'ไก่อู' เผย รบ.ลุยปราบโกงติดดาบ ศปท. หวังปราบคนโกงให้หมดไป

ข่าว

    'ไก่อู' เผย รบ.ลุยปราบโกงติดดาบ ศปท. หวังปราบคนโกงให้หมดไป

    ไทยรัฐออนไลน์

      3 ก.ย. 2559 11:46 น.

      รัฐบาลลุยปราบคอร์รัปชัน เพิ่มอำนาจศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) ติดตามรัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชนในกำกับ เผยสถานการณ์ทุจริตลดลงอย่างชัดเจน ผลสอบแล้วเสร็จ 62 ราย ไล่ออกไปแล้ว 8 ราย นายกฯ ห่วงเจ้าหน้าที่ระดับล่างติดร่างแห...

      เมื่อวันที่ 3 ก.ย. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้เห็นชอบที่จะเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของ ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) ให้ทำหน้าที่ประสานงาน เร่งรัด กำกับและติดตาม ให้รัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชนในกำกับของกระทรวง ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ รวมทั้งติดตามประเมินผลการดำเนินงานด้วย เช่นเดียวกับที่ดำเนินการในส่วนราชการระดับกรม ทั้งนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีมีบัญชาชัดเจนว่า การปราบปรามการทุจริตต่อรัฐ ต้องมิใช่เป็นเพียงแนวนโนบาย แต่ต้องลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังเป็นรูปธรรม ในทุกระดับ และมีประสิทธิภาพ โดยเมื่อมีข้อมูลรายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าข่ายถูกดำเนินการตรวจสอบ ก็จะแจ้งให้หน่วยงานต้นสังกัดทราบเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เมื่อดำเนินการแล้ว ก็รายงานผลมายัง ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เพื่อส่งให้หน่วยตรวจสอบ อาทิ ป.ป.ช. สตง. พิจารณาต่อไป หากมีความเห็นสอดคล้องกันและไม่อยู่ระหว่างการดำเนินการของ ป.ป.ช. ก็จะนำเรียนท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา หากความเห็นไม่สอดคล้องกัน หรืออยู่ในระหว่างการพิจารณาของ ป.ป.ช. ก็จะรอจนกว่าการดำเนินการของ ป.ป.ช. จะแล้วเสร็จ แล้วจึงนำเรียนนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป

      "ที่ผ่านมามีการประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ จำนวน 237 ราย หากรวมกับที่ประกาศล่าสุดเมื่อวันที่ 2 ก.ย. อีก 21 คน จะรวมเป็น 258 ราย ซึ่งในจำนวนนี้การดำเนินการทางวินัยของต้นสังกัดแล้วเสร็จ จำนวน 62 ราย มีผลทางวินัยให้ไล่ออก 8 ราย พ้นจากตำแหน่ง 25 ราย ที่เหลืออยู่ระหว่างการตรวจสอบกับ ป.ป.ช. ว่าผลการพิจารณาจะตรงกันหรือไม่" พล.ต.สรรเสริญกล่าว

      พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ยังฝากให้พิจารณาถึงกลไกที่เหมาะสมในการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ระดับล่างที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำทุจริต โดยที่ตนเองอาจมิได้เห็นด้วยแต่ไม่อาจขัดขืนการปฏิบัติตามคำสั่ง ท่านนายกฯ แสดงความห่วงใยเป็นพิเศษในกรณีดังกล่าว เพราะคาดว่าในบางกรณีเจ้าหน้าที่เหล่านั้นไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือร่วมรับผลประโยชน์ด้วย อย่างไรก็ตามต้องมีข้อมูลที่จะยืนยันได้ว่า มีความพยายามที่จะปกป้องผลประโยชน์ของชาติจากการทุจริตเหล่านั้น

      พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า จากการเพิ่มกลไกใหม่ คือ ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต หรือ ศปท. เข้าเป็นกลไกในทุกกระทรวง และมีการเกลี่ยอัตรากำลังและกำหนดตำแหน่งผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างชัดเจน ทำให้สถานการณ์การทุจริตลดลงอย่างชัดเจนตามผลสำรวจของหน่วยงานต่างๆ ทั้งนี้รัฐบาลมีเป้าหมายสำคัญในการปราบปรามการทุจริตคือ "คนโกงรายเก่าจะหมดไป คนโกงรายใหม่ต้องไม่เกิด และไม่เปิดโอกาสให้ได้โกง".

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม 2564 เวลา 15:10 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์