วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สร้างอัจฉริยะในยุคซอฟต์แวร์กินโลก HUAWEI CONNECT 2016 Shape the Cloud

นายแอนดรูว์ แมคอะฟี หัวหน้าทีมวิจัย มหาวิทยาลัย MIT Slone School of Management กล่าวในงานหัวเว่ย คอนเน็กซ์ 2016 ว่า ขณะนี้โลกกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงที่ 2ของยุคเครื่องจักร (Machine Age) อันเป็นเวลาที่พลเมืองโลกต้องเอาชนะข้อจำกัดทางด้านความคิด (Limited of our Mind) ให้ได้ และเทคโนโลยีคลาวด์ (Cloud) จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายดังกล่าว

ทั้งนี้ งานหัวเว่ย คอนเน็กซ์ 2016 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ส.ค.- 2 ก.ย. 2559 บนพื้นที่กว่า 18,000 ตารางเมตรของศูนย์การประชุม Expo Center เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยในปีนี้ไฮไลต์สำคัญที่หัวเว่ยพยายามส่งถึงผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 20,000 คนจาก 120 ประเทศทั่วโลกอยู่ที่แนวทางการสร้างความสำเร็จในยุคแห่งเทคโนโลยีคลาวด์ ภายใต้คอนเซปต์ Shape the Cloud

เขาระบุโลกได้รับบทเรียนจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมหลายร้อยปีก่อน เพราะแม้พลเมืองของโลกจะร่ำรวยขึ้น แต่ผลพวงจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม ก็ได้ทิ้งไว้ซึ่งปัญหามากมาย ทั้งมลภาวะที่เกิดขึ้นจากการใช้น้ำมัน การผลิตไฟฟ้า, การใช้แรงงานเด็ก และยังมีคนอีกเป็นจำนวนมาก ที่ถูกทิ้งให้ยากจนและไม่เท่าเทียม

ขณะที่ในช่วงที่ 2 ของยุคเครื่องจักรหรือในปัจจุบัน เรากำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ที่ว่า ทำอย่างไรจึงจะเอาชนะข้อจำกัดด้านความคิด (Limited of our Mind) ให้ได้

“เรากำลังอยู่ในยุคซอฟต์แวร์กินโลก เราใช้ซอฟต์แวร์ทำทุกอย่าง ย้อนหลังไปราว 15-16 ปีก่อน เราบอกซอฟต์แวร์ให้ทำในสิ่งที่เราต้องการ ให้แก้ปัญหา บอกเป็นขั้นเป็นตอน แต่ตอนนี้ซอฟต์แวร์คิดเองได้แล้ว ล่าสุดเมื่อเดือน มี.ค. ปีนี้ ซอฟต์แวร์สามารถเอาชนะมนุษย์ในการเล่นหมากล้อมได้สำเร็จเป็นครั้งแรก โดยคนพัฒนาซอฟต์แวร์ แค่เขียนโปรแกรมให้ซอฟต์แวร์เรียนรู้จากตัวอย่างของทุกการแข่งขันที่เกิดขึ้นในโลก จนในที่สุด ซอฟต์แวร์ก็เรียนรู้ที่จะเอาชนะด้วยตัวของมันได้สำเร็จ”

อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่าภายใต้อัจฉริยภาพแห่งซอฟต์แวร์ ยังคงต้องมีมนุษย์อยู่เบื้องหลังเสมอ เพราะมนุษย์มีหน้าที่สั่งให้เครื่องจักรคิด และด้วยคลาวด์เทคโนโลยี การบริหารจัดการข้อมูลในโลกยุคใหม่จะเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งด้านการจัดเก็บ ประมวลผล และแบ่งปันเพื่อสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นให้ได้ ด้วยความรู้

ทั้งนี้ คลาวด์ (Cloud) เป็นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความนิยมและถูกพูดถึงมาตลอดในช่วง 5 ปีให้หลังเพราะมันเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้การจัดเก็บข้อมูลทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุด ตัวอย่างง่ายๆของเทคโนโลยีคลาวด์ในยุคปัจจุบันสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ได้แก่ การใช้คลาวด์ในการจัดเก็บรูปภาพ อีเมล บัญชีรายชื่อบนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งไม่ว่าจะมีอุปกรณ์สื่อสารกี่ชนิด ก็จะสามารถเข้าถึงข้อมูลที่จัดเก็บไว้ทั้งหมดได้ทันทีทุกที่ โดยไม่ต้องถ่ายโอนข้อมูลผ่านอุปกรณ์ต่างชนิด

คลาวด์เข้ามามีบทบาทมากขึ้น หลังยุค 1990 ซึ่งเป็นยุคแห่งการปฏิวัติข้อมูลข่าวสาร (Information Revolution) อันทำให้ข้อมูลจำนวนมากหลั่งไหลอยู่รอบตัวเรา จนจำเป็นต้องบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ สามารถนำไปใช้ร่วมกันได้ และเป็นที่มาของยุคแห่งการปฏิวัติเพื่อความเป็นอัจฉริยะ (Intelligent Revolution) ในปัจจุบันซึ่งมีคลาวด์ เป็นเทคโนโลยีหลัก

นายเคน หู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของหัวเว่ย กล่าวว่า ในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า คอมพิวเตอร์รวมทั้งอุปกรณ์อัจฉริยะ (Smart Device) ที่เชื่อมโยงถึงกันทั่วโลก จะสามารถรวบรวมข้อมูลมหาศาลให้เกิดเป็น “มันสมองดิจิตอล” (A Digital Brain) ซึ่งจะพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา ไม่มีวันเสื่อมสภาพและจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความอัจฉริยะที่ผู้คนหรือแม้กระทั่งเครื่องจักรสามารถดึงออกมาใช้เมื่อใดก็ได้เพียงแค่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต.

3 ก.ย. 2559 09:57 ไทยรัฐ