วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่าปิดกั้นด้วยข้อจำกัด

ความพยายามผลักดันสร้างกฎกติกาเพื่อเอื้อหนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก้าวขึ้นไปสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้งอย่างที่เห็นๆกันอยู่ก็เป็นหนทางหนึ่ง เพราะมองกันให้ทะลุแล้วการขึ้นสู่ตำแหน่งนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

แม้จะมีเสียง ส.ว. 250 คนอยู่ในมือแล้วแต่ก็เป็นเพียงด่านหนึ่งเท่านั้น หากมองให้ไกลไปกว่านั้นหากไม่ได้เสียงสนับสนุนจาก ส.ส.อย่างเป็นกอบเป็นกำก็จะเกิดปัญหาตามมาในเชิงการบริหารประเทศ เพราะรัฐธรรมนูญมีกรอบกำกับเอาไว้ค่อนข้างหนาแน่น

ต่อให้มีเสียงสนับสนุนทั้ง ส.ส. และ ส.ว. มากก็ตาม

ณ วันนี้หลังประชามติผ่านพ้นไปด้วยชัยชนะอันทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ มีพลังจากประชาชนเป็นเครื่องสนับสนุนพอที่จะสร้างความเชื่อมั่นและมั่นใจมากขึ้น

ขนาดมองกันว่าแม้จะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยก็สามารถบริหารประเทศได้

แต่อย่าลืมว่าปัจจัยที่ทำให้ประชามติผ่านนั้นมีองค์ประกอบอยู่หลายอย่างและต้องไม่ลืมด้วยว่าการที่ประชามติผ่านแบบเกินความคาดหมายนั้น

ถือเป็นบทเรียน “สั่งสอน” นักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ด้วย

องค์ประกอบนี้อย่าลืมเป็นอันขาด

การที่จะก้าวไปสู่ตำแหน่งนายกฯก็ต้องอาศัยปัจจัยตัวนี้มาพิจารณาด้วย ดังนั้น การที่จะให้ประชาชนสนับสนุนต่อไปจึงขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารประเทศ การแก้ไขปัญหาและสร้างผลงาน ให้ปรากฏ จึงเป็นเครื่องยืนยันที่พอจะเป็นหลักประกันได้มากไปกว่านี้

จากนี้ไปจึงเป็นเรื่องเฉพาะตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ว่าจะสามารถทำให้ประชาชนเกิดความพึงพอใจว่า

“เขา” คือบุคคลที่เหมาะสมสำหรับสถานการณ์เปลี่ยนผ่านประเทศอย่างน้อยก็ 5 ปี หลังจากการเลือกตั้งเป็นต้นไป

ในองคาพยพที่ผ่านมาการจัดตั้ง ครม. ส่วนใหญ่ยังให้น้ำหนักตัวบุคคลที่เป็น “ทหาร” ส่วนใหญ่หลายคนสามารถทำหน้าที่ได้ดีและเหมาะสมกับเนื้องานที่รับผิดชอบ แต่อีกหลายคนถูกมองว่าไม่เหมาะสม ไม่มีความเพียงพอ

ยิ่งสถานการณ์ประเทศในระยะเปลี่ยนผ่านที่มีปัญหามากมายและต้องอาศัยความรู้ความสามารถเป็นหลักประกันว่าจะแก้ไขปัญหาได้และสร้างผลงานให้ปรากฏ

แม้จะอ้างว่ามี “ข้อจำกัด” ที่ทำให้หน้าตา ครม.ต้องออกมาอย่างนี้

หรือการที่บอกว่าด้วยกฎกติกาอย่างเช่น การที่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ซึ่ง “คนดี” มีความสามารถไม่อยากเข้ามายุ่งเกี่ยว

เหตุผลนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่พอจะรับฟังได้แต่ก็คงไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด

เพราะเชื่อว่าบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและตั้งใจจริงนั้นมีมากและพร้อมที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีและช่วยงาน พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยคำว่าเพื่อชาติบ้านเมืองและพร้อมที่จะแสดงความบริสุทธิ์

ตรงนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ผู้นำประเทศต้องฉุกคิดด้วย

การทาบทามบุคคลเหล่านี้เข้ามาร่วมงานคงจะใช้วิธีการที่ทำให้รู้สึกว่าผู้นำประเทศมีความจริงใจและปรารถนาว่าเป็นความต้องการจริง

การดึงบุคคลจึงต้องมีวิธีที่ดีกว่าที่ผ่านมา ไม่ให้ให้ใครต่อใครไปเจรจาเท่านั้น แต่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องเปิดใจให้กว้างกว่านี้ด้วยการเจรจาพูดคุยด้วยตนเองจะเป็นหนทางที่ทำให้สำเร็จได้

เพราะการได้พูดคุยอย่างเป็นกันเอง การให้คำมั่นสัญญาและเปิดเผยตัวตนให้ทั้ง 2 ฝ่าย ได้รับรู้ซึ่งกันและกันย่อมเกิดประโยชน์ต่อการตัดสินใจได้

ไม่รู้นะว่าจะคิดอย่างไร แต่เห็นว่าน่าจะเป็นหนทางที่ดีและเกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่าย เมื่อได้บุคคลที่หลากหลายมากขึ้น และได้รับการยอมรับในวงกว้างมากขึ้น

อีกทั้งจะเป็นเครื่องที่แสดงให้เห็นความใจกว้างและเปิดรับทุกฝ่ายได้.

“สายล่อฟ้า”

5 ก.ย. 2559 16:50 ไทยรัฐ