วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พิสูจน์กระบวนการยุติธรรม

พิสูจน์กระบวนการยุติธรรม

โดย สายล่อฟ้า
7 ก.ย. 2559 05:01 น.
  • Share:

เป็นความจริงที่ต้องทำให้กระจ่างชัดอย่าใช้วาทกรรมจนกลายเป็นปัญหาขึ้นมา กรณีการเสียชีวิตของนายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าหน้าที่ที่ดินจังหวัดพังงา ซึ่งถูกจับกุมกรณีออกเอกสารสิทธิ ที่ดินผิดกฎหมายมูลค่านับหมื่นล้าน

“ปริศนา” ที่เกิดขึ้นก็เพราะการเสียชีวิตครั้งนี้ในสถานคุมขังของดีเอสไอ เบื้องต้นมีการระบุว่าเป็นการฆ่าตัวตายด้วยการใช้ถุงเท้าผูกคอตายเอง หากพิสูจน์ทราบว่าเป็นเช่นนั้นก็ไม่มีปัญหา แต่ปรากฏว่าจากผลชันสูตรจากแพทย์ออกมาแบบหนึ่ง

คือสิ้นลมเพราะ “ตับแตก” จนเสียชีวิตเนื่องจากถูกแรงกระแทกที่ร่างกายบริเวณตับ ที่เป็นเช่นนี้ได้สันนิษฐานทำนองว่า เพราะการปั๊มหัวใจ

จนกลายเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา

แน่นอนว่าเรื่องนี้คงไม่ใช่จะชี้ชัดไปทางหนึ่งได้ก็ต้องใช้การตรวจสอบทางการแพทย์ที่จะพิสูจน์ความจริงว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไรกันแน่

“ฆ่าตัวตาย” หรือ “ฆาตกรรม”

ยิ่งการเสียชีวิตในที่คุมขังของดีเอสไอ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ควบคุมดูแลอยู่นั้น มองในแง่หนึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะยุ่งยากในการตรวจสอบข้อเท็จจริง อีกแง่หนึ่งหากเป็นฆาตกรรมจริงก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะพิสูจน์ได้

รูปการณ์ที่เกิดขึ้นจึงหาความกระจ่างได้ไม่ยาก

ย้อนกลับไปพิจารณาว่าการออกโฉนดที่ดินหลายแปลงมูลค่ามหาศาล เพราะเป็นผืนดินที่มีมูลค่าสูงการออกใบอนุญาตจึงไม่ใช่กระทำกันได้ง่ายๆ และความรับผิดชอบที่เกิดขึ้นนี้คงไม่ใช่ผู้ตายคนเดียวจะกระทำได้

ต้องมีคนที่เหนือกว่าจะสั่งการหรือร่วมมือด้วยอย่างแน่นอน

ที่ว่าอย่างนี้ต้องมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงร่วมกระทำผิดด้วย เพราะเป็นเรื่องใหญ่และมีผลประโยชน์มหาศาลเป็นเดิมพัน

อีกทั้งต้องมีนายทุนที่เข้าซื้อที่ดินเหล่านี้หลายคนเข้ามาเกี่ยวข้องจากมือ 1 มือ 2 หรือมือ 3 ที่อาศัยช่องทางจากการทุจริตของเจ้าหน้าที่

ถ้าสืบสาวราวเรื่องให้ลึกลงไปก็พอจะเห็นภาพได้ว่าใครเป็นใคร กันบ้าง ในขบวนการเหล่านี้นอกจากการคลี่คลายคดีเสียชีวิตให้ปรากฏความจริงแล้ว

การตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการควบคู่กันไปด้วย เพราะหากมีการฆาตกรรมจริงๆ ก็จะต้องเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่และนายทุนที่ดินอย่างไม่ต้องสงสัย

เอาเป็นว่าหากนายธวัชชัยไม่เสียชีวิตไปเสียก่อนการดำเนินคดีก็จะต้องมีการสอบสาวราวเรื่องไปถึงผู้เกี่ยวข้อง...ทีนี้แหละเดือดร้อนกันระนาวเลย

การ “ฆ่าตัดตอน” จึงเป็นขั้นตอนหนึ่งที่จะปิดเรื่องให้จบลงตรงนี้ได้ทางหนึ่ง

หลังจากเรื่องนี้อึกทึกครึกโครมขึ้นท่ามกลางความสงสัยของสังคม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ในฐานะรัฐมนตรียุติธรรม ซึ่งรับผิดชอบดีเอสไอโดยตรงจึงสั่งการให้มีการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาด้วยใช้ผลทางการแพทย์พิสูจน์ด้านหนึ่ง

และอีกทางหนึ่งก็ต้องสอบสวนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดีความอย่างโปร่งใสด้วยการให้ตำรวจและหน่วยงานซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับดีเอสไอโดยตรง

เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

ที่สำคัญก็คือ ดีเอสไอที่มิอาจแยกส่วนได้ เพราะผู้ต้องหาอยู่ในความรับผิดชอบและพื้นที่ที่เสียชีวิตของหน่วยงานโดยตรง

ความจริงเท่านั้นที่จะทำให้เกิดความกระจ่างเมื่อผลออกมาอย่างไรก็ว่ากันไปตามนั้น หากว่าเป็นการ “ฆาตกรรม” ก็ต้องสาวต่อไปให้ได้ว่าใครอยู่เบื้องหลังหรือผู้บงการที่แท้จริง

และยังพิสูจน์กระบวนการยุติธรรมในยุคสมัยนี้ด้วย.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้