Thairath Logo
กีฬา

คอลลาเจนหนังปลาน้ำจืด เพิ่มมูลค่า 40 เป็น 3,000

Share :

ผิวหนังคนเราจะมีคอลลาเจนเป็นโครงสร้างอยู่มาก โดยเฉพาะในวัยเด็ก หนุ่มสาว ทำหน้าที่ให้ผิวพรรณดูดี เต่งตึง หน้าใส ส่วนในผู้สูงวัยร่างกายจะเริ่มผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง นอกจากทำให้ผิวเริ่มเสื่อมสภาพ เกิดริ้ว เหี่ยวย่นแล้ว ยังทำให้เกิดโรคข้อต่ออักเสบได้ง่าย

และกลุ่มคนที่กลัวความเหี่ยวย่น จะหาคอลลาเจนมากินเสริม บางรายถึงขั้นใช้วิธีฉีดเข้าร่างกาย หวังให้ผิวหนังกลับมาเนียนนุ่มเหมือนเด็กวัยรุ่น แต่คอลลาเจนส่วนใหญ่ได้มาจากปลาทะเลน้ำลึก ซึ่งต้องสั่งนำเข้ามาจากต่างประเทศแทบทั้งสิ้น มหาวิทยาลัยแม่โจ้จึงทำโครงการวิจัยสกัดคอลลาเจนจากปลาน้ำจืด โดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สนับสนุนทุนวิจัย

ผศ.ดร.ดวงพร อมรเลิศพิศาล คณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เผยว่า จากนวัตกรรมระบบการเพาะเลี้ยงปลาหนังลูกผสมบึกสยามแม่โจ้ เพื่อเศรษฐกิจชุมชนแบบครบวงจร การส่งเสริมให้ชาวบ้านเลี้ยงและแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ทำให้มีหนังปลาเหลือเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจะนำหนังปลาไปขายให้เกษตรกรนำไปเป็นส่วนผสมในอาหารสัตว์ ได้ราคา กก.ละ 20 บาท หรือแทบจะให้กันฟรีๆ

“ด้วยความเสียดาย เราจึงนำหนังปลามาวิเคราะห์เพื่อหาสารสำคัญ เผื่อจะมีคอล-ลาเจนเหมือนหนังปลาทะเลน้ำลึก โดยนำหนังปลาน้ำจืดของไทยมาทำการตรวจวิเคราะห์ เราพบว่า หนังปลานิล มีคอลลาเจน 5% หนังปลาสวายมี 10% หนังปลาบึกสยามมี 15%”


ผศ.ดร.ดวงพร เผยถึงกระบวนการสกัดคอลลาเจนจากหนังปลาน้ำจืด เริ่มด้วยการนำหนังปลามาล้างสะอาด คัดแยกส่วนเนื้อซึ่งเป็นโปรตีนออกให้หมด เหลือไว้เฉพาะหนังปลาล้วนๆ นำมาผ่านกระบวนการทางเคมี แช่ให้ท่วมหนังปลา 48 ชม. จากนั้นใช้น้ำกลั่นบริสุทธิ์ล้างเพื่อปรับค่าให้เป็นกลาง จะได้ก้อนวุ้นเหลวๆ นำไปล้างด้วยน้ำเกลือแกง จากนั้นนำไปอบให้แห้ง จะได้ผงลักษณะสีขาวๆ นี่แหละคอลลาเจนจากหนังปลา สามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ นำไปเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง

จากหนังปลา 2 กก. ราคา 40 บาท หลังผ่าน กระบวนสกัดจะได้คอลลาเจน 1 กก. หากเทียบกับคอลลาเจนจากต่างแดนจะมีมูลค่าสูงถึง กก.ละ 3,000 บาท.

อ่านเพิ่มเติม...
ข่าวเกษตรคอลลาเจนคอลลาเจนหนังปลาความงามเพิ่มมูลค่าเครื่องสำอางไทยรัฐหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ