สร้างอัจฉริยะในยุคซอฟต์แวร์กินโลก HUAWEI CONNECT 2016 Shape the Cloud

ข่าว

    สร้างอัจฉริยะในยุคซอฟต์แวร์กินโลก HUAWEI CONNECT 2016 Shape the Cloud

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

      4 ก.ย. 2559 05:01 น.

      นายแอนดรูว์ แมคอะฟี หัวหน้าทีมวิจัย มหาวิทยาลัย MIT Slone School of Management กล่าวในงานหัวเว่ย คอนเน็กซ์ 2016 ว่า ขณะนี้โลกกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงที่ 2ของยุคเครื่องจักร (Machine Age) อันเป็นเวลาที่พลเมืองโลกต้องเอาชนะข้อจำกัดทางด้านความคิด (Limited of our Mind) ให้ได้ และเทคโนโลยีคลาวด์ (Cloud) จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายดังกล่าว

      ทั้งนี้ งานหัวเว่ย คอนเน็กซ์ 2016 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ส.ค.- 2 ก.ย. 2559 บนพื้นที่กว่า 18,000 ตารางเมตรของศูนย์การประชุม Expo Center เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยในปีนี้ไฮไลต์สำคัญที่หัวเว่ยพยายามส่งถึงผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 20,000 คนจาก 120 ประเทศทั่วโลกอยู่ที่แนวทางการสร้างความสำเร็จในยุคแห่งเทคโนโลยีคลาวด์ ภายใต้คอนเซปต์ Shape the Cloud

      เขาระบุโลกได้รับบทเรียนจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมหลายร้อยปีก่อน เพราะแม้พลเมืองของโลกจะร่ำรวยขึ้น แต่ผลพวงจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม ก็ได้ทิ้งไว้ซึ่งปัญหามากมาย ทั้งมลภาวะที่เกิดขึ้นจากการใช้น้ำมัน การผลิตไฟฟ้า, การใช้แรงงานเด็ก และยังมีคนอีกเป็นจำนวนมาก ที่ถูกทิ้งให้ยากจนและไม่เท่าเทียม

      ขณะที่ในช่วงที่ 2 ของยุคเครื่องจักรหรือในปัจจุบัน เรากำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ที่ว่า ทำอย่างไรจึงจะเอาชนะข้อจำกัดด้านความคิด (Limited of our Mind) ให้ได้

      “เรากำลังอยู่ในยุคซอฟต์แวร์กินโลก เราใช้ซอฟต์แวร์ทำทุกอย่าง ย้อนหลังไปราว 15-16 ปีก่อน เราบอกซอฟต์แวร์ให้ทำในสิ่งที่เราต้องการ ให้แก้ปัญหา บอกเป็นขั้นเป็นตอน แต่ตอนนี้ซอฟต์แวร์คิดเองได้แล้ว ล่าสุดเมื่อเดือน มี.ค. ปีนี้ ซอฟต์แวร์สามารถเอาชนะมนุษย์ในการเล่นหมากล้อมได้สำเร็จเป็นครั้งแรก โดยคนพัฒนาซอฟต์แวร์ แค่เขียนโปรแกรมให้ซอฟต์แวร์เรียนรู้จากตัวอย่างของทุกการแข่งขันที่เกิดขึ้นในโลก จนในที่สุด ซอฟต์แวร์ก็เรียนรู้ที่จะเอาชนะด้วยตัวของมันได้สำเร็จ”

      อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่าภายใต้อัจฉริยภาพแห่งซอฟต์แวร์ ยังคงต้องมีมนุษย์อยู่เบื้องหลังเสมอ เพราะมนุษย์มีหน้าที่สั่งให้เครื่องจักรคิด และด้วยคลาวด์เทคโนโลยี การบริหารจัดการข้อมูลในโลกยุคใหม่จะเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งด้านการจัดเก็บ ประมวลผล และแบ่งปันเพื่อสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นให้ได้ ด้วยความรู้

      ทั้งนี้ คลาวด์ (Cloud) เป็นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความนิยมและถูกพูดถึงมาตลอดในช่วง 5 ปีให้หลังเพราะมันเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้การจัดเก็บข้อมูลทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุด ตัวอย่างง่ายๆของเทคโนโลยีคลาวด์ในยุคปัจจุบันสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ได้แก่ การใช้คลาวด์ในการจัดเก็บรูปภาพ อีเมล บัญชีรายชื่อบนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งไม่ว่าจะมีอุปกรณ์สื่อสารกี่ชนิด ก็จะสามารถเข้าถึงข้อมูลที่จัดเก็บไว้ทั้งหมดได้ทันทีทุกที่ โดยไม่ต้องถ่ายโอนข้อมูลผ่านอุปกรณ์ต่างชนิด

      คลาวด์เข้ามามีบทบาทมากขึ้น หลังยุค 1990 ซึ่งเป็นยุคแห่งการปฏิวัติข้อมูลข่าวสาร (Information Revolution) อันทำให้ข้อมูลจำนวนมากหลั่งไหลอยู่รอบตัวเรา จนจำเป็นต้องบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ สามารถนำไปใช้ร่วมกันได้ และเป็นที่มาของยุคแห่งการปฏิวัติเพื่อความเป็นอัจฉริยะ (Intelligent Revolution) ในปัจจุบันซึ่งมีคลาวด์ เป็นเทคโนโลยีหลัก

      นายเคน หู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของหัวเว่ย กล่าวว่า ในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า คอมพิวเตอร์รวมทั้งอุปกรณ์อัจฉริยะ (Smart Device) ที่เชื่อมโยงถึงกันทั่วโลก จะสามารถรวบรวมข้อมูลมหาศาลให้เกิดเป็น “มันสมองดิจิตอล” (A Digital Brain) ซึ่งจะพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา ไม่มีวันเสื่อมสภาพและจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความอัจฉริยะที่ผู้คนหรือแม้กระทั่งเครื่องจักรสามารถดึงออกมาใช้เมื่อใดก็ได้เพียงแค่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม 2564 เวลา 09:05 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์