วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พระธรรมพุทธิมงคล แจงแกะสลักพระใหญ่ที่อู่ทอง ขออนุญาตถูกต้อง

พระธรรมพุทธิมงคล แจงแกะสลักพระใหญ่ที่อู่ทอง ขออนุญาตถูกต้อง

  • Share:

พระธรรมพุทธิมงคล ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี แจงการแกะสลักพระใหญ่ที่ผามังกรบิน เมืองโบราณอู่ทอง ใกล้วัดเขาทำเทียม อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี  ได้ขออนุญาตถูกต้องตามระเบียบราชการทุกอย่าง ส่วนการแกะสลักพระคืบหน้า 70% แล้ว

เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 59 พระธรรมพุทธิมงคล ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร เผยถึงความคืบหน้าการแกะสลักพระใหญ่ ปางโปรดพุทธมารดา (ปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ) ที่บริเวณหน้าผามังกรบิน เขตพื้นที่เมืองโบราณอู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ว่า การแกะสลักคืบหน้าไปเกิน 70% แล้ว โดยเฉพาะส่วนที่แกะสลักยากคือพระเกษาและใบหน้า รวมถึงองค์พระครึ่งบนได้แกะสลักเรียบร้อย ปัจจุบันสามารถเห็นเป็นรูปเป็นร่างอย่างชัดเจนแล้ว ขณะนี้กำลังทำการแกะสลักช่วงล่างขององค์พระอยู่ ในส่วนของการปรับภูมิทัศน์ก็ได้ดำเนินการทำควบคู่ไปด้วย ทุกวันนี้มีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่ได้เห็นในภาพที่มีคนนำไปแชร์กันในโซเชียล พากันเดินทางมาเที่ยวชมทุกวัน โดยเฉพาะในวันหยุดก็มีคนเดินทางมาจำนวนมาก เพื่อร่วมทำบุญในการแกะสลักพระใหญ่ให้เป็นสมบัติของพระพุทธศาสนาและสมบัติของชาติสืบไป ซึ่งตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า การก่อสร้างจะแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2560

ส่วนกรณีที่มีบางคนไปเขียนวิจารณ์ในโลกโซเชียลว่า การแกะสลักพระใหญ่เป็นการทำลายป่า ทำลายธรรมชาตินั้น ก็เป็นสิทธิของเขาที่อาจจะยังไม่รู้ความเป็นมาของการก่อสร้างเลย ต้องให้อภัยเขา แต่จะอธิบายว่าความจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะคณะสงฆ์สุพรรณบุรีมีความเห็นตรงกันว่า ถ้าเป็นไปได้อยากจะสร้างพุทธมณฑลไว้ที่สุพรรณบุรีนานแล้ว แต่ยังหาพื้นที่ไม่ได้ จนกระทั่งมาพบพื้นที่โรงโม่เก่าที่หมดสัมปทานถูกปล่อยรกร้างมากว่า 20 ปี ที่บริเวณหน้าผามังกรบินแห่งนี้

ทั้งนี้คณะสงฆ์จังหวัดสุพรรณบุรี จึงขอเข้าไปใช้ประโยชน์ตามขั้นตอนผ่านทางจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ขณะนั้นมีนายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ เป็น ผวจ. พร้อมขออนุญาตดำเนินการจากกรมป่าไม้อย่างถูกต้องทุกประการ ไม่ได้บุกรุกหรือทำลายธรรมชาติอย่างที่บางคนเข้าใจ สำหรับโครงการนี้หากแล้วเสร็จ จะเป็นที่ชื่นชมยินดีของชาวไทยและชาวพุทธทั่วโลก เพราะโครงการนี้ถือเป็นที่สุดในโลก ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

ด้านนายอานนท์ รักผล เจ้าพนักงานศาสนสมบัติชำนาญการ สนง.พระพุทธศาสนาสุพรรณบุรี เผยถึงกรณีการก่อสร้างพุทธมณฑลประจำจังหวัดสุพรรณบุรีและพระพุทธรูปแกะสลักพระใหญ่ บริเวณภูผามังกรบินว่า คณะสงฆ์ จ.สุพรรณบุรี ได้ขออนุญาตจากกรมป่าไม้และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อปี 2555 จากนั้นเข้ามาพัฒนาเพื่อทำประโยชน์แก่ชาวเมืองอู่ทองและพระพุทธศาสนา

ทั้งนี้ด้วยเหตุผลที่สอดคล้องทั้งในด้านพื้นที่ ที่กรมศิลปากรยืนยันว่า เป็นจุดเริ่มต้นของการเผยแพร่พระพุทธศาสนาเข้ามาในดินแดนสุวรรณภูมิ จากหลักฐานทางโบราณคดีที่มีข้อพิสูจน์ว่า พระเจ้าอโศกมหาราชแห่งอินเดียส่งพระโสณะเถระและพระอุตระเถระ เข้ามาในต้นพุทธศตวรรษที่ 3 ดังหลักฐานจากศิลาจารึกคำว่า "ปุษยคีรี" และธรรมจักรบนยอดเสาอโศก ที่บริเวณภูเขาใกล้กับวัดเขาทำเทียม อ.อู่ทอง ที่สำคัญจุดนี้เมื่อแล้วเสร็จจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว และศึกษาเรียนรู้ทางธรรมะแห่งใหม่ของประเทศไทยในอนาคตด้วย

ขณะที่ นายสมนึก ทองรักชาติ อายุ 63 ปี อดีตเจ้าพนักงานที่ดิน อ.อู่ทอง เผยถึงกรณีมีคนโพสต์ในโลกโซเชียล โจมตีการแกะสลักพระใหญ่ที่อู่ทองว่า ตนรับราชการที่ดินที่อ.อู่ทอง มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2525 บริเวณสถานที่แกะสลักพระใหญ่นั้น เดิมทีบริษัทแลและสหาย ขออนุญาตระเบิดและย่อยหินไว้ตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2514 เพื่อนำหินมาสร้างถนนมาลัยแมน ต่อมามีการปรับปรุงถนนมาลัยแมน บริษัทประยูรวิทย์การช่างได้ทำการขอใบอนุญาตต่อ และให้บริษัทสินสมุทรดำเนินการ เมื่อสัญญาหมดลง จ.สุพรรณบุรี ไม่ได้มีการต่อสัญญาให้ จึงได้เลิกทำการระเบิดหินตั้งแต่นั้นมาได้กลายเป็นที่รกร้างมากว่า 20 ปี ต่อมาพระธรรมพุทธิมงคล และคณะสงฆ์ จ.สุพรรณบุรี จึงได้มาขออนุญาตใช้พื้นที่เพื่อแกะสลักสร้างพระใหญ่ดังกล่าว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้