วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ผอ.รพ.มงกุฎฯ คาดผู้ต้องหาตับแตก อาจโดนฆาตกรรม แผนใส่ร้ายทำลายDSI

ผอ.รพ.มงกุฎฯ คาดผู้ต้องหาตับแตก อาจโดนฆาตกรรม แผนใส่ร้ายทำลายDSI

  • Share:

"นพ.เหรียญทอง" ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ โพสต์เฟซฯ คาดการเสียชีวิต "ธวัชชัย" อดีตจนท.ที่ดินพังงา อาจเป็นการฆาตกรรมที่มีเจ้าหน้าที่ภายในรู้เห็น หวังหวังทำลายชื่อเสียงของDSI ชี้สังคมอย่าเพิ่งด่วนพิพากษา เพราะจะมีคนได้ประโยชน์จากเหตุการณ์นี้

จากกรณีการเสียชีวิตของ นายธวัชชัย อนุกูล ผู้ต้องหา อายุ 66 ปี ชาว จ.ภูเก็ต อดีตเจ้าพนักงานที่ดินพังงา สาขาท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 1165/2559 ลงวันที่ 14 มิ.ย.2559 ได้กระทำอัตวินิบาตกรรม เสียชีวิตจากการผูกคอตายในห้องขังของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ(DSI) หลังจากต้องคดีปลอมแปลงโฉนดที่ดินและออกเอกสารสิทธิที่ดินโดยมิชอบหลายแปลงในจังหวัดภูเก็ต และพังงา มูลค่าหมื่นล้านนั้น

เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ใจความว่า "ได้โปรดแชร์เพื่อทราบทั่วกันว่า ผมและ รพ.มงกุฎวัฒนะ ไม่ได้ขัดแย้งอะไรกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดังที่เป็นข่าว เพียงแต่การแถลงการณ์ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อ 31 ส.ค.59 นั้น ทำให้นักข่าวและสังคมเกิดความสงสัยว่า ปัญหาตับแตกของ นาย ธวัชชัย อนุกูล ผู้ต้องหาของกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น อาจเกิดจากการปั๊มหัวใจ (Cardio-Pulmonary Resuscitation, CPR) ได้อย่างไร จนทำให้เป็นประเด็นที่ทำให้ผมในฐานะ ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ ต้องกลายเป็นผู้ตกอยู่ในสถานะที่ต้องตอบคำถามนักข่าว ซึ่งผมไม่เห็นด้วยกับการแถลงในประเด็นดังกล่าวของกรมสอบสวนคดีพิเศษและได้ชี้แจงผ่านทางเพจส่วนตัวของผมเองและตอบข้อซักถามนักข่าวเมื่อ 1 ก.ย.59 ไปแล้ว

เมื่อผมได้ทำหน้าที่ในฐานะ ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วันนี้ผมขอแสดงความคิดเห็นส่วนตัวในฐานะที่เคยเป็นเสนาธิการฝ่ายยุทธการและการข่าวว่า การเสียชีวิตของ นายธวัชชัย อนุกูล ผู้ต้องหาของกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น น่าจะเป็นการฆาตกรรมที่มีเจ้าหน้าที่ภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ รู้เห็นเป็นใจร่วมมือกับมือสังหาร โดยที่ผู้บริหารกรมสอบสวนคดีพิเศษมิได้รู้เห็น ทั้งนี้ เพื่อหวังผลกระทบทางตรงต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษและผู้บริหารกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อทำให้กรมสอบสวนคดีพิเศษและผู้บริหารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตกอยู่ในสถานะผู้ร้ายทางสังคม ทำให้คดีสำคัญยิ่ง ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษกำลังดำเนินการอยู่และเป็นคดีที่มีความสำคัญยิ่งกว่าคดีปลอมแปลงโฉนดที่ดินตามที่เป็นข่าวเสียอีก เพราะคดีปลอมแปลงโฉนดที่ดินจำนวนมูลค่ามหาศาลนั้น สามารถสืบสาวถึงผู้เกี่ยวข้องได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องสังหาร นายธวัชชัย อนุกูล เพื่อฆ่าปิดปากตัดตอนไปถึงผู้เกี่ยวข้อง โดยใช้สถานที่ภายในที่ตั้งของกรมสอบสวนคดีพิเศษเอง แต่คดีที่สำคัญยิ่งกว่าคดีปลอมแปลงโฉนดที่ดินนั้นเป็นคดีที่มีผลต่อความมั่นคงของชาติ

นายธวัชชัย อนุกูล เป็นเพียงแค่ตัวละครจากคดีปลอมแปลงโฉนดที่ดินที่บังเอิญมีความเหมาะสมที่จะนำไปสังหารเพื่อทำให้สังคมหลงทาง หลงทิศ ไปในทิศทางว่าผู้เกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงโฉนดที่ดินเป็นผู้บงการโดยได้รับความร่วมมือจากกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อทำให้กรมสอบสวนคดีพิเศษกลายเป็นหน่วยงานชั่วร้าย

ดังนั้น สังคมอย่าเพิ่งด่วนตัดสินพิพากษาให้กรมสอบสวนคดีพิเศษกลายเป็นผู้ร้ายทางสังคมนะครับ เพราะจะมีผู้ที่ได้ประโยชน์จากเหตุการณ์นี้ นำไปขยายผลให้นานาชาติไม่ยอมรับกรมสอบสวนคดีพิเศษแล้วจะขยายผลให้ลุกลามไปจนถึงกระทรวงยุติธรรม เพื่อหวังผลให้ตนเองนำไปใช้ในการขอลี้ภัยในคดีสำคัญยิ่งที่กรมสอบสวนคดีพิเศษกำลังดำเนินการอยู่ และคนร้ายในคดีที่สำคัญยิ่งนี้กำลังตกอยู่ในสภาพใกล้จนมุมแล้ว

ผมขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ผมไม่ได้ขัดแย้งอะไรกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผมกลับสนับสนุนให้กำลังใจกรมสอบสวนคดีพิเศษสืบหามือสังหารเพื่อสาวไส้ไปถึงผู้บงการเสียด้วยซ้ำ แต่ผมไม่ขอสนับสนุนกรมสอบสวนคดีพิเศษ หากมีพฤติกรรมปิดคดีโดยไม่เป็นธรรมกับนายธวัชชัย อนุกูล ผู้ต้องหาที่เสียชีวิต

ผมอยากให้สังคมได้ให้โอกาสกรมสอบสวนคดีพิเศษ ทำความกระจ่างในคดีการเสียชีวิตของ นายธวัชชัย อนุกูล เสียก่อนที่จะตัดสินว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นผู้ร้ายทางสังคมกันดีกว่าครับ

ด้วยความบริสุทธิ์ใจต่อสังคมและไม่ได้มองโลกสวยนะครับ"

ด้าน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.นพ.เหรียญทอง โพสต์ผ่านเฟสบุ๊กว่า ขอตั้งคำถามก่อนเลยว่าผลการตรวจสอบกรณีนายธวัชชัย เสร็จสิ้นแล้วเหรอ คนที่พูดมีข้อมูลมากน้อยแค่ไหน เป็นกรรมการตรวจสอบหรือไม่ การที่ออกมาพูด แล้วทำให้สังคมสับสน อยากถามว่าคุณเป็นมนุษย์ประเภทไหน สังคมต้องเลือกฟังข้อมูลเพราะคนที่ออกมาพูด ไม่ได้รู้ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ ตนก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ถึงไม่กล้าฟันธง และไม่เคยปฏิเสธกรณีดังกล่าว สิ่งที่สังคมตั้งคำถาม ถึงต้องเอาหน่วยงานกลางเข้ามาร่วมตรวจสอบ เพื่อให้กระจ่าง ที่สำคัญขนาดสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เป็นคนผ่าศพ ยังไม่กล้าพูดฟันธงอะไรอย่างนั้นเลย เหตุการณ์ผู้ต้องหาเสียชีวิตในห้องขังดีเอสไอกลายเป็นประเด็นสงสัย ดีเอสไอกับโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ก็ออกมาชี้แจง เพราะเป็นสองหน่วยงานมีเกี่ยวข้องเหตุการณ์

"ส่วนประเด็นประเด็นผลชันสูตรระบุว่า พบมีอาการตับแตก จึงเกิดเป็นข้อสันนิษฐานว่าอาจจะเกิดจากการช่วยชีวิตหรือไม่ ตนก็ได้สอบถามแพทย์หลายคนก็ระบุว่า ความน่าจะเป็นไปได้ก็มี ใช่ว่าไม่มีเลย นี่คือข้อเท็จจริง ส่วนที่โรงพยาบาลออกมาตั้งโต๊ะแถลงว่าเป็นไปไม่ได้เลย ตนไม่อยากไปสนใจอะไร แต่มาวิพากษ์วิจารณ์ วิเคราะห์กันอย่างโน้น อย่างนี้ มันทำให้องค์กรอื่นเสียหาย ทำไปเพื่ออะไร การออกมาพูดแบบนี้ ไม่ค่อยมีวุฒิภาวะ เป็นถึงนายพล เป็นถึงแพทย์ต้องมีจรรยาบรรณ หน้าที่ของโรงพยาบาลต้องชี้แจงว่า เกิดอะไรขึ้นช่วงกำลังช่วยชีวิตผู้ป่วยก็แค่นั้น ตอนนี้เหตุผู้ต้องหาเสียชีวิตเป็นคดีความ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลก็ต้องถูกสอบปากคำ คนของดีเอไอก็ต้องถูกสอบปาก ข้อเท็จจริงก็อยู่ในสำนวนการสอบซี่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ดำเนินอยู่จะพูดไปเพื่ออะไรไม่เข้าใจ ทั้งนี้ตนได้ให้นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ไปดูในข้อกฎหมาย ว่า ข้อความดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหายต่อองค์กรหรือไม่ ถ้าผิดก็จะต้องดำเนินคดี" พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้