วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กต๊อก' หวั่นสังคมไม่เข้าใจผลสอบอดีตที่ดิน ลั่นไม่เคยป้องคนผิด

“บิ๊กต๊อก” หวั่นสังคมไม่เข้าใจผลสอบอดีตเจ้าพนักงาน ที่ดิน จ.พังงา ที่ผูกคอตายในห้องขังดีเอสไอ ระบุ ไม่เคยปกป้องคนผิด อยากให้รู้ผลเร็วเห็นใจคนตาย ไม่ขอพูดโต้ “หมอเหรียญทอง” อีกยุติแล้ว เป็นเรื่องของดีเอสไอ ถ้าเสียหายก็ว่ากันไป

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 6 ก.ย. ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในส่วนของกระทรวงยุติธรรม กรณีการเสียชีวิตของนายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพังงา สาขาท้ายเมือง ผู้ต้องหาใช้ถุงเท้าผูกคอเสียชีวิตที่อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่าเรื่องนี้ขอให้ไปสอบถามนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เพราะตนได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงไปดูแลเรื่องนี้ ซึ่งตนไม่ทราบว่ามีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว เพียงตนได้บอกเขาไปแล้วว่าควรใช้คนนอก ควรใช้อะไร ซึ่งก็เป็นนโยบายที่ตนมอบหมายไปแล้ว ตนคิดตามสังคมเพื่อให้สังคมเกิดความสบายใจ หากมีอะไรอีกก็ขอให้เสนอมายังตน ซึ่งตนจะสั่งให้ทั้งนั้น ทั้งนี้ ตนก็คิดมาตลอดว่ามันครอบคลุมหรือยัง อย่างไรก็ตาม การตั้งคณะกรรมการดังกล่าว ก็อยากให้ครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้ดูด้วยว่าเขาพอใจหรือไม่ แต่ก็เป็นเรื่องภายในของกระทรวง ส่วนด้านกฎหมายทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ก็ว่ากันไป

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวถึงกรณีนายชัยณรงค์ อนุกูล น้องชายของผู้เสียชีวิต ต้องการให้มีนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจร่วมในคณะกรรมการชุดดังกล่าว ว่าได้หมด เพราะตนก็บอกไปแล้วว่าอยากให้ครอบครัวเขามีส่วนร่วม ดังนั้น ให้ไปบอกปลัดกระทรวงว่าเขาต้องการอย่างนี้ เพียงแต่ว่าหน่วยงานนั้นจะส่งใครมาเราก็ต้องไปขอเขา ตนทำทุกเรื่อง ไม่ต้องห่วง ซึ่งวันนี้มีคนห่วงตนเยอะ เขียนในคอลัมน์เยอะแยะ ซึ่งไม่ต้องห่วงตนหรอก เพราะได้สั่งการทั้งหมดไปตั้งแต่วันแรกแล้ว

"แต่ก็ต้องเข้าใจว่าผมเองเป็นคนที่ดูแลกระบวนการยุติธรรม ในเมื่ออะไรที่ยังไม่ได้ข้อยุติก็อย่าเพิ่งไปดำเนินการ ผมพูดในหลักการกระบวนการยุติธรรม บังเอิญเรื่องนี้มันก็มาเกิดในคนของผมพอดี ก็แยกแยะกันไม่ออกว่าผมออกมาพูดอะไร กลายเป็นว่าผมไปปกป้องลูกน้องที่กระทำผิดหรือเปล่า ซึ่งมันไม่ใช่ แต่ถ้าแยกออกก็จะเข้าใจว่าผมพูดในระบบกระบวนการยุติธรรมซึ่งต้องเข้าใจตรงนี้ และต้องเข้าใจว่าผมมันสองสถานะ คือในฐานะผู้บังคับบัญชา ผมก็สั่งให้ปลัดได้ดำเนินการแล้ว แต่ฐานะที่ดูแลกระบวนการยุติธรรมของรัฐบาลชุดนี้ ก็จะต้องสร้างความเข้าใจให้กับสังคมที่ถูกต้องว่าเราต้องรอการดำเนินการ ไม่ควรมีใครคนหนึ่งไปชี้นำ" พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

รมว.ยุติธรรม กล่าวต่อว่า แต่ถ้าใครผิดมันต้องลงโทษอยู่แล้ว ท่านก็รู้ว่าที่ผ่านมาตนไม่เคยปกป้องคนที่ผิด แต่เราต้องสร้างกระบวนการยุติธรรมให้เข้าใจ มันเป็นระบบกระบวนการยุติธรรม ต้องแยกตนออกจากสองระบบนี้ให้ได้ และก็คงไม่อยากพูดอะไรอีกแล้ว ส่วนกรณีของ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ นั้น เป็นเรื่องของทางกระทรวงระหว่างปลัดกับอธิบดีดีเอสไอ ถ้าเสียหายก็ให้เขาว่ากันไป ส่วนตนยุติแล้ว แต่ขอให้เข้าใจว่าตนอยู่ในสองสถานะ ซึ่งบางครั้งช่วงจังหวะเวลามันไม่ถูกก็ต้องว่ากันไป ทั้งนี้ ตนก็อยากให้ทุกอย่างเร็วเพราะเห็นใจผู้เสียชีวิต มันจะทำอย่างไรให้ออกมาไว ซึ่งตนก็คิดอยู่ทุกวัน และสังคมก็สามารถคิดได้ทั้งหมด ซึ่งมันก็เกิดความเสียหายต่อดีเอสไอ ที่จะต้องทำคดีในลักษณะนี้หลายคดี

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า ดังนั้น ต้องรอกระบวนการยุติธรรม เมื่อตำรวจเสนอไปอัยการ และไปที่ศาล ซึ่งศาลก็ต้องสั่งคดีว่าเสียชีวิตด้วยการฆาตกรรมหรือทำร้ายตัวเอง ถ้าเสียชีวิตด้วยการฆาตกรรมก็ต้องกลับมาสอบว่าใครเป็นคนทำ ซึ่งก็เป็นขั้นๆไป แต่ในกระทรวงแม้จะเสียชีวิตด้วยอะไรก็ตาม คนที่ทำไม่ถูกหรือประมาทเลินเล่อให้เกิดเหตุแบบนี้มันก็ต้องผิดทางวินัยอยู่แล้ว แต่จะมากหรือน้อยก็ว่ากันไป สมมติว่าผู้ต้องหาทำร้ายตัวเอง คนที่ดูแลคดีนี้ก็ต้องมีความผิดทางวินัย ซึ่งเขาก็สอบกันอยู่แล้ว ทั้งนี้ กรณีที่ดีเอสไอมีการตั้งคณะกรรมการสอบภายในของดีเอสไอเองนั้น ตนก็ทราบผลสอบเบื้องต้น เพียงแต่มันไม่มีผลทางคดี เป็นการตรวจสอบภายใน และก็ไม่ได้เป็นเครื่องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของดีเอสไอเองในเรื่องนี้ เพราะพูดไปมันก็ไม่ใช่ จึงให้รอบุคคลนอกหรือญาติเขามาดู ส่วนจะ 100 เปอร์เซ็นต์หรือไม่นั้น ตนก็ยังหนักใจอยู่เหมือนกัน ไม่ได้หนักใจว่าคนของเราผิดหรือไม่ผิด แต่หนักใจที่ว่าสังคมจะเข้าใจอย่างไร

ด้าน นายชาญเชาวน์ กล่าวว่า ในวันนี้ตนได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงหาสาเหตุการเสียชีวิตของนายธวัชชัยแล้ว โดยให้นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เป็นประธาน และมีนายวัลลภ นาคบัว ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม เป็นกรรมการ นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากแพทย์ 3 สถาบัน คือโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และโรงพยาบาลศิริราช มาร่วมเป็นกรรมการด้วย โดยคณะกรรมการชุดนี้จะมีหน้าที่หาสาเหตุและดูว่ามีเจ้าหน้าที่เข้ามารับผิดชอบหรือไม่ พร้อมทั้งขอให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน

นายชาญเชาวน์ กล่าวต่อว่า ต้องขอย้ำว่า คณะกรรมการชุดนี้เป็นคณะกรรมการในเชิงบริหารของกระทรวงยุติธรรมที่เป็นระบบราชการทั่วไป ส่วนที่สำคัญที่สุดตามกฎหมายคือพนักงานสอบสวนของ สน.ทุ่งสองห้อง จะเป็นเจ้าของสำนวน และรวบรวมพยานหลักฐานทั่วไป เพื่อจะพนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้มีการไต่สวนการตาย ก็คือว่าผู้เสียชีวิตเสียชีวิตเพราะสาเหตุอะไร จากนั้น เมื่อศาลมีคำสั่งแล้วก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะใช้ดุลพินิจของตัวเองและตั้งสำนวนสอบสวนขึ้นมาใหม่อีกขั้นตอนหนึ่ง ซึ่งขั้นตอนนี้จึงจะเป็นขั้นตอนของการหาผู้รับผิด ว่าเราทราบแล้วว่าผู้เสียชีวิต เสียชีวิตด้วยสาเหตุอะไร และใครเป็นผู้ทำผิด ซึ่งเป็นขั้นตอนต่อไป ดังนั้น ช่วงเวลานี้เป็นขั้นตอนของพนักงานสอบสวน ซึ่งต้องรอคำสั่งศาลว่าจะมีคำสั่งว่าผู้เสียชีวิต เสียชีวิตด้วยสาเหตุอะไร ซึ่งในการไต่สวนก็จะต้องมีพยานหลักฐานของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นของดีเอสไอ แพทย์ หรือโรงพยาบาลต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง ให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน

นายชาญเชาวน์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของกระทรวง ตนก็จะต้องดำเนินการตามหน้าที่ โดยให้คณะกรรมการได้ใช้ดุลพินิจและดำเนินการไปภายใน 15 วัน เพื่อให้ได้สาเหตุเบื้องต้น เมื่อคณะกรรมการตรวจสอบเสร็จแล้วก็จะดำเนินการ 2 ประเด็น คือ 1.หากพบว่ามีมูลว่าเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดก็ต้องดำเนินการทางวินัยต่อไป และ 2.หากเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทางอาญา ทางกระทรวงก็ต้องไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนต่อไป ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เราจะต้องดำเนินการในช่วงนี้ และขอให้เวลากับคณะกรรมการในการตรวจสอบก่อน ส่วนการผ่าชันสูตรพลิกศพในครั้งที่ 2 หรือ 3 ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของทั้งพนักงานสอบสวน ญาติ และพนักงานสอบสวน

ผู้สื่อข่าวถึงนายชัยณรงค์ อนุกูล น้องชายของผู้เสียชีวิต ต้องการให้มีนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจร่วมในคณะกรรมการชุดดังกล่าว นายชาญเชาวน์ กล่าวว่า ทางของกระทรวงคงพอแล้วกับทั้ง 3 สถาบัน ส่วนที่นายชัยณรงค์ต้องการนั้น ทางนิติเวช รพ.ตำรวจ เป็นเจ้าหน้าที่ที่เขาต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว ก็คงจะต้องไปรวมอยู่ในสำนวนของ สน.ทุ่งสองห้อง อยู่แล้ว ทั้งนี้ ในส่วนของการตรวจสอบของดีเอสไอนั้น ตนยังไม่ได้รับรายงาน ซึ่งคงอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบ อีกทั้ง แล้วแต่ว่าคณะกรรมการของกระทรวงจะขอข้อมูลดังกล่าวหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงยุติธรรม ประกอบด้วย นายวิศิษฎ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน นายวัลลภ นาคบัว ผอ.สำนักกิจการยุติธรรม รศ.พล.อ.ต.นพ.วิชาญ เปี้ยวนิ่ม หัวหน้าหน่วยนิติเวช โรงพยาบาลรามาธิบดี รศ.นพ.วิสูตร ฟองศิริไพบูลย์ คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช ผศ.นพ.อุดมศักดิ์ หุ่นวิจิตร แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลจุฬาฯ ส่วนนายอุทัย ชาญ นายพิสุทธิ เกื้อฉิม น.ส.พรภัทรา ตันตยานนท์ เป็นนิติกรชำนาญการกระทรวง.

“บิ๊กต๊อก” หวั่นสังคมไม่เข้าใจผลสอบอดีตเจ้าพนักงาน ที่ดิน จ.พังงา ที่ผูกคอตายในห้องขังดีเอสไอ ระบุ ไม่เคยปกป้องคนผิด อยากให้รู้ผลเร็วเห็นใจคนตาย ไม่ขอพูดโต้ “หมอเหรียญทอง”อีกยุติแล้ว เป็นเรื่องของดีเอสไอ ถ้าเสียหายก็ว่ากันไป 6 ก.ย. 2559 19:15 ไทยรัฐ