วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฮือต้านรื้อชุมชน ใน‘ป้อมมหากาฬ’ ‘อัศวิน’ถกเครียด

ฮือต้านรื้อชุมชน ใน‘ป้อมมหากาฬ’ ‘อัศวิน’ถกเครียด

  • Share:

กทม.เตรียมรถไถ-บรรทุก 10 ล้อ ลุยรื้อถอนบ้านชุมชนป้อมมหากาฬ แต่ถูกชาวบ้านฮือต้านยื่นขอเจรจายุติย้ายชุมชน “อัศวิน” ผู้แทนทีมเจรจา ยอมถอยรื้อเฉพาะหลังที่โอนสิทธิ์แล้ว ไม่ทุบทิ้งทุกหลัง แต่ประกาศสิ้นปีต้องทุบทิ้งให้หมด ด้านนางอังคณา ตัวแทนกรรมสิทธิ์ฯ สวน กทม.มีทางเลือกอื่น แทนที่จะทุบย้ายชุมชน เดินหน้าหารืออนุรักษ์ชุมชนที่มีประวัติศาสตร์

“อัศวิน” นำทีม กทม. รื้อย้ายชุมชนป้อมมหากาฬถูกชาวบ้านฮือต้าน ที่ชุมชนป้อมมหากาฬ เขตพระนคร วันที่ 3 ก.ย. เวลา 09.30 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯ กทม. ดร.วัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ รองปลัด กทม. และนายศักดิ์ชัย บุญมา ผอ.กองจัดกรรมสิทธิ์ สำนักการโยธา พร้อมชุดปฏิบัติการสำนักงานเขตพระนคร สำนักการโยธา สำนักเทศกิจ สำนักสิ่งแวดล้อม จำนวน 255 คน พร้อมเครื่องมือรื้อถอนเข้ามาวางกำลังเตรียมรื้อบ้านในชุมชนมหากาฬที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ให้กับ กทม. โดยประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม สน.สำราญราษฎร์ และเจ้าหน้าที่ทหาร กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ คอยดูแลความสงบเรียบร้อยระหว่างดำเนินการ

เจ้าหน้าที่ตำรวจปิดเส้นทางจราจรฝั่งป้อมมหากาฬ จำนวน 1 เลน กทม.ได้นำรถบรรทุก 6-10 ล้อ 5 คัน และรถไถ 2 คัน จอดรออยู่ริมถนน เพื่อไว้เตรียมทำการรื้อถอน จนเวลา 09.00 น. ฝั่งประตูทางเข้าที่ 1 เจ้าหน้าที่ กทม. พร้อมด้วยเครื่องมือ อุปกรณ์รื้อถอนได้เดินทางเข้าพื้นที่เพื่อทำการรื้อถอนบ้านในชุมชนป้อมมหากาฬ แต่มีชายฉกรรจ์และชาวบ้านในชุมชนจำนวนหนึ่งยืนคล้องแขนเรียงหน้ากระดานและนั่งปิดทางเข้าออกไม่ให้เจ้าหน้าที่ กทม.รื้อถอนบ้านในพื้นที่ได้ แม้เจ้าหน้าที่ กทม.ได้แสดงเอกสารการเข้ารื้อถอนบ้านที่โอนกรรมสิทธิ์ให้ กทม. แล้ว แต่ชาวบ้านยังยืนขวางทางเข้าออก จนมีการปะทะเล็กน้อย คนในชุมชนยื่นข้อเสนอขอเวลาให้ชุมชนหารือก่อนว่า จะให้เจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่หรือไม่

ต่อมาเวลา 10.00 น.ขณะที่เจ้าหน้าที่ กทม.ที่พยายามเข้ารื้อย้ายบ้านที่เจ้าของโอนกรรมสิทธิ์ ยังมีคนในชุมชนจำนวนหนึ่งรวมตัวกันปิดประตูทางเข้าออกทุกทาง ไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปรื้อย้ายบ้านได้ และขอเจรจากับผู้แทน กทม. ขอความชัดเจนในการรื้อย้ายบ้าน และขอเจรจาไม่ให้มีการรื้อย้ายบ้านที่ไม่ยินยอม และขอให้ยุติการรื้อถอนเพื่อให้ชุมชนป้อมมหากาฬเป็นอยู่ตามเดิม มี พล.ต.อ.อัศวินเชิญผู้แทนชุมชน นักวิชาการ และผู้แทนจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม.เข้าเจรจา ชาวชุมชนอนุญาตให้มีเพียงผู้แทน กทม.และสื่อมวลชนที่มีบัตรประจำตัวเข้าไปในพื้นที่ ขอให้ยุติการเข้ารื้อย้ายบ้าน ระหว่างเจรจาผู้แทน กทม. เจ้าหน้าที่ เริ่มรื้อถอนบ้านเลขที่ 53 เป็นหลังแรก ไม่มีผู้อยู่อาศัย รกร้าง บริเวณโดยรอบมีกลิ่นเหม็น เจ้าหน้าที่การประปา และการไฟฟ้านครหลวงได้ตัดน้ำตัดไฟบ้านที่ถูกรื้อถอน ชาวบ้านจับกลุ่มพูดคุยกันว่า เจ้าของบ้านตัวจริงไม่อยู่นานแล้ว แต่ได้เซ้งให้ผู้อื่นมาอาศัยต่อ ทำให้เกิดปัญหา

จากนั้นเวลา 14.00 น. พล.ต.อ.อัศวินได้กลับมาตรวจสอบความคืบหน้าการรื้อถอนบ้านทั้ง 12 หลัง พบว่า เจ้าหน้าที่รื้อถอนได้ 8 หลัง ส่วนที่เหลือ 4 หลัง จะรื้อถอนให้เสร็จภายในวันที่ 4 ก.ย. สำหรับบ้านไม้สักทองบ้านเลขที่ 99 ที่ กทม.อนุรักษ์ไว้ผู้ที่พักอาศัยบอกว่า จะขนย้ายของใช้ส่วนตัวออกจากบ้านก่อนวันที่ 10 ก.ย. และ กทม.จะเข้ามาปรับปรุงบ้านไม้สักทอง จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ให้คนรุ่นหลัง ศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์

พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า วันนี้ กทม.จะรื้อย้ายบ้านที่ผู้อาศัยที่ได้แจ้งความประสงค์ให้ กทม.เข้ารื้อย้ายสิ่งปลูกสร้าง 13 หลัง จากทั้งหมด 56 หลัง ในส่วนนี้ กทม.จะรื้อถอน 12 หลังเท่านั้น และจะอนุรักษ์บ้านไม้สักทองไว้ 1 หลัง ผู้อาศัยขนของใช้ออกจากบ้าน สำหรับบ้านไม้สักทอง กทม.ยินดีให้ชุมชนช่วยกันทำความสะอาดดูแลบ้านได้ แต่ไม่อนุญาตให้เข้าอยู่อาศัย กทม.จะพยายามรื้อบ้านทั้ง 12 หลังให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 วันนี้ เมื่อรื้อครบทั้ง 12 หลังจะยุติการรื้อทันที ในส่วนบ้านหลังอื่นๆ ที่เหลือ กทม.จะรื้อถอนต่อเมื่อผู้ที่พักอาศัยพร้อมและยินยอม กทม.ยังยืนยันว่าจะดำเนินการรื้อย้ายบ้านในชุมชนป้อมมหากาฬให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ ส่วนการตั้งคณะกรรมการร่วมหาทางออกตามที่ชุมชนเสนอประกอบด้วย กทม. กสม.และชุมชน จะนัดหารือหลังวันที่ 5 ก.ย.

ด้านนางอังคณา นีละไพจิตร ในฐานะ กสม. กล่าวว่า ขอขอบคุณ กทม.ที่เป็นตัวกลางให้มีการพูดคุย เพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ กสม.เคารพกฎหมาย แต่เรื่องชุมชนป้อมมหากาฬ น่าจะมีทางเลือกอื่นแทนการรื้อย้ายชุมชน โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่มานาน ในส่วนนี้ไม่ได้หมายถึงสิทธิการครอบครองที่ดิน แต่หมายถึงสิทธิการอยู่อาศัย รวมทั้งเพื่อการอนุรักษ์สถานที่ประวัติศาสตร์และการอยู่ร่วมกันของชุมชน ก่อนหน้านี้ได้หารือหลายหน่วยงาน ทั้งคณะกรรมการ ป.ป.ช. คณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ประชุมมีข้อสังเกตว่าทุกอย่างไม่ตายตัว แม้ว่า ป.ป.ช.มีคำสั่งให้รื้อ แต่กฎหมายสามารถปรับแก้ได้ และเราสามารถยื่นข้อเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งทางชุมชนเห็นว่า กทม.ควรชะลอการดำเนินการทั้งหมด เพื่อรอให้มีการปรับแก้กฎหมาย หลังจากนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการพหุภาคี เพื่อหารือว่าจะอนุรักษ์ชุมชนป้อมมหากาฬได้อย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายในชุมชนมีชาวชุมชนส่วนหนึ่งมาติดต่อขอให้ กทม.รื้อย้ายบ้านเพิ่มเติม 3-4 หลัง อยู่ระหว่างเจรจาเจ้าของบ้านขนย้ายได้ช่วงไหน สำนักการโยธา กทม. มีแผนรื้อย้ายบ้านที่ตั้งอยู่ในที่ดินตามกรรมสิทธิ์ของนายสมศักดิ์ นานา จำนวน 7-8 หลังบริเวณประตูระบายน้ำริมคลองหลอดวัดเทพธิดา เจรจากับเจ้าของบ้านแล้ว อยู่ระหว่างนัดหมายวันเวลาที่เหมาะสมในการดำเนินการรื้อย้าย คาดว่า จะดำเนินการให้เสร็จภายในเดือน ก.ย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้