วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พันธสัญญาต่อประชาชน

แนวความคิดพิสดารยังพุ่งกระฉูด ออกมาเป็นระยะๆ ล่าสุดเสนอให้ล้างบัญชีรายชื่อพรรค ให้สมาชิกมาแสดงเจตจำนงยืนยันเป็นสมาชิกใหม่ทั้งหมดและทุกพรรคให้ผู้สมัครเป็นสมาชิกเสียค่าธรรมเนียม ปีละไม่เกิน 200 บาท โดยอ้างว่าเพื่อให้พรรค การเมืองเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง แต่ห้ามไม่ได้ที่จะให้หลายฝ่ายมองว่า เป้าหมายจริงเพื่อช่วยพรรคตั้งใหม่

ก่อนหน้านี้เสนอให้ คสช.ควบคุมการเลือกตั้งให้กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้จัดการเลือกตั้ง และมีเสียงคัดค้านจากประชาชนส่วนใหญ่ ผ่านผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทุกสาขาอาชีพ โดยสำนักวิจัยซูเปอร์โพล พบว่าหน่วยตัวอย่างประชาชน ร้อยละ 74.2 ไม่เห็นด้วยกับการให้มหาดไทยจัดการเลือกตั้ง มีเพียงร้อยละ 25.8 ที่บอกว่าเห็นด้วย

ยิ่งกว่านั้นยังมีข้อเสนอห้ามหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.ห้ามปราศรัยหาเสียง เพียงแต่เอาประวัติและผลงานของผู้สมัครไปปิดตามป้ายประกาศตามหน่วยเลือกตั้งให้ประชาชนที่สนใจค้นหาเอาเอง ซึ่งไม่เคยมีในประเทศประชาธิปไตยที่ไหนในโลก มีแต่การเลือกตั้งในประเทศคอมมิวนิสต์ที่ให้พรรคเสนอชื่อผู้สมัครให้ประชาชนเลือก

การห้ามหาเสียงเลือกตั้งหรือเพียงแต่ให้ผู้สมัครแนะนำตัวเอง โดยไม่ต้องปราศรัยชี้แจงนโยบาย เคยใช้ในการเลือกตั้ง ส.ว.ครั้งแรก ตามรัฐธรรมนูญ 2540 เพราะยึดหลักการว่าวุฒิสภาไม่ใช่สภาการเมือง แต่เป็นสภาตรวจสอบการใช้อำนาจ และกลั่นกรองกฎหมาย แต่มีจุดอ่อนสำคัญคือผู้สมัครที่มีชื่อเสียงได้เปรียบ ส่วนผู้สมัครหน้าใหม่เสียเปรียบคนดัง

นานาอารยประเทศประชาธิปไตยทั้งหลาย ถือว่าการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง ทำให้ผู้สมัครได้พบปะพูดจากับประชาชน ในประเทศไทย ผู้สมัคร ส.ส.ถูกสอนให้รู้จักไหว้ประชาชน และฝึกฝนวิธีการปราศรัย เพื่อชี้แจงนโยบายพรรคและให้สัญญากับประชาชนว่าถ้าชนะเลือกตั้งและเป็นรัฐบาลจะบริหารประเทศอย่างไร

การพบปะพูดจากับประชาชน และการปราศรัยหาเสียงเป็นช่องทางสำคัญ ที่ทำให้นักการเมืองทำ “สัญญาประชาคม” มีข้อผูกพันกับประชาชนและต้องดำเนินตามนโยบายที่สัญญา ให้ประชาชนสามารถ ลงโทษนักการเมืองได้ หากผิดคำสัญญา ต่างจากนักการเมืองแบบแต่งตั้งที่ไม่เคยมีสัญญา และไม่ต้องรับผิดชอบใดๆต่อประชาชน

เนื่องจากนักการเมืองแบบแต่งตั้งไม่ต้องหาเสียงกับประชาชน ไม่เคยไหว้ประชาชน ไม่เคยให้คำมั่นสัญญาใดๆกับประชาชน เพียงแต่วิ่งเต้นผู้มีอำนาจ หรือวิ่งเต้นผู้มีเส้นสายใกล้ชิดผู้มีอำนาจ เพื่อให้ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ จึงไม่มีพันธะรับผิดชอบต่อประชาชน แต่อาจต้องรับผิดชอบต่อผู้มีอำนาจ ผู้ทำให้ได้เป็นสมาชิกผู้ทรงเกียรติในสภา.

5 ก.ย. 2559 11:30 5 ก.ย. 2559 11:30 ไทยรัฐ