วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ครั้งบ้านเมือง...ไม่ดี

ประเด็นอีกด้านของอำนาจวาสนา...ยิ่งใหญ่ คือเภทภัยมหันต์นั้น ผู้รู้ถกเถียงและเลือกเป็นทางเดิน...กันมาแต่โบราณ พ้นยุคขงจื๊อ สอนวิชาบริหารบ้านเมือง ก้าวขึ้นสู่อำนาจ...

ถึงยุคจวงจื๊อ...ย้ำคำสอนแบบ “เต๋า” ของเล่าจื๊อ...หนีอำนาจเรื่องหนึ่งที่เล่าขานกันถึงวันนี้ “สี่อิ้วล้างหู”

ผู้รู้ไทย กาญจนาคพันธุ์ เอามาเล่าต่อ กลิ่นอายไปเป็นนิทานแบบไทย

ครั้งดึกดำบรรพ์นานมาแล้ว เมื่อพระราชาตาย หาคนเป็นไม่ได้ พวกขุนนางได้ยินชื่อ ชาวบ้าน มีสติปัญญา ก็ยกขบวนกันมาเชิญให้ไปเป็นชาย...คนนั้น ไม่รับ...แขกไม่ได้รับเชิญกลับ เขาก็วิ่งไปริมลำธาร รีบควักน้ำขึ้นล้างหู

ด้านใต้น้ำ ริมลำธารเดียวกัน มีคนเลี้ยงควาย กำลังจูงควายกินน้ำ

“หูแกเป็นอะไรหรือ...” คนเลี้ยงควายถาม “ได้ยินเรื่องไม่ดี เป็นอัปรีย์จัญไรหู” ชายคนนั้นตอบ

“เรื่องอะไร ที่ว่าอัปรีย์จัญไร” “เขามาเชิญให้ไปเป็นพระราชา” “เอ๊ะ ไม่ได้การแล้ว”

คนเลี้ยงควายตกใจ “แกอยู่เหนือน้ำ น้ำล้างหูแกจะทำให้ควายข้าพลอยเป็นอัปรีย์จัญไรไปด้วย”

พูดแล้ว คนเลี้ยงควายก็รีบจูงควายขึ้นจากน้ำ หนีไปจากที่นั้น

จบเรื่อง...ด้านของผู้หนีอำนาจวาสนา...มาถึงอีกเรื่อง ด้านของเภทภัย

ประวัติศาสตร์อยุธยา หากกล่าวว่าเมื่อครั้งบ้านเมืองยังดี...หมายถึงสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เมื่อสวรรคต พระโอรสหลายๆพระองค์ ก็แยกเป็นสองฝ่าย ช่วงชิงอำนาจ

พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศทรงมีพระสติปัญญา รู้ดีว่าโอรสองค์พี่ ไร้สติปัญญาขืนให้อำนาจจะพาชาติบ้านเมืองฉิบหาย...ก็ไม่ให้เป็น แต่งตั้งพระโอรสองค์น้อง เจ้าฟ้าอุทุมพรขึ้นเป็นเจ้า

เจ้าฟ้าองค์นี้ธรรมะธัมโม เห็นพระเชษฐาอยากได้บัลลังก์ก็ถวาย แล้วหนีไปบวช

เรื่องตอนนี้ ชาวไทยที่ถูกพม่ากวาดต้อนไปเป็นเชลย เมืองพม่า เล่าให้พม่าฟัง แล้วคนไทยก็แปลจากภาษาพม่า มาเล่าต่อเป็นภาษาไทย เรียกกันว่าคำให้การขุนหลวงหาวัด

ศึกพม่ามาประชิดเมือง ขุนนางน้อยใหญ่ แม่ทัพนายกองฝ่ายพระที่นั่งสุริยามรินทร์เป็นพวกไม่เอาไหน เป็นใหญ่ได้ด้วยการสอพลอ ไม่มีวี่แววว่าจะนำทหารสู้พม่าได้

ชาวบ้านชวนกันไปนิมนต์หลวงพี่เจ้าฟ้ามะเดื่อ ให้สึกมาช่วยชาติ หลวงพี่เข้าถึงสัจจะของธรรมะข้อเภทภัย...ไม่ยอมรับ ตื่นเช้าไปบิณฑบาต ชาวบ้านก็แห่กันมารอใส่บาตร

กลับถึงวัดพอลูกศิษย์เทบาตรออก นอกจากข้าวปลาอาหารแล้วยังเจอหนังสือนิมนต์ให้สึกออกมารบพม่า

เจ้าฟ้ามะเดื่อทนรบเร้าไม่ไหว ตัดสินใจสึกออกนำ...ทัพรบไล่พม่าแตกพ่าย

อยู่ๆไปพระเชษฐาก็แสดงพระอาการ ขึ้นนั่งบัลลังก์ก็เอาพระแสง อาชญาสิทธิ์พาดหน้าตัก เจ้าฟ้ามะเดื่อก็รู้นัย ถวายราชอำนาจคืนแล้วก็กลับไปบวชรอบสอง พม่ายกทัพมาอีก...เรื่องก็กลับอีหรอบเดิม

แต่คราวนี้ เจ้าฟ้ามะเดื่อเบื่ออำนาจเต็มที ไม่ยอมรับตามคำเรียกร้อง

ประวัติศาสตร์อยุธยา จบลงตรงพม่าเผากำแพงอยุธยา หักเข้ามายึดเมือง พระที่นั่งสุริยามรินทร์หนีไปหิวตาย เจ้าฟ้ามะเดื่อ ชาวบ้านประชดเรียกขุนหลวงหาวัด ถูกจับไปเป็นเชลย และสิ้นพระชนม์ในเมืองพม่า...

ชุมชนคนโยเดียในพม่า ที่พม่าชักชวนไป ดูเหมือนวันนี้ มีคนไทยจะวนเวียนไปค้นหารำลึกอดีต ก็ถ้าเจ้าฟ้ามะเดื่อท่านเห็นแก่ชาติ ยอมสึกออกมาเป็นแม่ทัพ

ด้วยฝีมือและสติปัญญาของท่าน พม่าคงหักเอาอยุธยาไม่ได้ง่ายๆ

คิดถึงบางบ้านเมือง ไม่ใกล้ไม่ไกล...นี่ถ้าทหารเขายึดแบบฉบับขุนหลวงหาวัด...ไม่ออกมา อาสาคืนความสงบสุขให้บ้านเมือง สงครามม็อบกลางเมือง ที่ครั้งหลังสุดเล่นกันครึ่งปี...จะจบลงตรงไหน อย่างไร?

คนอาสาเขาก็คงรู้อยู่ล่ะครับ อีกด้านของอำนาจก็คือเภทภัย...แต่ทำไงได้ เพื่อชาติบ้านเมือง แม้จะเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย เสี่ยงคอจะหลุดจากบ่า ขึ้นชื่อชายชาติทหาร...เขาก็ยอม.

กิเลน ประลองเชิง

5 ก.ย. 2559 11:25 ไทยรัฐ