคดีผ่านการตรวจร่างกาย

ทั้งนี้ ศาลปกครองสูงสุดให้เหตุผลในคำพิพากษาดังกล่าวว่า มาตรา 48 ของ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ที่บัญญัติลักษณะต้องห้ามตาม (13) ไม่เป็นผู้มีแผลเป็น ปาน รอยสัก หูด หรือซีสต์ที่ส่วนต่างๆของร่างกาย มีขนาดใหญ่หรือมากจนแลดูน่าเกลียด แต่การที่นายดำรงศักดิ์ มีรอยสักบริเวณกลางหลังใต้ลำคอนั้น ศาลเห็นว่าเป็นรอยที่เกิดจากการลบรอยสัก มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก เป็นรอยในร่มผ้า ไม่เป็นที่เปิดเผย เมื่อสวมเครื่องแบบปฏิบัติหน้าที่แล้วจะไม่สามารถมองเห็นได้ และที่สำคัญรอยสักของนายดำรงศักดิ์ ไม่เป็นอุปสรรคขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ นายดำรงศักดิ์จึงไม่มีลักษณะต้องห้าม ในการสอบแข่งขันเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจแต่อย่างใด ดังนั้น การที่ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 มีมติให้นายดำรงศักดิ์ เป็นผู้ไม่ผ่านการตรวจร่างกายเพราะรอยสักกลางหลังที่ลบไม่หมด จึงเป็นการใช้ดุลพินิจที่ไม่ชอบ

ด้านนายสมชาย งามวงศ์ชน ตุลาการศาลปกครองสูงสุดในฐานะโฆษกศาลปกครอง กล่าวถึงคำพิพากษาคดีดังกล่าวว่า คงไม่ใช่ใช้เป็นบรรทัดฐานกับคนที่มีรอยสักแบบต่าง ๆที่จะสมัครเข้ารับราชการตำรวจ ที่ผ่านมามีการฟ้องคดี ศาลก็ไม่ได้เพิกถอน แต่คดีนี้ศาลใช้หลักพิจารณาว่า รอยสักของผู้ฟ้องคดีมีขนาดใหญ่จนดูน่าเกลียดหรือไม่ และเห็นว่า รอยสักผู้ฟ้องคดีอยู่ในร่มผ้า และเป็นรอยที่มีลักษณะลบแล้ว ไม่ใช่จุดที่ทำให้น่าเกลียด ที่สำคัญไม่เป็นอุปสรรคขัดขวางต่อการปฏิบัติหน้าที่จึงมีคำพิพากษาให้เพิกถอน ดังนั้น ถ้าผู้ที่สมัครเข้ารับราชการตำรวจมีรอยสัก ก็ยังเป็นดุลพินิจของตำรวจที่จะต้องพิจารณาเป็นกรณีไป

ศาล ปค.สูงสุดวินิจฉัย สั่ง ผบช.ภ.3 คืนสิทธิการเป็นผู้สมัครนายสิบ ตร. หลังวินิจฉัยรอยสักที่เจ้าตัวมีอยู่ในร่มผ้า ขนาดไม่น่าเกลียด ไม่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ ... 7 ก.ย. 2559 03:31 ไทยรัฐ