วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไฉนเขื่อนภูมิพล...น้ำน้อย

โดย สะ-เล-เต

แม้ปีนี้ฝนจะดี แต่ในบรรดา 4 เขื่อนหลักที่หล่อเลี้ยงเจ้าพระยา มีเพียงเขื่อนสิริกิติ์, แควน้อยบำรุงแดน และป่าสักชลสิทธิ์ ที่วันนี้สามารถเก็บน้ำไว้ใช้การได้รวมกัน 43% ...แต่เขื่อนภูมิพลกลับมีน้ำน้อยมาก มีน้ำใช้การได้แค่ 10%

ยิ่งเอามาตรฐานการบริหารจัดการน้ำที่บอกว่า ลุ่มน้ำไหนมีอ่างฯ เก็บกักน้ำได้เกินกว่า 60% ของปริมาณน้ำท่า ลุ่มน้ำนั้นจะไม่มีปัญหาท่วมแล้งเลย...ยิ่งสับสนกันไปใหญ่

เพราะลุ่มน้ำปิงมีน้ำท่าเฉลี่ยปีละ 11,187 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะเขื่อนภูมิพลกั้นลุ่มน้ำปิงแห่งเดียว เก็บกักน้ำได้สูงสุด 13,462 ล้าน ลบ.ม. หรือ 120% ของปริมาณน้ำท่า สูงกว่ามาตรฐาน 2 เท่าตัว

แต่ทำไมเขื่อนภูมิพลถึงยังมีปัญหาภัยแล้งอยู่อีก แตกต่างจากเขื่อนสิริกิติ์โดยสิ้นเชิง ตอนนี้เก็บน้ำไว้ใช้การได้ 46% ...ทั้งที่ตั้งอยู่ในภาคเหนือเหมือนกัน

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น...พื้นที่เขื่อนภูมิพลอยู่ในเขตเงาฝน หรือฝนน้อย เพราะมีเทือกเขาสูงกั้นพรมแดนระหว่างไทย-พม่า เป็นแนวกั้นมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เมฆฝนที่พัดมาจากมหาสมุทรอินเดีย เจอแนวเขาลูกนี้เข้าไป เมฆจะยกตัวขึ้นสูง ครั้นจะคล้อยต่ำลงมาเพื่อเป็นฝน แต่เทือกเขาด้านนี้เป็นป่าโปร่ง มีหินมากกว่าดิน การสะสมความร้อนมีมาก อากาศร้อนดันให้เมฆยกตัวสูง ลอยไปตกในพื้นที่อื่นแทน

ต่างจากเขื่อนสิริกิติ์ สภาพพื้นที่เป็นป่าทึบมากกว่า ภูเขามีดินมากกว่าหิน อุณหภูมิเลยเย็นกว่า แถมตั้งอยู่ในเส้นทางที่พายุพัดตรง พัดเฉียดทุกปี...ทั้งที่มีศักยภาพเก็บกักน้ำได้ 60% ของน้ำท่า จึงมีน้ำให้เก็บมากกว่า

ด้วยเหตุผลนี้คนรุ่นก่อนถึงออกแบบให้เขื่อนภูมิพลกักเก็บน้ำได้มากเป็นพิเศษ มากกว่าน้ำท่า เพราะรู้อยู่แล้วจะมีปัญหาน้ำไม่พอ ออกแบบให้เก็บได้มากไว้ก่อน และการกักเก็บน้ำในเขื่อนต้องใช้เวลาหลายปีถึงจะเต็มเขื่อน

แต่บังเอิญประเทศไทยโชคร้าย ได้เด็กเลี้ยงปลาขายเสือโคร่งมาดูแลบริหารจัดการน้ำ ไม่เข้าใจในเรื่องนี้ ปี 2554 เกิดน้ำท่วมใหญ่ ปีถัดมาเลยสั่งระบายน้ำเขื่อนภูมิพลทิ้ง

โดยไม่รู้ว่ากว่าจะได้น้ำมากขนาดนั้นต้องใช้เวลานานแค่ไหน... วันนี้เลยต้องมาก้มหน้าก้มตานับหนึ่งเก็บน้ำกันใหม่ เพราะคนไม่รู้เรื่องนี่แหละ.

สะ–เล–เต

6 ก.ย. 2559 13:09 6 ก.ย. 2559 13:11 ไทยรัฐ