วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชงใช้ ม.44 ยึดทรัพย์ขายข้าวจีทูจี

ป.ป.ช.จ่อชี้มูลความผิดคนเกี่ยวข้องเพิ่มอีก

“พาณิชย์” ถก “วิษณุ” ขอใช้ ม.44 กำหนดผู้มีอำนาจสั่งยึดทรัพย์นักการเมืองขายข้าวจีทูจี 2 หมื่นล้าน เหตุกฎหมายไม่ได้กำหนดให้ใครมีอำนาจ ส่วนยึดทรัพย์ข้าราชการ เป็นหน้าที่ปลัดและอธิบดีอยู่แล้ว เผยนักการเมือง–ข้าราชการอีกหลายรายจ่อคิวถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดขายข้าวจีทูจีเพิ่มอีก 8 สัญญา และขายมันสำปะหลังจีทูจีของรัฐบาลก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า สาเหตุที่นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ ยังไม่ลงนามในหนังสือบังคับทางปกครอง เรียกค่าเสียหายกรณีการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) รวม 4 สัญญา ปริมาณ 6.2 ล้านตัน มูลค่าราว 20,000 ล้านบาท จากทั้งนักการเมือง และอดีตข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ รวม 6 คน เพราะยังติดปัญหาข้อกฎหมายบางประการ โดยเฉพาะหน่วยงานใดจะเป็นผู้ยึด หรืออายัดทรัพย์นักการเมือง หากไม่สามารถชำระค่าเสียหายได้ เพราะไม่มีกฎหมายใดๆกำหนดไว้ เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีแรก และมีความเสียหายสูงมาก จึงต้องดำเนินการตามกฎหมายให้ถูกต้องและรอบคอบที่สุด อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆนี้กระทรวงพาณิชย์ได้นำประเด็นนี้หารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหาทางออกร่วมกันว่าใครจะเป็นผู้มีอำนาจยึดทรัพย์ดังกล่าว

ทั้งนี้ ในการหารือดังกล่าว กระทรวงได้เสนอให้ใช้มาตรา 44 ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 กำหนดตัวบุคคลที่จะมีอำนาจสั่งยึด หรืออายัดทรัพย์ และนำทรัพย์นั้นมาขายทอดตลาดในส่วนของนักการเมือง เพราะการให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยึด หรืออายัดทรัพย์ไม่ได้ เนื่องจากกรณีนี้เป็นเรื่องความรับผิดทางละเมิด ไม่ใช่หน้าที่ของ ปปง. ซึ่งนายวิษณุเห็นด้วย แต่มีข้อท้วงติงว่า หากใช้มาตรา 44 นายกรัฐมนตรีอาจถูกโจมตีจากนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามได้ว่า ใช้อำนาจกลั่นแกล้ง

ส่วนข้าราชการที่ต้องชดใช้ความเสียหายร่วมด้วยนั้น กฎหมายความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่กำหนดชัดเจนว่าเป็นหน้าที่ของปลัด กระทรวง หรืออธิบดีต้นสังกัด เป็นผู้มีอำนาจสั่งยึดและอายัดทรัพย์ อย่างไรก็ตาม หากไม่ใช้มาตรา 44 ยังมีทางออกอีกทางคือ อาจให้ศาลปกครองออกคำสั่งบังคับออกมา เพราะฝ่ายนักการเมืองและข้าราชการที่เกี่ยวข้องต้องเข้ากระบวนการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครอง เพื่อให้ยกเลิกคำสั่งมาตรการบังคับทางปกครองภายหลังจากได้รับหนังสือบังคับทางปกครองอยู่แล้ว

สำหรับนักการเมืองและข้าราชการ 6 คนที่จะต้องชดใช้ค่าเสียหายจากการขายข้าวจีทูจี มูลค่า 20,000 ล้านบาท ได้แก่ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ คาดต้องจ่ายค่าเสียหาย 1,770 ล้านบาท, นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ 2,300 ล้านบาท ส่วน พ.ต.นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์, นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ, นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศและ นายอัครพงศ์ ทีปวัชระ อดีตผู้อำนวยการสำนักการค้าข้าวต่างประเทศ ต้องจ่ายคนละ 4,000 ล้านบาท

ด้านนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า การลงนามในหนังสือบังคับทางปกครอง ถือเป็นกรณีแรกของกระทรวงพาณิชย์ ไม่ใช่การซื้อ ขายปกติ จึงจำเป็นต้องดูให้รอบคอบ ต้องเป็นไปตามกฎ ระเบียบ หลักเกณฑ์ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะไม่ลงนาม เพราะมีหน้าที่ต้องลงนาม ถ้าทุกอย่างชัดเจนแล้ว และมั่นใจว่าจะดำเนินการได้ก่อนที่จะหมดอายุความในเดือน ก.พ.60 “การซื้อขายข้าวจีทูจีที่เกิดขึ้น รัฐบาลชุดนี้ได้เข้ามาแก้ไข และนำกลับเข้าสู่ความถูกต้อง ที่ผ่านมาได้ดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้ว และขอให้เชื่อมั่นในการดำเนินการของรัฐบาล ขอให้อดทนรอ เพื่อความถูกต้อง เพื่อที่จะไม่สร้างปัญหาต่อไปในอนาคต”

สำหรับประเด็นที่ยังเป็นปัญหา และต้องทำให้เกิดความชัดเจน ส่วนใหญ่เป็นประเด็นทางข้อกฎหมาย เพราะต้องดำเนินการด้วยความถูกต้อง รัดกุม และไม่ให้เกิดข้อร้องเรียน หรือข้อคัดค้านขึ้นมาในภายหลัง จึงต้องมีการหารือกับนักกฎหมาย เพื่อหาทางออกและปิดช่องโหว่ที่เป็นจุดเสี่ยงให้ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า สำหรับการทุจริตขายข้าวจีทูจีนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่ 4 สัญญา ปริมาณ6.2 ล้านตันเท่านั้น ในสมัยนายบุญทรง เป็น รมว.พาณิชย์ ยังได้อนุมัติขายอีก 8 สัญญา รวมทั้งหมด 12 สัญญา ซึ่งในส่วนของ 8 สัญญาหลัง ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ และได้เชิญผู้เกี่ยวข้องไปให้ปากคำแล้ว คาดว่าน่าจะสรุปผลการตรวจสอบในเร็วๆนี้ และน่าจะชี้มูลความผิดบุคคลอื่นเพิ่มเติมได้อีก นอกจากนี้ ป.ป.ช.ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบการขายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังจีทูจีของกระทรวงพาณิชย์ในรัฐบาลก่อนอีกด้วย คาดว่าจะสรุปผลได้เร็วๆนี้ และน่าจะชี้มูลความผิดบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งนักการเมืองและข้าราชการอีกหลายราย

ด้านนายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า กรมได้นำมันสำปะหลังเส้นในสต๊อกจากโครงการแทรกแซงราคาปี 51/52, 54/55 และ 55/56 ปริมาณ 340,000 ตัน มาเปิด ประมูลทั่วไป 117,000 ตัน และเปิดประมูลเข้าสู่อุตสาหกรรม 226,000 ตัน ถ้าระบายได้หมดจะลดภาระการดูแลรักษาและค่าฝากเก็บเดือนละกว่า 50 ล้านบาท โดยจะเปิดให้ผู้ที่สนใจยื่นซองเอกสารเพื่อตรวจคุณสมบัติเข้าร่วมประมูลทั้ง 2 แบบวันที่ 9 ก.ย.59 และเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาซื้อทั้ง 2 แบบวันที่ 13 ก.ย.59 เวลา 09.00-10.30 น. ที่กรมการค้าต่างประเทศ ก่อนจะเปิดซองประมูลวันเดียวกัน.

“พาณิชย์” ถก “วิษณุ” ขอใช้ ม.44 กำหนดผู้มีอำนาจสั่งยึดทรัพย์นักการเมืองขายข้าวจีทูจี 2 หมื่นล้าน เหตุกฎหมายไม่ได้กำหนดให้ใครมีอำนาจ ส่วนยึดทรัพย์ข้าราชการ เป็นหน้าที่ปลัดและอธิบดีอยู่แล้ว... 6 ก.ย. 2559 04:24 ไทยรัฐ