วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สืบจากศพ ‘ตับแตก’เกิดจาก..ปริมาณเลือดออกในช่องท้อง กุญแจไขปริศนาการตาย

เลือดออกในช่องท้อง ตับแตกจากการถูกของแข็งไม่มีคมกระแทก ร่วมกับขาดอากาศหายใจ

นี่คือ...สาเหตุการเสียชีวิต ที่ระบุในหนังสือรับรองการตาย ของ นายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าพนักงานที่ดินหลายจังหวัด ภูเก็ต และพังงา ผู้ต้องหาในคดีสำคัญที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทย ซึ่งถูกพบในสภาพผูกคอเสียชีวิตภายในห้องขัง ของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ

จนนำไปสู่การตั้งข้อสังเกต และเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขรม ลั่นท้องทุ่ง!

...และนำไปสู่ การที่ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ต้องสอบทานไปยังผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ มาร่วมไขรหัสปริศนา ที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกต...ตับแตก หากไม่เกิดจากถูกทำร้าย สามารถเกิดจากอะไรได้บ้าง? เลือดออกในช่องท้องปริมาณเท่าใด จึงจะนำไปสู่การเสียชีวิตได้? ถูกจับผูกคอตาย กับ ผูกคอตายด้วยตัวเอง แตกต่างกันอย่างไร สามารถตรวจสอบได้หรือไม่? ในวันนี้  

โดย 2 ผู้เชี่ยวชาญ ที่ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ เชิญมาประกอบด้วย 1. ผศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี ผู้เชี่ยวชาญนิติเวชศาสตร์ และ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มศว และ 2. นพ.สุรณรงค์ ศรีสุวรรณ รองโฆษกสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โดยท่านหลังนี้ มีประสบการณ์ในการผ่าชันสูตรศพ ในคดีดังๆ มาแล้วมากมาย

เอาล่ะไม่ให้เสียเวลา แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ ไปฟังทัศนะจาก ผศ.นพ.วีระศักดิ์ เป็นท่านแรก กันเลย   

ประเด็นแรก เลือดออกในช่องท้อง เกิดจากอะไร?

คุณหมอวีระศักดิ์ เริ่มต้นการสนทนา ว่า ขออธิบายแบบนี้ครับ... อวัยวะภายในช่องท้องของมนุษย์ จะมี ตับ ม้าม และไต

ถ้ากรณีที่ถูกทำร้ายร่างกายจากทางด้านหน้า โอกาสที่อวัยวะจะได้รับความเสียหาย หรือมีการฉีกขาด หรือเป็นแผล จนทำให้เลือดออกได้มากที่สุด คือ ม้าม เพราะม้ามเป็นอวัยวะที่มีเนื้อเยื่อนุ่ม และมีองค์ประกอบของน้ำเยอะ

ส่วน ตับ อยู่บริเวณใต้ชายโครงด้านขวา แต่จะแข็งกว่า ม้าม ฉะนั้น โอกาสที่จะถูกทำร้ายร่างกาย หรือชกจนตับฉีกขาด ต้องใช้แรงมากกว่า อีกทั้ง ตำแหน่งของ ตับ ส่วนหนึ่งจะถูกครอบคลุมด้วย ชายโครง ด้วยเหตุนี้ เวลาที่มีอะไรมากระแทก ก็จะมีชายโครงมารองรับไว้ส่วนหนึ่ง ฉะนั้น อะไรก็ตามที่ทำให้ ตับแตก ได้ จะต้องเป็นการกระแทกที่รุนแรงมาก!

แต่หากเป็นการถูกทำร้ายจากทางด้านหลัง บริเวณต่ำกว่าชายโครงลงมา อวัยวะที่จะเสียหาย หรือฉีกขาดสูงสุด คือ ไต เพราะว่าโดยตำแหน่งของ ไต จะอยู่ค่อนไปทางด้านหลัง

ถ้าเป็นการทำร้ายร่างกายโดยใช้อวัยวะของมนุษย์ สามารถทำให้อวัยวะภายในฉีกขาดจนเสียชีวิต ได้หรือไม่?

คำตอบคือ ได้… ยิ่งหากเป็นคนปกติที่ไม่มีกล้ามเนื้อหน้าท้องเหมือนนักมวย เวลาที่ถูกชกหรือเตะแรงๆ เข้าที่บริเวณท้อง มีโอกาสสูงที่จะทำให้ ม้าม ฉีกขาดได้

ตับ หรือ ม้ามฉีกขาด จะใช้ระยะเวลาเท่าไร ? ถึงจะเสียชีวิต...

ตับ หรือ ม้าม ไม่ใช่อวัยวะที่ฉีกขาดแล้วจะทำให้เสียชีวิตได้ทันที เหมือน หัวใจ และ สมอง ต่สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิดการเสียชีวิต คือ เกิดจาก...เสียเลือดมาก เพราะเลือดจะออกมาเรื่อยๆ จากบริเวณที่ฉีกขาด

ส่วนจะใช้เวลาเท่าไร...ถึงจะเสียชีวิต?

ก็ต้องขึ้นอยู่กับบาดแผลว่า ใหญ่ หรือ เล็ก…

พราะเลือดจะไหลไปรวมกันอยู่ในช่องท้อง ซึ่งโดยปกติก็อยู่ที่ การสูญเสียเลือดปริมาณ 500-800 cc ขึ้นไป ที่มักจะทำให้เกิดอาการช็อกและเสียชีวิตในที่สุด

ส่วนระยะเวลา ถ้าบาดแผลใหญ่ก็ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หากกรณีเป็นบาดแผลเล็ก บางเคสอาจใช้เวลามากถึง 48 ชั่วโมง ก็เคยมีมาแล้ว เช่น เคสหนึ่งที่เคยประสบมา ถูกชกเข้าที่บริเวณท้อง ทำให้ม้ามเกิดฉีกขาดแต่ไม่รุนแรง ไม่ปรากฏร่องรอยบาดเจ็บภายนอก แต่พอเวลาผ่านไป 2 วัน ผู้ตายเกิดมีอาการปวดท้อง ท้องบวมอืด ตัวซีด และเสียชีวิตในที่สุด เมื่อผ่าศพชันสูตรจึงพบว่ามีเลือดออกบริเวณช่องท้องมากถึง 600-700 ซีซี ก็เคยพบมาแล้ว

วิธีการสังเกตว่า คนๆ นั้นได้รับบาดเจ็บจนอวัยวะภายในฉีกขาด เป็นอันตรายจนถึงชีวิต

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า อวัยวะภายในช่องท้อง...ไม่มีเส้นประสาทรับความรู้สึก!

ยกตัวอย่างเช่น เวลาที่ถูกมีดแทงบริเวณท้อง จนไปถูกบริเวณตับหรือม้าม ถามว่า...ที่เราเจ็บ เราเจ็บที่ไหน? คำตอบก็คือ ผิวหนัง เพราะมีเส้นประสาทรองรับ แต่… ตับ หรือ ม้าม จะไม่เกิดความรู้สึกใดๆ

หรือในกรณีที่ถูกชกบริเวณท้อง แม้อาจมีอาการเจ็บบริเวณหน้าท้อง แต่จะไม่สามารถตอบได้เลยว่า มีอาการตับ หรือ ม้าม ฉีกขาดหรือไม่... เพราะบาดแผลที่ถูกชกบริเวณท้องจะไม่ฟกช้ำในทันที แต่จะมีลักษณะแดงๆ เหมือนโดนกระแทกมา ต้องใช้ระยะเวลาอีก 1- 2 วัน ถึงจะมีรอยช้ำและมีรอยเขียว เว้นแต่... ในกรณีที่ ม้าม หรือ ตับ เกิดฉีกขาดอย่างรุนแรง จะสังเกตเห็นได้ว่าบริเวณท้องจะอืดขึ้นทันที

ฉะนั้นแล้ว เมื่อใดก็ตามที่ถูกทำร้ายร่างกายบริเวณท้อง ควรจะต้องแจ้งให้หมอที่ทำการรักษาทราบ เพื่อจะได้ทำการเอกซเรย์ ตรวจว่าอวัยวะภายในได้รับความเสียหายจนเกิดรอยฉีกขาดหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต

มือ หรือ เท้า ที่จะทำให้เกิดบาดแผลภายในช่องท้องได้มากกว่ากัน?

ขึ้นอยู่กับทักษะของผู้ประทุษร้าย และร่างกายของผู้ถูกกระทำ เช่น หากผู้ถูกทำร้ายร่างกายผอมแห้ง แม้จะถูกชกแบบไม่แรงมาก ม้าม ก็อาจจะแตกได้ แต่ถ้าเป็นคนที่มีกล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งแรง เช่น พวกนักมวย การชกด้วยแรงเท่ากันกับกรณีแรก ก็อาจจะไม่ทำให้เกิดอันตรายกับอวัยวะภายใน แต่ถ้าเปลี่ยนพวกนักมวย หรือผู้มีทักษะด้านการต่อสู้ไปชกคนทั่วๆ ไป โอกาสที่จะทำอวัยวะภายในเสียหายก็มีโอกาสสูง และแน่นอน แรงส่งจากเท้า ย่อมสร้างความเสียหายได้มากกว่า แรงจากมือ

ฆาตกรรมอำพราง กระทืบท้องแล้วจัดฉากว่าเป็นการฆ่าตัวตาย เคยพบหรือไม่?

ไม่บ่อย... แต่ส่วนตัว เคยพบ...!

ซึ่งการจะคลี่คลายปมปริศนาในเรื่องนี้ได้ มันขึ้นอยู่กับว่า พฤติการณ์การตาย คืออะไร?

ยกตัวอย่าง เช่น... มีบุคคลคนหนึ่งถูกทำร้ายร่างกาย แล้วไปผูกคอตายหลังถูกทำร้าย คำถามคือ จริงๆ แล้วในกรณีแบบนี้พฤติการณ์การตายคืออะไร?

จะเป็นอุบัติเหตุ หรือ ฆ่าตัวตาย หรือ ฆาตกรรม?

หากการผ่าชันสูตรศพ พบว่า ถูกทำร้ายร่างกายจนอวัยวะภายในเกิดฉีกขาด มีเลือดออกในช่องท้องจำนวนมากถึง 500-800 CC แบบนี้ สาเหตุการตาย ก็คือ การถูกทำร้ายร่างกาย เพราะจะเป็นไปได้อย่างไร ที่คนถูกทำร้ายร่างกายขนาดนั้น จะมีแรงไปแขวนคอตาย ซึ่งบาดแผลและปริมาณเลือด ยังสามารถบอกได้อีกว่าใช้เวลานานแค่ไหน? ผู้ตายจึงเสียชีวิต

แต่หากผ่าชันสูตรแล้ว พบว่า มีเลือดออกในช่องท้องเพียงเล็กน้อย ก็แปลว่า เหตุการตาย คือ การแขวนคอ ไม่ใช่ถูกทำร้ายร่างกาย เมื่อเป็นแบบนี้ ลำดับต่อไปในการตรวจพิสูจน์คือ การแขวนคอ เป็นการถูกจับแขวน หรือแขวนด้วยตนเอง ซึ่งก็ต้องไปพิสูจน์ในเรื่องลักษณะของบาดแผล การแขวนคอ ต่อไป...

วิธีการสังเกตการแขวนคอ แบบใดเป็น ฆาตกรรม หรือ ฆ่าตัวตาย

ง่ายๆ เลย ลักษณะของการแขวนคอตายด้วยตัวเอง ส่วนใหญ่ มักจะเป็นการไปแขวนไว้บนที่สูง เช่น ขื่อ หรือ คาน บ้าน ซึ่งแน่นอนการกระทำเช่นนั้นได้ ผู้ตายต้องมีสติในระหว่างที่จะลงมือ

เพราะถ้าไม่มีสติ จะไปทำแบบนั้นได้อย่างไร จริงไหม?....

แต่หากเป็นตรงกันข้าม ผู้ตายไม่มีสติ ในระหว่างการถูกแขวนคอ ก็ต้องไปตรวจสอบภายในร่างกายผู้ตายดูว่า มีสารพิษ หรือมีการบริโภคยาบางชนิด จนทำให้หมดสติหรือไม่?

รวมถึงตรวจสอบการบาดเจ็บตามร่างกายของผู้ตาย เช่น มีการฟกช้ำของสมอง การบาดเจ็บฟกช้ำที่ศีรษะ ลำคอ หรือบาดแผลอื่นๆ ที่อาจส่งผลให้ผู้ตายหมดสติ หรือไม่? 

ซึ่งถ้าไม่พบ... โอกาสที่จะทำให้ผู้ตายถูกฆาตกรรมอำพรางด้วยวิธีการแบบนี้ เป็นไปได้น้อยมาก

นิติวิทยาศาสตร์ VS ตำรวจ

สนทนามาถึงตรงนี้ .... ผศ.นพ.วีระศักดิ์ เริ่มมีน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น โดยกล่าวว่า... ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า

ในบ้านเรา ผู้ที่ทำหน้าที่สรุปพฤติการณ์การตายตามกฎหมาย คือ พนักงานสอบสวน ไม่ใช่ แพทย์ผู้ทำการชันสูตร

ด้วยเหตุนี้ จึงไม่แปลกที่ แพทย์ผู้ทำการชันสูตร จะทำเพียงเขียนระบุถึงสาเหตุการเสียชีวิตเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากต่างประเทศ ที่ทุกฝ่ายจะต้องส่งข้อมูลทุกอย่างมาให้แพทย์ผู้ทำการชันสูตร สรุปพฤติการณ์การตาย ว่า เป็นเหตุฆาตกรรม ฆ่าตัวตาย หรือ อุบัติเหตุ

ที่ผ่านมา..ในประเทศเรา แม้แพทย์ผู้ทำการชันสูตรจะส่งข้อสังเกตกลับไปยังพนักงานสอบสวน เพื่อให้ช่วยสืบหาข้อมูลในบางคดีมาให้เพิ่มเติม ส่วนใหญ่มักไม่ค่อยได้รับการตอบสนอง ซึ่งในจุดนี้หากเกิดความเปลี่ยนแปลง หรือมีข้อกำหนดที่ชัดเจนว่า พนักงานสอบสวนต้องให้ความร่วมมือในการหาข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติม มิเช่นนั้นจะมีความผิด ก็จะช่วยให้กระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยเกิดการพัฒนาในอนาคตต่อไป

....หากมันเป็นไปได้ 

ผศ.นพ.วีระศักดิ์ ทิ้งท้ายให้ ทีมข่าวฯ ได้คิดต่อ....

คีย์สำคัญ... สำหรับไขปริศนาการตายในกรณีนี้ คิดว่าเป็นอะไร?

ผศ.นพ.วีระศักดิ์ ตอบทีมข่าวอย่างมั่นใจในประเด็นนี้ ว่า

1. ปริมาณเลือดที่ออกในช่องท้อง มีปริมาณเท่าไร

2. สาเหตุใดที่ทำให้อวัยวะภายในผู้ตายฉีกขาด

ตับแตกเกิดจากปั๊มหัวใจผิดจังหวะ เป็นไปได้หรือไม่?

ผู้เชี่ยวชาญนิติเวชศาสตร์ ครุ่นคิดไปสักครู่ ...ก่อนตอบว่า

มีโอกาสเป็นไปได้... เพราะซี่โครงคลุมตับเอาไว้ส่วนหนึ่ง

แต่ที่อยากตั้งข้อสังเกตคือ?

ตับอยู่ด้านขวา หัวใจอยู่ด้านซ้าย แล้วตำแหน่งของหัวใจก็อยู่ที่บริเวณอก ในขณะที่ ตับอยู่บริเวณใต้ชายโครงด้านขวา ที่อยู่ต่ำลงไป หากการปั๊มหัวใจเป็นสาเหตุจริง เหตุใดจึงต้องลงไปปั๊มหัวใจที่บริเวณท้องกันล่ะ? 

กำลังสนุกเลย!

ทีนี้ แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ ลองไปฟังความเห็นของ นพ.สุรณรงค์ ศรีสุวรรณ รองโฆษกสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กันบ้างดีกว่า...

"ตามหลักการแล้ว ส่วนตัวเชื่อมั่นว่าผู้ที่ทำการผ่าชันสูตรศพในคดีนี้ น่าจะรู้ และสามารถให้ความเห็นถึงสาเหตุการตายในคดีนี้ได้อย่างชัดแจ้ง! ว่าเป็นการกระทำด้วยตัวเอง หรือถูกกระทำ!"

เริ่มต้นอย่างร้อนแรง สมดังรอคอย!

ยังไม่ทันที่ทีมข่าวฯ จะตั้งคำถาม รองโฆษกสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ก็ยิงบทเริ่มต้นการสนทนา เอาไว้อย่างน่าสนใจ!   

แต่อย่างไรก็ดี... อยากให้ทุกฝ่ายรอผลสรุป จากรายงานการชันสูตรศพ ที่จะมีรายละเอียด และผลสรุปถึงพฤติการณ์การตายก่อน เพราะปัจจุบัน ข้อมูลที่มีการถกเถียงอย่างกว้างขวางในสังคมเวลานี้ มาจาก หนังสือรับรองการตาย ที่นำไปใช้สำหรับออกใบมรณบัตรให้กับญาติของผู้ตายเท่านั้น ซึ่งถือเป็นเพียงบันไดก่อนขั้นสุดท้าย เท่านั้น! 

และตามมาตรฐานสากล การเขียนหนังสือรับรองการตาย จะระบุถึงสาเหตุและพฤติการณ์ด้วย หากว่าสามารถระบุถึงพฤติการณ์ได้ ก็จะดี ในแง่การวางแผนด้านปัญหาสาธารณสุข ทั้งนี้ เป็นไปตาม International Classification of Disease and Related Health Problems 10th Revision หรือ ICD-10 ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติสากล

ในขณะที่ ผลสรุปจากรายงานการชันสูตรศพ จะมีรายละเอียด และผลสรุปถึงพฤติการณ์การตายครบถ้วน ทั้งนี้ เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150

การเขียนระบุ เลือดออกในช่องท้อง ตับแตกจากการถูกของแข็งไม่มีคมกระแทก ร่วมกับขาดอากาศหายใจ แปลว่า?

หากเป็นส่วนตัวผม หรือในวงการแพทย์ส่วนใหญ่ เวลาเขียนมักจะเขียนสาเหตุการตายที่คิดว่าเป็น "เหตุหลักก่อน" โดยหากมีคำว่า "และ" แปลว่า อีกสาเหตุยังตัดประเด็นไม่ได้ และคิดว่าน่าจะเป็นอีกสาเหตุที่ควบคู่ "แต่ก็เป็นเพียงสาเหตุที่รองกว่าเท่านั้น" ซึ่งก็มีความเป็นไปได้มากว่า ในช่วงที่ผ่าอาจจะไปพบเห็นอะไรเข้า จึงได้ระบุถึงสาเหตุหลักเอาไว้ก่อน สาเหตุรอง หากคิดเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าน่าจะเกินครึ่ง ที่น่าจะเสียชีวิตเพราะสาเหตุหลักที่ระบุเอาไว้

ลำดับขั้นตอนการผ่าชันสูตรศพ

การผ่าชันสูตรศพ จะเริ่มตั้งแต่การผ่าทั้งหัวกะโหลก ลำคอ ทรวงอก ช่องท้อง แต่หากเป็นกรณีการตายในเรือนจำ อาจจะต้องมีการกรีดข้อมือ ข้อเท้า ต้นคอด้านหลัง แม้กระทั่ง ก้น หรือ น่อง เพื่อหาร่องรอยการกระทำ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนการพิสูจน์พื้นฐาน

โดยหากเป็นกรณีพบว่า "ตับแตก" จนทำให้เกิดเลือดออกภายในช่องท้องแล้วเสียชีวิต ปริมาณเลือดกับบาดแผลต้องสัมพันธ์กัน ซึ่งแพทย์จะต้องมีการตรวจสอบปริมาณและขนาด โดยการชั่งตวงวัดที่ชัดเจน เพื่อตรวจดูว่า การฉีกขาดเป็นแบบใด แตกแค่ไหน 3 ซม. 5 ซม. ปริ หรือแตกภายใน

สาเหตุที่ทำให้ ตับแตก นอกจากถูกทำร้ายร่างกาย เกิดจากอะไรได้บ้าง?

1. "โรค" เช่น คนท้อง แล้วมีเลือดออกในตับ หรือ โรคมะเร็ง เกิดจากก้อนมะเร็งแตก ทำให้เลือดออกและเกิดการเสียเลือด

2. "อุบัติเหตุ" จากการถูกกระแทก โดยเฉพาะในกลุ่มของผู้ป่วยที่เป็น โรคเลือดบางประเภท ที่ทำให้ตับและม้ามมีขนาดโตมากกว่าปกติ หรือการติดเชื้อไวรัสบางชนิดซึ่งทำให้ตับมีขนาดโต ที่อาจจะไปเกิดอุบัติเหตุหกล้ม จนทำให้ตับแตกได้ ที่พบบ่อยคือ อุบัติเหตุทางจราจรแล้วทำให้ตับแตก

3. "ทำตัวเอง" จนเป็นแผลฉีกขาด เช่น เอาปืนยิง หรือเอามีดคว้านท้อง

โดยปกติ แพทย์ผู้ทำการผ่าพิสูจน์ที่มีความเชี่ยวชาญส่วนใหญ่ มักจะสามารถแยกได้ว่า เกิดจาก "ถูกกระทำ" หรือ "กระทำด้วยตัวเอง" ซึ่งจากประสบการณ์ส่วนตัว พบว่าจุดที่สามารถสังเกต และแบ่งแยกในประเด็นนี้ได้ น่าจะอยู่ที่ รอยบาดแผลของผู้ตาย

การผูกคอตาย ผูกให้ กับ ผูกเอง ต่างกันอย่างไร?

ข้อสังเกตง่ายๆ ถ้ามีการบาดเจ็บ ชอกช้ำ ของอวัยวะที่ลำคอ เช่น โคนลิ้น ปลายลิ้น หลอดเลือด กล่องเสียง หลอดลม กระดูกคอ กล้ามเนื้อต้นคอ ส่วนใหญ่มักจะมีผู้อื่นกระทำให้!

เพราะ…การฆ่าตัวตาย บุคคลนั้นมักกระทำด้วยความเต็มใจ! มนุษย์เราทุกคนไม่มีใคร...อยากเจ็บปวด ทรมาน ก่อนตายทั้งนั้น

และเอากันจริงๆ การผูกคอตาย เกิดจากกลไกที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ได้ จึงทำให้หมดสติและเสียชีวิตตามมา แรงกระทำที่ลำคอไม่ได้มากมายอะไรเลย เพราะแรงจะเท่ากับน้ำหนักของหัวของผู้ตายเท่านั้น คิดง่ายๆ ก็ประมาณ 5-6 กิโลกรัมเท่านั้น

ซึ่งจะแตกต่างจาก "การถูกกระทำ" เพราะผู้ที่กระทำ จะไม่สนใจว่าผู้ตายจะบาดเจ็บ หรือมีบาดแผลหรือไม่... เพราะต้องการเอาให้ถึงตาย แรงที่จะบีบกดผู้ตาย ก็จะทำอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ แน่นอน… ฝ่ายที่ต้องการเอาชีวิตรอด ก็จะต้องมีการต่อสู้ ฉะนั้น จุดที่สามารถสังเกตได้อีกจุดก็คือ โคนลิ้นของผู้ตายจะช้ำ แล้วหากถามว่า โคนลิ้นช้ำ เพราะอะไร? คำตอบก็คือ...ผู้ตายขัดขืน ลิ้นมันก็เลยกัด หรือหากบางรายถูกเอาผ้ายัดปาก ยัดจมูก โคนลิ้นมันก็เกิดการช้ำได้เช่นกัน

ใช้มือบีบคอ กับ การใช้เชือกรัดคอ แตกต่างกันอย่างไร?

การใช้มือหรือแขนล็อกคอ จะทำให้เกิดการบาดเจ็บตามร่างกายมากกว่า การใช้เชือกรัดคอ ซึ่งโดยปกติแพทย์ที่เชี่ยวชาญ จะสามารถแยกได้ แต่มันก็คงต้องขึ้นอยู่กับว่า ในแต่ละกรณีได้มีการใช้หลักวิชาการอย่างครบถ้วนกระบวนความในการตรวจสอบหรือไม่ เพื่อให้สามารถวินิจฉัยได้ตรงประเด็นและชัดเจนยิ่งขึ้น

จุดพิสูจน์ มีการใช้ถุงเท้าผูกคอจนเสียชีวิต

จากประสบการณ์ส่วนตัวยังไม่เคยพบในกรณีนี้

แต่หากถามว่า ใช้ถุงเท้าผูกคอ สามารถทำได้หรือไม่ คำตอบคือ สามารถทำได้ โดยจุดที่สังเกตน่าจะดูที่รอยของแผล รูปร่างของแผล เปรียบเทียบกับขนาดของถุงเท้าที่เวลายืดเต็มที่ มันตอบโจทย์หรือไม่...

อย่างไรก็ดี หากแพทย์ผู้ทำการผ่าพิสูจน์ไม่ได้หลักฐาน คือ ถุงเท้าที่บอกว่าใช้ผูกคอตาย มาใช้ประกอบในช่วงของการผ่าพิสูจน์ตั้งแต่แรก เพื่อนำไปใช้ทาบกับรอยบาดแผล ก็คงเป็นเรื่องยากที่บอกได้ว่า มันคือ อาวุธที่ใช้ปลิดชีพผู้ตายหรือไม่...

เพราะในประเด็นนี้ แพทย์ผู้ทำการผ่าพิสูจน์ต้องพิจารณาทั้งในประเด็น ความยาวของการผูก ความกว้างของวัตถุที่ผูก มีลักษณะเป็นเส้น หรือ ขนานไปเลย หรือมีรอยหยึกๆ หยักๆ หรือหายไปช่วงๆ ซึ่งตรงนี้จะสามารถอธิบายถึงวัสดุที่นำมาผูกได้

ถามว่า...เพราะอะไรจึงเป็นเรื่องยากในการพิสูจน์ หากไม่มีวัสดุที่ใช้ผูกคอ มาเทียบกับร่องรอยบนร่างกายผู้ตายตั้งแต่แรก คำตอบคือ แพทย์ที่ทำการชันสูตรจะดูแบบไม่มีคำถาม… ซึ่งการดูแบบไม่มีคำถาม หมายถึงอะไร ก็หมายถึง คำถามมันปรากฏขึ้นต่อหน้าแล้ว แต่คุณยังเก็บคำถามนั้นไม่ได้เลย!

พูดง่ายๆ ให้เข้าใจก็คือ การผ่าชันสูตรศพ มันก็เหมือนการปรุงอาหาร องค์ประกอบทุกอย่างมันต้องมีครบ และต้องกระทำไปพร้อมๆ กัน ขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไป อาหารมันก็ปรุงไม่สำเร็จนั่นเอง

เตือน ยึดหลักสากล จะตั้งประเด็น "ฆ่าตัวตาย" ต้องพิสูจน์ให้ได้ก่อน ไม่มีคนอื่นใดเข้าไปเกี่ยวข้องแล้ว 

รองโฆษกสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวทิ้งท้าย กับทีมข่าวฯ​ ว่า การตายภายใต้การควบคุมของเจ้าพนักงานรัฐ

"ไม่สมควรอย่างยิ่ง ที่จะเอาการฆ่าตัวตายมาตั้งเป็นประเด็นหลัก"

เพราะตามหลักสากลโลก ในกรณีที่จะมีตั้งประเด็นว่าเป็นการฆ่าตัวตาย คุณจะต้องตัดประเด็นอื่นๆ ที่น่าจะเป็นสาเหตุการตายไปจนหมดสิ้นทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์เสียก่อน

คนไทยเราควรเลิกเสียทีว่า หากมีใครไปตั้งประเด็นเรื่องการตายในกรณีนี้ เป็นการกล่าวหา ใส่ร้าย "เจ้าหน้าที่รัฐ" เพราะยิ่งมีการตั้งประเด็นมากเท่าไร แล้วเจ้าหน้าที่รัฐสามารถหาหลักฐานมาชี้แจงได้ ที่สุดแล้ว สังคมก็จะได้เกิดความกระจ่างเองว่า

มันคือ "เหตุฆ่าตัวตาย" จริงๆ

แต่หากกลับกัน หากมีการไปตั้งประเด็นตั้งแต่แรกว่า "เป็นการฆ่าตัวตาย" เสียแล้ว ทุกอย่าง ย่อมสามารถเกิดขึ้นได้ และทุกอย่างในการสืบสวนจะมุ่งไปทางนั้นเสียทั้งหมด ซึ่งในต่างประเทศไม่ทำกัน 

ทั้งนี้ ตามหลักการขององค์การสากลระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง องค์การสหประชาชาติ จะบอกว่าเป็นการฆ่าตัวตายได้ เจ้าพนักงานต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า "ไม่มีคนอื่นใดเข้าไปเกี่ยวข้องแล้วจริงๆ"

"ผมบอกได้เลยว่า หากไปตั้งว่าเป็นการฆ่าตัวตาย ทุกอย่างในโลกนี้ สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งหมด เพราะเท่าที่ประสบการณ์ได้พบเจอมา มีการฆ่าตัวตายแบบพิสดารชนิดคาดไม่ถึงมาแล้วในหลายกรณี

ยกตัวอย่าง มีเคสหนึ่งที่ประสบมา ผู้ตายเป็นพนักงานโรงงานแห่งหนึ่ง ใช้เชือกคล้องคอแล้วนำไปผูกเข้ากับเครนยกน้ำหนักสูงในโรงงาน จากนั้น ได้ลากเครื่องบังคับออกมา ก่อนกดให้เครนดังกล่าวยกขึ้นประมาณ 4 เมตร กระทั่งหมดสติจนเครื่องบังคับหล่นลงมาสู่พื้น ในขณะที่ร่างห้อยต่องเต่งอยู่กับเครนจนเสียชีวิต ซึ่งในครั้งนั้นเมื่อตัดประเด็นอื่นๆ ที่น่าจะเป็นการฆาตกรรมทิ้งไปได้ทั้งหมดแล้ว ผลการพิสูจน์จึงทำให้รู้ได้อย่างกระจ่างชัดว่า มันคือการ "ฆ่าตัวตาย" ในที่สุด" นพ.สุรณรงค์ ทิ้งท้ายเอาไว้อย่างน่าสนใจ 

  • สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่ 

reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

พล.ต.ต.เจริญ ยันสน.ทุ่งสองห้องยังไม่ได้ภาพวงจรปิด คดี ‘ธวัชชัย’ จากDSI

รีบคลี่ปม ‘แคลงใจ’ ดีเอสไอ ระดมหมอผ่าอีกหน

ยังคาใจ! รอยรัดลำคอ อดีตที่ดิน

น้องชาย 'ธวัชชัย' ให้ปากคำเพิ่มเติม รับติดใจปมถุงเท้าผูกคอดับ

‘อธิบดีดีเอสไอ’ พร้อมให้ ตร.สอบปากคำ ปม ‘ธวัชชัย’ ผูกคอดับ

เล็งคนดีเอสไอ ฆาตกรรม อดีตที่ดินฯ

พงส.ดีเอสไอให้การ ตร. ยัน'ธวัชชัย' ไม่มีอาการป่วย-จับโดยละม่อม

เลือดออกในช่องท้อง ตับแตกจากการถูกของแข็งไม่มีคมกระแทก ร่วมกับขาดอากาศหายใจ นี่คือ...สาเหตุการเสียชีวิต ที่ระบุในหนังสือรับรองการตาย ของ นายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าพนักงานที่ดินหลายจังหวัด ภูเก็ต และพังงา 6 ก.ย. 2559 17:03 7 ก.ย. 2559 14:23 ไทยรัฐ