วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โต้เดือดห้อยโหน! วันชัยลั่นขอเลียคนดี วิษณุเบรกไล่ปธ.กกต.

“คู่หู สปท.” โต้เดือดครหาสอพลอขอตำแหน่งคสช. “เสรี” สวนชง มท.จัดเลือกตั้งสร้างต้นแบบเลือกตั้งเที่ยงธรรม ไม่ได้หวังห้อยโหน 6 ก.ย. ส่งเข้าที่ประชุม สปท.รับฟังเสียงคัดค้าน “วันชัย” ควันออกหูลั่นยอมเลียคนดี ไม่สนคนเลว ไล่นักการเมืองชั่วถอยไป “วิทยา” รับชงยัดใส่ ก.ม.ลูกเปลี่ยนมือเจ้าภาพ เหตุเพราะ กกต.ไร้น้ำยาปราบซื้อเสียง “นิกร” ผวาแย้ง รธน.คสช.ยื่นมือกำกับ “วิษณุ” เคลียร์ตัดตอนอำนาจ กกต.เพื่อให้สมดุล ยันถ้า กกต.ยังมีส่วนจัดการไม่ถือว่าขัด รธน. “บุญยอด” ขย่มข้อเสนอออกทะเลจี้ทบทวน “สาธิต” ดักคอพรรคเฉพาะกิจรับอานิสงส์รีเซ็ตบัญชีสมาชิกพรรค “ณัฐวุฒิ” เหน็บแม่น้ำ 5 สายดิ้นตะกายแย่งเก้าอี้ “ศุภชัย” เสียงอ่อยครบเงื่อนไข 2 ปีถูกบีบคายเก้าอี้ “วิษณุ” แจงเปลี่ยนประธาน กกต.ไม่ขัดคำสั่ง คสช. แต่จังหวะเวลาต้องสมควร กกต.ดันกติกาโหดหิน 2 ชั้นตั้งพรรคยากขึ้น

หลังจากข้อเสนอของนายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และนายวันชัย สอนศิริ โฆษก กมธ.ขับเคลื่อนฯ ที่ให้กระทรวงมหาดไทยมาจัดการเลือกตั้งแทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถูกฝ่ายการเมืองรุมคัดค้านอย่างรุนแรงว่าเป็นข้อเสนอสอพลอคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และขัดต่อรัฐธรรมนูญ ล่าสุดนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุเป็นการตัดตอนเพื่อให้สมดุล และหาก กกต.ยังมีส่วนร่วมกับการจัดการเลือกตั้งก็ไม่ถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ

คู่หู สปท.โต้ครหาห้อยโหน คสช.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 ก.ย. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มีนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท.ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อชี้แจงภาพรวมการทำงานของ สปท.ที่เหลือเวลาการทำงานอีก 7-8 เดือน โดยนายวันชัย สอนศิริ กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. กล่าวตอนหนึ่งว่า กรณีที่ตนและนายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานสปท.การเมือง ถูกโจมตีเรื่องการเสนอร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส. ที่ให้กระทรวงมหาดไทยจัดการเลือกตั้งแทน กกต. และให้ คสช.ควบคุมจัดการเลือกตั้งปี 2560 เป็นการเสนอที่สอพลอ และเป็นไอ้ห้อยไอ้โหนนั้น ข้อเสนอดังกล่าวผ่านการพิจารณาของที่ประชุม สปท.การเมืองแล้ว จะนำเข้าสู่ที่ประชุมสปท.เร็วๆนี้ เป้าหมายสำคัญเพราะที่ผ่านมาบ้านเมืองมีปัญหาการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม นำมาซึ่งความแตกแยก จึงต้องทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์เที่ยงธรรม สอดคล้องกับเนื้อหารัฐธรรมนูญ จึงมีข้อเสนอให้ คสช.ช่วยสนับสนุนการทำงานของ กกต. เพื่อให้การเลือกตั้งปี 2560 เป็นต้นแบบการเลือกตั้งที่เที่ยงธรรม คสช.มีกำลังตำรวจ ทหาร ข้าราชการในมือ ถ้าเข้าไปช่วยเสริมสนับสนุนงาน กกต.จะเป็นเรื่องดี แต่ไม่ใช่มาควบคุมการเลือกตั้ง ส่วนข้อเสนอให้กระทรวงมหาดไทยจัดการเลือกตั้งนั้น เป็นข้อเสนอของนายวิทยา แก้วภราดัย สปท. อดีต ส.ส.หลายสมัย สมาชิกก็เห็นด้วย ไม่ได้ห้อยโหน คสช. แต่ต้องการให้งานออกมาดี

อ้าง กกต.ไม่มีปัญญาปราบซื้อเสียง

นายวิทยา แก้วภราดัย สปท.การเมือง กล่าวว่า เป็นคนเสนอให้กระทรวงมหาดไทยจัดการเลือกตั้งแทน กกต. และให้ คสช.ช่วยควบคุมการเลือกตั้ง ทั้ง 2 เรื่องนี้ ตนเสนอมาตั้งแต่แรกแล้ว เพราะเห็นว่า กกต.มีภารกิจมากเกินไป 10 กว่าปีที่ผ่านมา กกต.ไม่สามารถปราบการซื้อเสียงได้ กมธ.จึงเสนอแบ่งเบาภาระ กกต. โดยให้กระทรวงมหาดไทยไปทำงานแทน และให้การเลือกตั้ง ส.ส.เป็นวาระแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทยวันนี้แตกต่างจากเมื่อ 30 ปีที่แล้วอย่างมหาศาล หน่วยงานในกระทรวงถูกกระจายออกไปหมด คนเป็น ผวจ.จะสั่งใครแทบไม่ได้แล้ว ข้อเสนอเหล่านี้เป็นแค่ตุ๊กตาตัวอย่างเท่านั้น ที่ผ่านมา สปท.การเมืองเสนอให้ปรับปรุง กกต.มาตลอด แต่ไม่ผ่านการพิจารณาจาก กรธ. จึงไม่มีทางอื่นต้องมาล็อกในกฎหมายลูก

“เสรี” อัดพวกปากกล้ารอหมดอนาคต

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน สปท.การเมือง กล่าวว่า ยืนยันว่าข้อเสนอของ สปท.การเมืองผ่านการประชุมของ กมธ.อย่างเป็นขั้นตอนมาตลอดทุกคนเห็นด้วยจึงจัดทำเป็นรายงาน ทุกเรื่องทำเป็นมติ ส่วนประเด็นที่เป็นปัญหานั้น กมธ.จะนำเข้าสู่ที่ประชุม สปท.การเมืองวันที่ 6 ก.ย. เพื่อรับฟังเสียงคัดค้านจากภายนอกให้สบายใจ การจะวิพากษ์วิจารณ์ต้องพูดด้วยเหตุผล แต่ยืนยันว่าไม่ได้เขียนมาเพื่อเอาใจ คสช. เพราะ คสช.ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งด้วย การที่นักการเมืองใช้ถ้อยคำรุนแรงถึงพวกตนนั้น เป็นเพียงแค่การพูดเพื่อสร้างความสนใจเท่านั้น แต่เนื้อหาที่ สปท.การเมืองเสนอ ไม่ได้ทำอย่างที่นักการเมืองเก่าๆพูด และเป็นแนวทางที่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทย นักการเมืองที่ดูหมิ่นคนอื่นเหล่านี้ ในอนาคตหากการปฏิรูปลุล่วง เชื่อว่าประชาชนไม่เอาแน่

“นิกร” ไม่เล่นด้วยห่วงขัด รธน.

ด้านนายนิกร จำนง สปท.การเมือง กล่าวว่า การให้กระทรวงมหาดไทยไปจัดการเลือกตั้งแทน กกต.นั้น ทำไม่ได้ เพราะร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้ กกต.เป็นฝ่ายจัดการเลือกตั้งอยู่แล้ว และตามมาตรา 265 ยังให้ คสช.คงอำนาจเดิมจนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่ ถ้ามีปัญหาเรื่องการเลือกตั้ง คสช.เข้าไปดูแลได้อยู่แล้ว แต่ข้อเสนอของ สปท.การเมือง เท่ากับว่าไปชี้ให้ คสช.มากำกับการเลือกตั้งเอง เรื่องเหล่านี้ควรนำไปพูดกันเองใน กมธ. แต่เมื่อมีการออกมาพูดเช่นนี้ก็ต้องพูดบ้าง บางครั้งน้อยใจเหมือนกัน เพราะ กมธ.ทุกคนโดนถล่มกันหมด เหมือนเป็นหัวหลักหัวตอ

“วันชัย” ไล่นักการเมืองชั่วถอยไป

ช่วงบ่าย นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท.กล่าวตอบโต้ กรณีพรรคการเมืองรุมค้านข้อเสนอให้กระทรวงมหาดไทย และ คสช.คุมการจัดการเลือกตั้งปี 2560 ว่า น้ำดีต้องออกมาสนับสนุน ไม่ควรตอบโต้ ส่วนพวกค้านคงเป็นนักการเมืองที่เตรียมทุจริต ซื้อเสียง นักการเมืองชั่วควรถอยออกไป เดี๋ยวจะเจอมาตรการขั้นเด็ดขาด ไม่มีสิทธิลอยนวลได้เหมือนเก่าอีก นักการเมืองหน้าเก่าใช้วิธีเดิมๆ เลิกเล่นการเมืองไปได้แล้ว เริ่มตั้งแต่การเลือกตั้งปี 60 ไม่ควรมาลง เพราะกติกาที่เสนอไปเอาไว้สำหรับนักการเมืองน้ำดี ถ้าดึงดันลงสมัครก็ไม่ได้เกิด ส่วนคนที่กล่าวหาว่าเป็นไอ้ห้อยไอ้โหนนั้น ไม่จริง คนอย่างพวกตน ไม่ใช่พวกไอ้ห้อยไอ้โหนหรือปัญญาอ่อน

สวนเดือดยอมเลียคนดีไม่สนคนเลว

“วันนี้ผมรู้หมดในเนื้อหากฎหมายว่าอะไรเป็นอะไร เสนอแบบไหนได้รับคำชมหรือถูกถล่ม แต่ถ้าถูกด่าเละเทะแล้วบ้านเมืองดีขึ้นยอม ผมจะได้เป็น ส.ว.หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.จะเป็นนายกฯต่อหรือไม่ก็ไม่เกี่ยว ข้อเสนอผมไม่ได้เลียใครทั้งสิ้น แต่ถ้าจะเลีย ผมขอเลือกเลียคนดี แต่ถ้าเป็นนักการเมืองชั่วเลวๆ ต่อให้มีตำแหน่งใหญ่โตแค่ไหนผมก็ไม่เลีย” นายวันชัยกล่าว

มท.พร้อมหนุนจัดการเลือกตั้ง

ที่ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงข้อเสนอขอ สปท.การเมืองที่ให้กระทรวงมหาดไทยจัดการเลือกตั้งแทน กกต.ว่า ใครจะเสนออะไรว่าไป ถือเป็นความคิดเห็นของเขา แต่อยากให้ไปรอดูกฎหมายลูกเป็นหลักจะดีกว่าว่าจะเขียนออกมาอย่างไร จะให้ใครเป็นผู้ดำเนินการ แต่ไม่ว่าหน่วยงานไหนจะเป็นผู้จัดการเลือกตั้ง กระทรวงมหาดไทยพร้อมให้การสนับสนุนอยู่แล้ว เมื่อถามถึงศักยภาพและความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งของกระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า จะพร้อมหรือไม่ เมื่อถึงเวลาต้องดำเนินการก็ต้องพร้อม ยืนยันว่าไม่ว่าใครเป็นผู้จัดการเลือกตั้ง กระทรวงพร้อมให้การสนับสนุน

“วิษณุ” ชี้ถ้า กกต.ยังมีส่วนไม่ขัด รธน.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอของ สปท.ให้กระทรวงมหาดไทยจัดการเลือกตั้งแทน กกต.ว่า ไม่ขอวิจารณ์อะไร ใครอยากเสนออะไรก็เสนอมา กรธ.ฟังอยู่ ส่วนที่อ้างรัฐธรรมนูญว่า กกต.มีอำนาจจัดการเลือกตั้งนั้นก็จริง แต่คำว่าจัดเลือกตั้งและควบคุมการเลือกตั้งในที่นี้หมายความว่าอย่างไร ขนาดไหน ต้องไปขยายความในกฎหมายลูก ไม่ใช่เรื่องใหม่ ก่อนหน้านี้เคยคิดกันมา 3 รูปแบบคือ 1.ให้ กกต.เป็นคนจัดอำนวยการตั้งแต่ต้นจนจบ 2.ให้ กกต.เป็นคนจัดวางระเบียบ แจกใบเหลือง ใบแดง ส่วนเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติให้ใช้เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร ไม่จำเป็นต้องเป็นมหาดไทย หลายประเทศใช้วิธีนี้ และ 3.ระบบที่ไม่มี กกต.เข้ามาจัดการ ให้ฝ่ายบริหารจัดการเหมือนก่อนปี 40 แต่อาจไม่เป็นที่นิยมจะเป็นที่ครหาได้ ข้อเสนอวันนี้คือให้ กกต.เป็นผู้วางระเบียบอย่างเดียว ส่วนระดับปฏิบัติให้กระทรวงมหาดไทยดูแล แต่ที่ผ่านมาประเทศไทยให้ กกต.เป็นทั้งผู้วางระเบียบและผู้ปฏิบัติ วันนี้ที่จะตัดตอนเพราะต้องการให้เกิดความสมดุลเท่านั้น ส่วนจะจบอย่างไรไม่ทราบ และไม่ว่าจะอย่างไร ถ้า กกต.ยังมีส่วนในการจัดการเลือกตั้งก็ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

ก.ม.ลูกออกเซ็ตซีโร่จัดระเบียบ กกต.

นายวิษณุกล่าวอีกว่า ส่วนข้อเสนอให้ยกเลิก กกต.จังหวัด เรื่องนี้ไม่มีในรัฐธรรมนูญ แต่กฎหมายลูกจะเขียนอย่างไรก็ได้ ร่างรัฐธรรมนูญสมัยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธาน กมธ.ยกร่างฯระบุชัดเจนไม่ให้มี กกต.จังหวัด เพราะไม่เชื่อถือระบบ กกต.จังหวัด แต่อาจให้มีอย่างอื่นแทนได้ คือตั้งทีมขึ้นมาสำหรับการเลือกตั้งแต่ละครั้งเพื่อสกรีนคนได้ และเมื่อร่างกฎหมายลูกเกี่ยวกับ กกต.ใหม่ โครงสร้างเดิมของ กกต.จังหวัดจะเป็นศูนย์ กล่าวคือเซ็ตซีโร่วิธีบริหารงานของ กกต. แต่ไม่มี กกต.ไม่ได้ เซ็ตซีโร่โดยมี กกต.แต่เปลี่ยนคนได้ เซ็ตซีโร่ กกต.โดยใช้คนเดิม แต่เปลี่ยนวิธีทำงานได้ กกต.เป็นหน่วยงานต้องจัดระเบียบมากที่สุด เพราะเพิ่มจาก 5 คน เป็น 7 คน เพราะงานมีมาก แต่ปัญหาคือเมื่อนำคนมาเพิ่มวาระจะไม่เท่ากับ กกต.เดิม เมื่อถามว่าสรุปแนวโน้มต้องยกเลิก กกต.ที่มีอยู่ แล้วสรรหาใหม่หรือไม่ นายวิษณุตอบ ไม่มีแนว ไม่มีโน้ม สื่อถามตนก็ตอบ โอกาสแบบนี้เกิดได้กับทุกองค์กร ขึ้นอยู่ว่าจะเขียนกฎหมายลูกอย่างไร

ปธ.กกต.สวดพาถอยหลังเข้าคลอง

ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.กล่าวถึง ข้อเสนอของ สปท.การเมืองที่จะให้ยุบ กกต.จังหวัด และให้กระทรวงมหาดไทยจัดการเลือกตั้งว่า เป็นการถอยหลังเข้าคลอง เขาอุตส่าห์ให้ กกต.จัดการเลือกตั้งแล้ว ควรเดินหน้าต่อไป และ กกต.จังหวัดยังมีความจำเป็น เพราะการเลือกตั้งไม่ได้มีเฉพาะ ส.ส. และ ส.ว.เท่านั้น แต่ยังมีการเลือกตั้งท้องถิ่นตลอดทั้งปี แต่ถ้าที่สุดมีการยุบ กกต.จังหวัด กกต.กลางต้องหาวิธีการทำงานต่อไปให้ได้ เรามาอยู่ตรงนี้ต้องหาทาง ทำให้การเลือกตั้งออกมาสุจริตโปร่งใส

เผยโฉมร่าง ก.ม.พรรคการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม กกต.วันที่ 6 ก.ย.จะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง สาระสำคัญจะต่างจากฉบับปี 2550 คือขั้นตอนการตั้งพรรคการเมืองและการยุบพรรคจะยากขึ้น โดยการตั้งพรรค ให้ทำเป็น 2 ขั้นตอน คือ 1.ต้องมีคณะผู้ริเริ่ม 15 คนยื่นขอจัดตั้งพรรคก่อน จากนั้นให้ไปหาสมาชิกและตั้งสาขาทั้ง 4 ภาค ให้ครบ 5,000 คนภายใน 1 ปี แล้วจึงเรียกประชุมสมาชิกคัดเลือกหัวหน้าและคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) เมื่อครบแล้วจึงจดทะเบียนเป็นพรรคการเมือง และส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งได้ ส่วนการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง จะให้สาขาพรรคเป็นผู้เสนอรายชื่อสมาชิกในจังหวัดนั้น เป็นผู้สมควรได้รับการพิจารณาเป็นผู้สมัคร ส.ส.แบบเขตหรือแบบบัญชีรายชื่อ หากจังหวัดใดไม่มีสาขาพรรค ให้สมาชิกพรรค 200 คนขึ้นไปเป็นผู้เสนอ ถ้าพรรคไม่ทำตามก็ไม่มีสิทธิส่งผู้สมัครในเขตนั้น โดยจะกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลให้ไม่มีผลบังคับใช้ใน 2 ปีแรกหลังใช้กฎหมายนี้ ส่วนการคัดเลือกว่าที่นายกฯไม่เกิน 3 ชื่อ ต้องทำโดยที่ประชุมใหญ่ของพรรค

ไม่ส่งผู้สมัครโดนยุบพรรคทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนการสิ้นสภาพของพรรคการเมือง กำหนดว่าถ้าพรรคการเมืองไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส.ถือว่าให้สิ้นสภาพพรรคทันที จากเดิมกำหนดเพียงไม่ส่งคนลงสมัคร ส.ส. 2 ครั้งติดต่อกันหรือ 8 ปีติดต่อกัน ทั้งนี้การสั่งยุบพรรคโดยศาลรัฐธรรมนูญ อาจถูกสั่งเพิกถอนสิทธิทางการเมืองของหัวหน้าพรรค และ กก.บห.กรณีเดียวคือกระทำการล้มล้าง หรือกระทำการเป็นปฏิปักษ์ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ส่วนพรรคการ เมืองที่จดทะเบียนตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง 2550 ให้เป็นพรรคการเมืองต่อไป กรณีพรรคใดยังทำไม่ครบตามกฎหมายนี้ ให้ดำเนินการให้ครบถ้วนใน 1 ปี ไม่เช่นนั้นให้สิ้นสภาพ สำหรับนายทะเบียนพรรค การเมืองไม่จำเป็นต้องเป็นประธาน กกต.โดยตำแหน่ง แต่ให้โหวตเลือกจาก กกต. ขณะที่ กก.บห.อาจถูกนายทะเบียนพรรคการเมือง เสนอให้ กกต.สั่งให้พ้นตำแหน่งทั้งคณะและห้ามรับตำแหน่งในพรรคเป็นเวลา 5 ปี หาก 1.มี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.แล้วพรรคปล่อยให้ผู้สมัครหรือสมาชิกพรรคทำผิดรัฐธรรมนูญ กฎหมายเลือกตั้ง 2.ยอมให้คนที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคครอบงำ ชี้นำทั้งทางตรงหรืออ้อม 3.ไม่ส่งข้อมูลการวิเคราะห์นโยบายหาเสียงของพรรคต่อ กกต.

“บุญยอด” วอน “วันชัย” ทบทวน

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงกรณีนายวันชัย สอนศิริ สปท.ด้านการเมืองยืนยันที่จะเสนอให้กระทรวงมหาดไทยจัดการเลือกตั้ง ส.ส.และให้ คสช.เข้ามาร่วมควบคุมร่วมกับ กกต. ว่า ตนแปลกใจที่ระดับ สปท.และเคยเป็นทั้ง ส.ว. และ สสร.ปี 40 เสนอสิ่งที่สุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญที่เพิ่งผ่านการทำประชามติของประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งไม่ใช่แค่ถอยหลังเข้าคลองแต่กำลังออกทะเล เหตุใดจึงยังดึงดันหรือเพื่อต้องการตอบสนองความต้องการของใคร จึงควรทบทวนบทบาทของตัวเอง เพราะระบบเดิมที่ให้มหาดไทยจัดการเลือกตั้งมีจุดอ่อนมากกว่า กกต.จัด เนื่องจากใช้กลไกอำนาจรัฐเข้ามาแทรกแซงได้ หากยังยืนยันเสนอแนวคิดนี้ที่สุด จะไม่ต่างจากการทำประชามติที่ควบคุมกระบวนการต่างๆอย่างเข้มงวด จึงขอวิงวอนให้ทบทวนเรื่องนี้

“ชาญชัย” ฉะฉุด คสช.–ทหารเสื่อม

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การอ้างเหตุผลที่เป็น จุดอ่อน หลัง กกต.จัดการเลือกตั้งมา 4 ชุด โดยชงให้ คสช.เข้ามาควบคุมการเลือกตั้งร่วมกับ กกต.ทั้งที่คสช.มีอำนาจรัฎฐาธิปัตย์จะทำลาย คสช.ทางอ้อม ดึง คสช.ไปสู่ทางเสื่อม ทำให้สังคมไม่ไว้วางใจผลของการเลือกตั้ง และง่ายต่อการถูกนำไปบิดเบือนข้อเท็จจริง ทั้งยังเป็นการทำลายสถาบันทหาร นำทหารมายุ่งเกี่ยวกับการเมือง จะกระทบต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย กกต. กฎหมายการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ต้องบังคับใช้ในระยะยาว ไม่ใช่การออกกฎหมายชั่วคราวเพื่อประโยชน์เฉพาะหน้า ถ้าเห็นว่า กกต.บกพร่องจนถูกศาลสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะถึง 2 ครั้ง สร้างความเสียหายต่อรัฐ หรือไม่สามารถแก้ไขการซื้อสิทธิขายเสียง ควรกลับไปดูที่มาของคนใน กกต.ว่ามาจากหน่วยงานใด และมีพฤติกรรมอย่างไร ยังแก้ไขได้ โดยบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดยิ่งขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้สังคมเข้าร่วมตรวจสอบการทำงานของ กกต.ให้มากกว่าที่เป็นอยู่ ปรับปรุงพฤติกรรมของ กกต.และคนในองค์กร ต้องปัดกวาดบ้าน กกต.ให้สะอาดจากข้อครหา ไม่ใช่เสนอให้มีองค์กรอื่นเข้ามาควบคุมอีกชั้น ถ้ายังเป็นแดนสนธยา เชื่อว่ายากจะแก้ไข

รู้ทันพรรคเฉพาะกิจรับอานิสงส์รีเซ็ตฯ

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี สปท.การเมือง เสนอรีเซ็ตบัญชีสมาชิกพรรคการเมืองว่า เป็นปัญหาต่อพรรคการเมือง เพราะการให้เงินสนับสนุนจาก กกต.ขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกและสาขาพรรค การรีเซ็ตบัญชีสมาชิกพรรค แล้วให้สมาชิกมาแสดงตัวใหม่ก็มีปัญหาในทางปฏิบัติ เช่น ความยุ่งยากของคนอยู่ต่างจังหวัดต้องเสียค่าใช้จ่ายเดินทางมาแสดงตัวที่สาขาพรรค สำนักงานใหญ่พรรค เช่นเดียวกับกรณีให้สมาชิกพรรคต้องเสียเงินปีละ 200 บาทสนับสนุนพรรค ไม่ตอบโจทย์ว่าเป็นเจ้าของพรรคเสมอไป พรรคการเมืองไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะมีเงิน บุคลากร และอุดมการณ์เท่านั้น พรรค จะเป็นสถาบันต้องใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์ด้วย จึงไม่เห็นด้วยกับการรีเซ็ตสมาชิกพรรค เว้นแต่พรรคเฉพาะกิจที่จะได้ประโยชน์จากเรื่องนี้

หยันแม่น้ำ 5 สายตะกายแย่งเก้าอี้

ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ในที่สุดก็ได้เห็นว่าเรื่องใหญ่ที่สุดของแม่น้ำ 5 สายและองค์กรสนับสนุนเรือแป๊ะคือตำแหน่งและผลประโยชน์ทางการเมือง ทั้งแย่งเก้าอี้ประธาน กกต. ทั้งคณะตั้งแต่รับตำแหน่งยังไม่มีผลงานอะไรเป็นที่ยอมรับ แทนที่จะทบทวนบทบาทแล้วปรับปรุงให้ดีขึ้น กลับหักกันเรื่องตำแหน่ง ประชาชนเรียกร้องอะไรไม่เคยทำหนังสือถาม คสช. แต่ไปถามเรื่องเก้าอี้ นอกจากนี้ยังมีกรณียืนยันสิทธิที่จะเป็น ส.ว.ลากตั้งของ สปท. ทั้งที่แสดงสปิริตเว้นวรรคได้ โดยที่ตัวเองไปเสนอเซ็ตซีโร่ ตัดสิทธิคนอื่น และการเตรียมเพิ่มจำนวนกรรมาธิการของ สนช.เพื่อรองรับอีก 30 คนที่จะตั้งเข้าไปใหม่ ซึ่งต้องเพิ่มทั้งเจ้าหน้าที่และงบประมาณ ดังนั้นเรื่องแบบนี้ ไม่ต่างอะไรกับการกล่าวหานักการเมืองว่า เล่นเก้าอี้ดนตรี ต่างกันตรงที่คนเล่นดนตรีให้หยุด หรือไปต่อของนักการเมือง คือประชาชน แต่ของคนพวกนี้คือเผด็จการ

“ศุภชัย” รับโดนบี้ทิ้งเก้าอี้ ปธ.กกต.

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 12.10 น. ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าว 3 กกต.จี้ให้ลาออกจากตำแหน่งประธาน กกต.ว่า เป็นการคุยกันเป็นความลับ ตนในฐานะประธานประชุมไม่สามารถนำมาเปิดเผยได้ เรื่องว่ามีหนังสือหารือไปยัง คสช.ว่าลาออกได้หรือไม่ เป็นเรื่องของสำนักงานฯ ไม่ทราบว่าดำเนินการหรือยัง ส่วนตัวไม่ได้มีปัญหากับใคร และไม่ได้ทะเลาะเบาะแว้งกัน เป็นการพูดคุยกันเฉยๆ เมื่อถามว่าเคยมีการตกลงกันว่าจะเป็นประธาน กกต.เพียง 2 ปีจริงหรือไม่ นายศุภชัยกล่าวว่า ทำนองนั้น

เสียงอ่อยรับมีเงื่อนไขนั่งแค่ 2 ปี

เมื่อถามต่อว่า ตามข่าวระบุท่านได้เคยแสดงเจตนาจะลาออกจริงหรือไม่ นายศุภชัยกล่าวว่า ชีวิตตนไม่ได้ติดยึดกับอะไร มีหน้าที่ทำอะไรก็ทำให้ดีที่สุดเพื่อประโยชน์ของชาติ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจอะไร เพราะบ้านเมืองยังอยู่ในสภาพไม่สงบอยู่ ไม่อยากไปสร้างความวุ่นวายให้บ้านเมืองอีก เวลานี้ กกต.ยังมีภารกิจสำคัญ วันที่ 6 ก.ย. ต้องพิจารณาร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง จะพิจารณาทุกสัปดาห์ให้เสร็จทั้ง 4 ฉบับ เมื่อถามว่า ตีความคำสั่ง คสช.ที่ 40/2559 สั่งระงับการสรรหากรรมการองค์กรอิสระและให้คนเก่าอยู่ตำแหน่งต่อไปจนครบวาระอย่างไร นายศุภชัยกล่าวว่า ไม่ขอให้ความเห็น ถ้าพูดไปจะเท่ากับเข้าข้างตัวเอง เมื่อถามว่าจะรอหนังสือตอบกลับจาก คสช.ก่อนตัดสินใจหรือไม่ นายศุภชัยกล่าวว่า ไม่ทราบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนให้สัมภาษณ์ นายศุภชัยเดินทางไปรับเข็มวิทยฐานะ ในพิธีมอบเข็มกิตติคุณและประกาศนียบัตรของสถาบันพระปกเกล้า มี สื่อมวลชนไปรอทำข่าว ซึ่งนายศุภชัยมีสีหน้ายิ้มแย้ม ทักทายผู้สื่อข่าวอย่างเป็นกันเองพร้อมกับบอกว่า ไม่เครียด เคยบอกไว้แล้วว่าไม่ติดยึดกับอะไร

“วิษณุ” ยันเปลี่ยน ปธ.กกต.ไม่ขัดคำสั่ง คสช.

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่า กกต.บางคนเรียกร้องให้นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.ลาออกจากตำแหน่ง เพราะตกลงว่าจะอยู่ในตำแหน่ง 2 ปี จะขัดคำสั่ง คสช.ที่ให้งดการสรรหากรรมการองค์กรอิสระไว้ก่อนหรือไม่ว่า คำสั่งคสช.มุ่งไปที่การไม่ให้สรรหาตำแหน่งที่ว่างลงจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ขอบเขตการสรรหาคือกระบวนรับสมัคร การลงคะแนนในสภา กรณีของ กกต.ไม่ต้องหาคนเพิ่ม มีการหารืออย่างไม่เป็นทางการก่อนหน้านี้ว่าการสับเปลี่ยนตำแหน่งขัดต่อเจตนารมณ์ของคำสั่ง คสช.หรือไม่ ได้ให้คำตอบไปแล้ว 3 ข้อ 1.ไม่ขัดคำสั่ง คสช.เพราะไม่ได้สรรหาใหม่ แต่จะทำได้หรือไม่เป็นเรื่องภายในของเขา 2.จะมีปัญหาอยู่เล็กน้อยคือการเปลี่ยนใดๆ ที่ต้องนำความกราบ บังคมทูลฯ ต้องคิดกันหลายชั้น เพราะถือเป็นการเพิ่มพระราชภาระ หากไม่จำเป็นอย่าเพิ่งคิดอ่านอะไร เราต้องเตือนแบบนี้ไม่เช่นนั้นจะทำกันบ่อยในแต่ละองค์กร ขนาดรัฐบาลจะปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตำแหน่ง รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ยังต้องคิดกันดีๆ ว่าเมื่อใดถึงจะสมควร และ 3.หากมีข้อตกลงสับเปลี่ยนกันหากครบ 2 ปี ถือเป็นเรื่องภายใน กกต.ไม่ผูกมัดหรือเกี่ยวพันกับคนอื่นที่ต้องรับรู้

3 กกต.ชะงักรอดูท่าที “ศุภชัย”

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงาน กกต.ว่า กกต.ทั้ง 3 เสียง ยังติดตามท่าทีของนายศุภชัย ในส่วนของสำนักงานที่ได้รับมอบหมายให้ทำหนังสือถึง คสช.เพื่อสอบถามว่า หากจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวประธาน กกต.จะขัดคำสั่ง คสช.ที่ 40/2559 หรือไม่ ล่าสุดยังไม่มีการส่งหนังสือดังกล่าวออกจากสำนักงานฯท่าม กลางกระแสข่าวว่า กกต. 3 เสียงอาจให้ทบทวนการส่งหนังสือนี้ หลังนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯให้สัมภาษณ์เหมือนส่งสัญญาณมายัง กกต.ว่าการเปลี่ยนแปลงในช่วงนี้ อาจไม่เหมาะสม ช่วงเย็นวันที่ 5 ก.ย.ทั้ง 3 คนได้ร่วมกันหารือที่ห้อง กกต.คนหนึ่ง ขณะที่นายศุภชัยแม้จะเป็นเสียงเดียว แต่ยังไม่มีการตัดสินใจใดๆ

“บิ๊กตู่” โชว์วิสัยทัศน์เชื่อมจี 20 กับจี77

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ที่เดินทางไปร่วมประชุมผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ (จี 20) ที่นครหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 5 ก.ย. (ตามเวลาท้องถิ่น) พล.อ.ประยุทธ์ ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ การประสานนโยบายและแนวทางการพัฒนาใหม่ๆ เพื่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกตอนหนึ่งว่า ขอบคุณรัฐบาลจีนที่เชิญไทยในฐานะประธานกลุ่มจี 77 เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ สะท้อนบทบาทที่สร้างสรรค์ของจีนในการสร้างสะพานเชื่อมระหว่างจี 20 กับจี 77 สอดคล้องกับแนวนโยบายของไทย ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันมากขึ้น ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผนึกกำลังสร้างความร่วมมือรูปแบบใหม่เพื่อเป็น “ยานยนต์แห่งศตวรรษที่ 21” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกสู่แนวทางการพัฒนาใหม่ ต้องกล้าคิดนอกกรอบและก้าวข้ามเส้นแบ่งในรูปแบบเดิม เพื่อสร้างหุ้นส่วนระดับโลก ที่ไม่จำกัดรูปแบบของความร่วมมือ ตนสนับสนุนวาระการปฏิรูปของจี 20 ที่เน้นการเติบโตที่เข้มแข็งยั่งยืนและสมดุล ขอให้จี 20 เป็นผู้นำขับเคลื่อนยานยนต์ใหม่ที่จะนำพาโลกไปสู่แนวทางการพัฒนาใหม่อย่างยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังและแข็งแกร่งไปด้วยกัน

จับเข่าคุย ปธน. “สี จิ้นผิง”

พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 4 ก.ย. (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่โรงแรมเจ้อเจียงซีจื่อ นครหางโจว พล.อ.ประยุทธ์ ได้หารือทวิภาคีกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยนายสี จิ้นผิง ย้ำว่า จีนให้ความสำคัญอย่างสูงต่อการพัฒนาความสัมพันธ์กับไทย ผลักดันความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ ชื่นชมวิสัยทัศน์ของประธานาธิบดีจีนที่เชื่อมโยงระหว่างกลุ่มจี 20 กับกลุ่มจี 77 และขอบคุณชาวจีนที่เดินทางไปท่องเที่ยวเมืองไทยจำนวนมาก พร้อมย้ำว่าได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ของไทยดูแลชาวจีนเป็นอย่างดี สำหรับความร่วมมือด้านการขนส่งระบบรางไทย-จีน ประธานาธิบดีจีนพร้อมร่วมมือกับไทยต่อไป ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวต้องดำเนินการต่อ แต่ที่ล่าช้าเพราะติดขัดข้อกฎหมายบางประการ

หนุนจี 20 ลดช่องว่างเชื่อมโยงโลก

ต่อมาเวลา 14.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่ศูนย์การประชุมระหว่างประเทศนครหางโจว สาธารณรัฐ ประชาชนจีน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ในที่ประชุมผู้นำกลุ่มจี 20 เรื่องการพัฒนาที่มีความเชื่อมโยงและครอบคลุมตอนหนึ่งว่า ขอชื่นชมความพยายามของกลุ่มจี 20 ในการลดช่องว่างของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ผ่านการรับรองข้อริเริ่ม “พันธมิตรว่าด้วยความเชื่อมโยงทางโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก” ในปีนี้ และการจัดตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (AIIB) และข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีน พร้อมย้ำความสำคัญของการเชื่อมโยงระหว่างประชาชนโดยการส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ไปมาหาสู่เพื่อการท่องเที่ยว เชื่อมโยงเครือข่ายถนน รถไฟ ท่าเรือ และเที่ยวบินให้มากขึ้น

บินไป สปป.ลาวหารือผู้นำอาเซียน

จากนั้นเวลา 17.00 น.ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมผู้นำกลุ่มจี 20 พล.อ.ประยุทธ์ ได้เข้าร่วมพิธีปิดการประชุมผู้นำกลุ่มจี 20 ก่อนออกเดินทางโดยเครื่องบินแอร์บัสของกองทัพอากาศ จากท่าอากาศยานนานาชาติเซียวซาน นครหางโจว ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติวัตไต นครเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 28 และ 29 ระหว่างวันที่ 6-8 ก.ย.โดย พล.อ.ประยุทธ์จะเดินทางกลับประเทศไทยถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) เวลาประมาณ 17.00 น.วันที่ 8 ส.ค.

พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะหยิบยกการส่งเสริมให้ประชาคมอาเซียนเป็นประชาคมที่เติบโตอย่างสมดุลใน 3 เสาความร่วมมือเสนอที่ประชุมฯโดยผู้นำอาเซียนจะได้ร่วมลงนามปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยความเป็นหนึ่งเดียวในการตอบโต้ภัยพิบัติทั้งภายในและภายนอกภูมิภาค และจะร่วมกันรับรองเอกสารสำคัญอีก 19 ฉบับ

“ปึ้ง” เย้ยนายกฯวืดถกทวิภาคีบิ๊กจี 20

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า เสียดายโอกาสที่ พล.อ.ประยุทธ์ น่าจะได้หารือทวิภาคีกับผู้นำประเทศอื่น อาทิ สหรัฐฯ อังกฤษ ออสเตรเลีย แคนาดาและประเทศในสหภาพยุโรปในเวทีประชุมร่วมกับ จี 20 ได้หารือกับผู้นำจีนที่เป็นเจ้าภาพเท่านั้น ทำให้ไทยหมดโอกาสจะได้หารือความร่วมมือด้านการค้าขาย การลงทุน การท่องเที่ยวกับประเทศใหญ่ๆ ในกลุ่มจี 20 เชื่อว่าสาเหตุอาจเพราะไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตยที่สังคมโลกให้การยอมรับ เพราะนับวันเศรษฐกิจจะยิ่งฝืดเคือง การส่งออกจะยากลำบาก สินค้าไทยอาจมีปัญหา รายได้จากการท่องเที่ยวอาจลดน้อยถอยลงได้ แต่ยังพอมีโอกาส ถ้าในเวทีผู้นำอาเซียนที่ประเทศลาวเป็นเจ้าภาพ พล.อ.ประยุทธ์จะใช้วิธีล็อบบี้อาจจะได้พบปะหารือกับผู้นำประเทศอื่นที่ไม่ใช่ผู้นำอาเซียน

“บิ๊กเจี๊ยบ” ขอโทษ ปชช.รถนำกร่าง

ช่วงบ่าย ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเผยแพร่คลิปขบวนรถหมายเลขทะเบียน 3 กญ-585 กรุงเทพมหานคร ที่คาดว่าจะเป็นของผู้ใหญ่ระดับ รองนายกฯ มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในการขอเส้นทางการจราจรช่วงเวลาเร่งด่วน ขณะที่ฝนตกหนัก บริเวณทางลงทางด่วนแจ้งวัฒนะในโลกโซเชียลว่า ถ้าทำให้ใครเดือดร้อน ขัดใจต้องขออภัย บางครั้งในหนึ่งวันมีงานถึง 6 งานติดกัน ขอย้ำว่ารถของตนให้ตัดการใช้แตรเพราะรำคาญเสียงแตร ถ้าไม่จำเป็นหรือมีอันตรายจริง จะไม่ใช้เสียง ใช้สัญลักษณ์มือแทน แต่ตอนที่เจ้าหน้าที่เขาตะเบ๊ะให้ อาจจะมองไม่ทันเห็น จริงๆ ทุกคนมีสิทธิและเราไปกวนเขาเพราะช่วงนั้นรถติด ทั้งนี้ จะอบรมเจ้าหน้าที่ เราต้องเอาประชาชนถูกไว้ก่อน และไม่ต้องการขยายความโต้กันไปมา

มท.1 ยันฟันทุจริต กปภ.ไม่ไว้หน้า

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยข้อมูลการทุจริตของการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ว่า ขอยืนยันว่าที่ใดก็ตามที่มีการทุจริต จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ขณะนี้ทราบว่าผู้ว่าการ กปภ. ได้สอบสวนหาข้อเท็จจริงแล้ว คาดว่าไม่นานคงจะได้ทราบรายละเอียด หน่วยงานรัฐวิสาหกิจมีบอร์ดเป็นผู้กำกับ หากมีเหตุเกิดขึ้นต้องหาว่ามีใครเกี่ยวข้อง ขอให้สังคมอย่ากังวล ถ้าผิดต้องดำเนินการ ไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น

สนช.ถกงบฯปี 60 วงเงิน 2.7 ล้านล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันที่ 8 ก.ย. จะมีวาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 วงเงิน 2.73 ล้านล้านบาท วาระ 2 และวาระ 3 หลังจากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯที่มี

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เป็นประธาน พิจารณาเสร็จแล้ว โดยปรับลดงบประมาณทั้งสิ้น 17,980,242,800 บาท แต่ได้แปรญัตติเพิ่มงบประมาณจำนวนดังกล่าวให้หน่วยงานราชการต่างๆ 19 รายการ อาทิ งบกลาง 5,097,423,100 บาท เพื่อเป็นเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นแก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานของรัฐ กระทรวงกลาโหมเพิ่มขึ้น 220,000,000 บาท เพื่อเตรียมความพร้อมของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ในการปกป้องอธิปไตยและการรักษาความมั่นคงภายในของประเทศในความรับผิดชอบของกองทัพบก ทั้งนี้ รายงานของคณะ กมธ.วิสามัญฯมีข้อสังเกตต่อภาพรวมงบฯปี 2560 อาทิ กระทรวงกลาโหม เห็นว่าการปรับลดกำลังพลต้องทำควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเหล่าทัพด้วย

“คู่หู สปท.” โต้เดือดครหาสอพลอขอตำแหน่งคสช. “เสรี” สวนชง มท.จัดเลือกตั้งสร้างต้นแบบเลือกตั้งเที่ยงธรรม ไม่ได้หวังห้อยโหน 6 ก.ย. ส่งเข้าที่ประชุม สปท.รับฟังเสียงคัดค้าน “วันชัย” ควันออกหูลั่นยอมเลียคนดี ไม่สนคนเลว 6 ก.ย. 2559 07:49 ไทยรัฐ