รบ.ปลื้ม! องค์กรต่างชาติตบเท้ายกระดับไอซีทีไทย 1 ใน 4 อาเซียน

ข่าว

    รบ.ปลื้ม! องค์กรต่างชาติตบเท้ายกระดับไอซีทีไทย 1 ใน 4 อาเซียน

    ไทยรัฐออนไลน์

      3 ก.ย. 2559 18:36 น.

      รัฐบาลปลื้ม องค์กรต่างชาติตบเท้ายกระดับความพร้อมด้านไอซีทีไทย ขึ้นแท่น 1 ใน 4 อาเซียน ชี้ ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเปลี่ยนผ่านประเทศ จัดตั้งศูนย์ดิจิทัลชุมชน สร้างแม่ค้าท้องถิ่นให้เป็นนักการตลาดออนไลน์

      วันที่ 3 ก.ย. พลตรี สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ผลจากการที่รัฐบาลผลักดันการพัฒนาดิจิทัลเพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในหลายรูปแบบ เช่น พัฒนาโครงการพื้นฐานดิจิทัลให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ปรับเปลี่ยนภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล จัดตั้งสถาบันพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัลภาครัฐ ฯลฯ นั้น

      “หน่วยงานระดับโลกทั้งองค์การสหประชาติ เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม และมหาวิทยาลัยวาเซดะแห่งญี่ปุ่น ได้จัดอันดับความพร้อมด้านไอซีทีของไทยดีขึ้น โดยเฉพาะสหประชาชาติ ได้ประเมินว่า ไทยได้พัฒนางานด้านรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์อย่างจริงจัง ทำให้ในปี 2559 สามารถก้าวขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 77 จากทั้งหมด 193 ประเทศ เลื่อนขึ้นจากปี 2557 ถึง 25 อันดับ และเป็นลำดับที่ 4 ของอาเซียน” พลตรี สรรเสริญ กล่าว

      โฆษกรัฐบาล กล่าวต่อว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญอย่างมาก กับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะเทคโนโลยีดิจิทัล ในการเปลี่ยนผ่านประเทศ ทั้งเศรษฐกิจและสังคมไปสู่ยุค 4.0 เพื่อให้ไทยหลุดพ้นจากประเทศรายได้ปานกลาง เป็นประเทศที่มีรายได้สูง และคนไทยมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

      “รัฐบาลมีแผนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ครอบคลุมทั้งระดับประเทศและระดับชุมชน โดยในระดับชุมชนนั้น ขณะนี้ได้เร่งจัดตั้งศูนย์ดิจิทัลชุมชน ให้เป็นแหล่งเรียนรู้แก่ประชาชน ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อพัฒนาอาชีพ สร้างรายได้ เช่น เปิดสอนการทำแฟนเพจประชาสัมพันธ์สินค้าท้องถิ่น อบรมการใช้สมาร์ทโฟนเพื่อการค้าขายออนไลน์ ฯลฯ”

      ที่ผ่านมา มีการจัดตั้งศูนย์ดิจิทัลชุมชนต้นแบบขึ้นมาแล้ว 2 แห่ง คือ ศูนย์ดิจิทัลชุมชนสถาบันพัฒนาเยาวสตรี อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ และศูนย์ดิจิทัลชุมชนตำบลบ้านโต้น อ.พระยืน จ.ขอนแก่น ด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงไอซีที กศน. และบริษัทดีแทค ตามแนวทางประชารัฐ โดยมีผู้จบหลักสูตรแล้วหลายรุ่น สามารถสร้างร้านค้าออนไลน์ขายสินค้าท้องถิ่นหลายประเภท ทั้ง อาหาร งานฝีมือ ผลิตภัณฑ์ชุมชน เช่น ร้านส้มตำ ร้านผักผลไม้ ฯลฯ ช่วยเพิ่มรายได้มากขึ้นหลายเท่าตัว และขยายตลาดได้กว้างขวางขึ้น ไม่จำกัดอยู่แต่เฉพาะในท้องถิ่นเท่านั้น ทั้งนี้ รัฐบาลมีแผนที่จะเปิดศูนย์ดิจิทัลชุมชนต้นแบบในภาคกลาง ภาคใต้ และพื้นที่อื่น ๆ ที่มีศักยภาพ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างต่อเนื่องต่อไป

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม 2564 เวลา 09:01 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์