วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนามพระ 04/09/59

พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ฐานแซม เนื้อแกมเขียว.

เปิด สนามพระวิภาวดี ด้วย ธรรมะ จาก หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม ว่า “ธรรมะ สอนให้คนรู้จักชนะตนเอง ไม่ใช่เอาชนะคนอื่น รู้จักมีปัญญารู้ ไม่ใช่อวดรู้ รู้จักปล่อยวาง ไม่ใช่ยึดติด รู้จักถ่อมตัว ไม่ใช่ถือตัว ถึงจะอยู่ได้อย่างมีความสุข”.....

ตามมาด้วย พระเครื่ององค์แรกของวันนี้ คือ พระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ใหญ่ ซึ่งเดี๋ยวนี้ รอนานมากกว่ามีองค์หน้าใหม่ๆปรากฏ วันนี้ กำนันมานะ คงวุฒิปัญญา ก็สร้างเซอร์ไพรส์ ส่ง พระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ใหญ่ มาให้สนามพระฮือฮา.....

เพราะนอกจากเป็นองค์ หน้าใหม่ ยังไม่ธรรมดา ยังเพอร์เฟกต์ มีทุกสิ่งอย่างที่เป็นจุดพิจารณา พระแท้ พระสวยแชมป์ ตามมาตรฐาน.....

เริ่มที่ พิมพ์พระ ที่ติดชัดลึก ฟอร์มทรงที่ได้สัดส่วน เนื้อมวลสารที่เข้มข้น การแตกลายงาที่งดงาม รักจีนเคลือบที่ร่อนหลุดตามอายุ และเทคนิคการลอกเปิดหน้าอย่างตั้งใจเผยให้เห็นองค์พระอย่างอลังการ ที่เหลือปล่อยไว้เป็นธรรมชาติ บอกถึงความ รู้คุณค่าการอนุรักษ์ นอกจากต้องติดดาวให้ ๕ ดวง ต้องยกย่องเป็นพระทรงค่า.....

มีคำถามจากคนไม่รู้ (คนรู้แล้วก็รู้อีกได้) ว่าทำไมต้อง ลอกรัก ก็ต้องเล่าถึง การลงรัก เคลือบองค์พระ เพื่อรักษาเนื้อพระไว้ ว่าเมื่อผ่านกาลเวลากว่า ๑๕๐ ปี รักบางส่วนจะร่อนหลุด เผยให้เห็น เนื้อใน ที่แตกเป็น ลายงา เพราะ เนื้อพระ ถูกรักห่อหุ้มคุ้มกันผิวเนื้อ ไม่ได้สัมผัสอากาศมานานนับศตวรรษ เมื่อมาได้สัมผัส ทำปฏิกิริยากับอากาศ จึงเกิดรอยปริ แตกระแหง (เรียกว่า แตกลายงา) เปรียบได้กับผิวเนื้อคน เมื่อได้สัมผัสอากาศหนาวโดยไม่มีเสื้อผ้าห่อหุ้ม ก็จะเกิดการเหี่ยวย่นให้เห็นทันตา เพราะอุณหภูมิแตกต่างกัน .....

แต่การร่อนหลุดตามธรรมชาติ ไม่สามารถกำหนดให้เห็นสภาพพิมพ์พระได้ตามต้องการ จึงต้องมีการลอกรักเพิ่ม และอีกประการสำมะคัญมากคือ ลอกรัก เพื่อให้เห็นเนื้อพระแท้ๆ ว่ามี พระแตก หัก ชำรุด อุดซ่อม หรือไม่ ซึ่งมีผลอย่างมากกับราคา.....

องค์ที่สอง ก็ พระสมเด็จ แต่เป็นกรุ บางขุนพรหม ซึ่งเป็น พิมพ์ฐานแซม เนื้อเขียว.....

ตรงนี้ ขออธิบายเรื่อง สีเนื้อ พระสมเด็จบางขุนพรหม ที่ แฟนคลับสนามพระวิภาวดี ซึ่งไม่รู้ไม่เคยเห็นเนื้อพระแท้องค์จริง ถามมาว่า มี เนื้อเขียว ด้วยหรือ และเขียวแบบไหน ประมาณใบไม้ เขียวสไปรท์ หรือเขียวมรกต.....

ว่า เนื้อพระสมเด็จ มี ปูนขาว เป็นหลัก ผสมกับมวลสารที่มีสีแตกต่างอยู่บ้างในสัดส่วนที่อาจทำให้สีขาวหม่นขึ้น บวกกับอายุเนื้อพระ ที่แปรสภาพไปตามกาลเวลา ยิ่งเป็นพระที่ถูกบรรจุไว้ในกรุ อย่าง พระสมเด็จบาง-ขุนพรหม สภาพพระ สีเนื้อ จึงมีความเปลี่ยนแปลง มองออกได้เป็นหลายเฉดสี เช่น เหลือง เทาเขียว น้ำตาล ฯลฯ ตามที่วัดบันทึกไว้.....

แต่ก็เป็นสีเจือๆจางๆ บนฐานของสีขาว ที่เรียกว่าแกมสีนั้นสีนี้ ที่บางองค์จะสังเกตเห็นได้ ก็ต้องอาศัยแสงสว่างและมุมหักเหที่ตกกระทบกับองค์พระ ไม่ใช่เห็นเป็นสีอื่นจะแจ้ง.....

จึงนำภาพพระสมเด็จบางขุนพรหมองค์นี้ ที่มี สีขาวแกมเขียว ที่ชัดเจนสุด มาให้ชม ว่า เนื้อเขียว ก็เขียวได้ประมาณนี้เท่านั้น.....

อีกองค์เป็น พระรูปเหมือนหล่อโบราณ พิมพ์ฐานสูง หลวงพ่อเดิม วัดหนองหลวง นครสวรรค์ จาก เฮียเกี๊ยก ทวีทรัพย์.....

ก็หาดูยาก เพราะเป็นองค์ที่ ตัดช่อชนวนเหลือ แบบพิเศษ เพราะ ไม่ตัดติดชิดฐานอย่างปกติ เจตนาของการตัดช่อชนวนแบบนี้ มองได้เป็น ๒ ลักษณะ คือ เจตนาตัดให้เหลือช่อชนวนยาว แบบพระยอดธง กับเป็นองค์พระที่หลุดจากช่อเอง โดยไม่ต้องตัด ซึ่งโบราณถือเป็นเคล็ดของ การหลุดรอดปลอดภัย.....

พระรูปหล่อรุ่นนี้สร้างออกที่วัดหนองหลวง มีแบบ ฐานสูง กับ ฐานเตี้ย ได้รับความนิยมสูง ราคาหลักแสน--ถ้านับอายุการสร้าง ถือเป็น รูปเหมือนรุ่นแรก เพราะสร้างก่อน รูปเหมือนปั๊มพิมพ์นิยม.....

ต่อไปคือ พระผงของขวัญ รุ่นแรก เคลือบแลกเกอร์ หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ.....

พระวัดปากน้ำ ชนิด มีเคลือบ นี้ หลวงพ่อสด ท่านคิดทำขึ้นเพื่อเป็นการแก้จุดอ่อนของ เนื้อพระรุ่นแรก ที่ทำจากผงพุทธคุณ ผสมดินสอพอง พวงมาลัยดอกไม้แห้ง และมวลสารศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีความอ่อนนิ่มชำรุดง่าย เมื่อถูกน้ำ เนื้อจะละลายกลายเป็นแป้ง หลุดแหว่งง่าย.....

พอท่านคิดสูตรรักษาเนื้อพระได้ ก็ประกาศให้ผู้ได้รับพระรุ่นแรกไป นำกลับมาแลกแบบองค์ต่อองค์ แต่ก็มีบางส่วนที่ไม่นำมาแลก จึงมีเหลือให้เห็นถึงปัจจุบัน เป็นองค์พระเนื้อผงขาวล้วนๆ ไม่มีเคลือบซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในสภาพสึกหรอลบเลือน หย่อนงาม.....

ในอดีตมีการแยกเล่น พระไม่มีเคลือบ เป็นรุ่น ๑ และ พระมีเคลือบเป็นรุ่น ๒ แต่ต่อมาเมื่อมีความนิยมมากขึ้น และ พระไม่มีเคลือบ มีน้อยหายาก จึงเล่นพระ มีเคลือบ รวมเป็น พระรุ่นแรก ไป.....

ปัจจุบันความนิยม พระรุ่นแรก “มีเคลือบ” ได้รับความนิยม สูงกว่า “ไม่มีเคลือบ” เพราะสวย และความคง ทนที่มีมากกว่า.....

องค์งามๆเคลือบเต็มร้อยอย่างองค์นี้ ได้ยินว่า กลับมาเล่นกัน เป็นล้าน แร้วจ้า--ใครที่เชื่อข้าพเจ้า ซึ่งบอกไปตั้งนานว่า พระผงวัดปากน้ำกำลัง รีเทิร์น ให้หาเก็บไว้ ถ้าขายแล้วกำไรดี อย่าลืมมาเลี้ยงกาแฟ .....

ต่อไปเป็น เหรียญรุ่นแรก พ.ศ.๒๔๖๕ บล็อกนิยม (โมมีไส้) หลวงพ่อฉุย วัดคงคาราม เพชรบุรี ของ เสี่ยพิเชษฐ์ เกียรติเดชวิทย์ (ใหม่ พุดดิ้ง) เจ้าของร้านขายยา เจ้าถิ่น ซึ่งภูมิใจสุดๆที่มีเหรียญหลักยอดนิยมอันดับ 1 ของบ้านเกิด.....n ที่สำคัญเป็นเหรียญสวยกริ๊บสภาพแชมป์ ที่พร้อมชนแชมป์ได้.....

หลวงพ่อฉุย เป็นพระอมตะเถราจารย์ของชาวเพชรบุรี เป็นพระอาจารย์ที่ หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ ให้ความเคารพศรัทธาสูงสุด จึงเห็นกันว่า หลัง หลวงพ่อแดง มรณภาพ พบ เหรียญหลวงพ่อฉุย รุ่นนี้ กลัดติดย่ามท่านอยู่เพียงเหรียญเดียว.....

อีกสำนักคือ เหรียญเสมา หน้าใหญ่ บล็อกนิยม พ.ศ.๒๔๘๕ (โค้ง) หลวงพ่อจงวัดหน้าต่างนอก อยุธยา สุดยอด ๔ พระเกจิอาจารย์ จาด จง คง อี๋ ที่มีชื่อเสียงเกียรติคุณสูงสุด ยุคสงครามอินโดจีน.....

ยังเลื่องลือกันถึงความเข้มขลังของ หลวงพ่อจง ที่แสดงวิชา โดยใช้หลอดยาสีฟันลงจารอักขระ แล้วเป่าพรวด ก็เป็นมหาอุด หยุดลูกปืน กระหน่ำยิงปืนหมดโม่ กระสุนไม่ออกซักนัด เป็นเรื่องเล่าตลอดคลองบางไทร--เจ้าของตะกรุด ยังเป็นกำนันอยู่ถึงวันนี้ และ เหรียญทรงเสมา รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้านหน้า เป็นรูปจำลองหลวงพ่อ นั่งเต็มองค์ มีบล็อกเดียว ด้านหลังมี ๒ บล็อก--ดูตรง ตัวเลข พ.ศ.ใต้ชื่อหลวงพ่อจง ถ้าตัวเลขเรียงเป็นแถวตรง เรียก พ.ศ.ตรง กับแบบ ตัวเลข พ.ศ.เรียงเป็นแถวโค้ง เรียก พ.ศ.โค้ง แบบเหรียญนี้ของ เสี่ยเด่น อยุธยา เป็นบล็อกนิยมสุด ราคาเหรียญนี้บอกมาว่า ๑.๕ ล้าน.....

เข้าสนาม พระใหม่ วันนี้ มีพระดี พิธีดัง มาแนะนำแบบเน้นๆ เพราะไม่อยากให้พลาด พระกริ่งอุบาเก็ง ๑๒ นักษัตร วัดทับไทร อ.โป่ง-น้ำร้อน จันทบุรี ที่จัดสร้างโดย หลวงพ่อสำราญ เจ้าอาวาส ซึ่ง สมเด็จพระมหาสังฆราชา (เทพวงศ์) แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นประธานกิตติมศักดิ์ มีพระนามประทับที่ฐาน “พระกริ่ง” เป็นครั้งแรก เพื่อสร้างประวัติศาสตร์ที่สาธุชน ไทย-กัมพูชา ที่มีความสัมพันธ์ทางพระพุทธศาสนามายาวนานร่วมกันสร้างขึ้น.....

โดยนำ พระกริ่งอุบาเก็ง (เขมร) มาเป็นต้นแบบ มีสัญลักษณ์ปีนักษัตร ศาสตร์แห่งการบูชาดวงชะตาราศีแบบพราหมณ์ มาประทับเป็นแผ่น ฐาน รวมพุทธศาสตร์ ๓ แผ่นดิน ศรีวิชัย ไทย กัมพูชา ไว้เป็นหนึ่ง เดียว ให้เป็นสุดยอดพระกริ่งแห่งยุคที่มีอานุภาพ คุ้มครองป้องกันภัย แก้ไขดวงชะตาคราวเคราะห์ (ปีชง) รวยทุกปี ดีทุกวัน.....

ทุกขั้นตอน ทำตามคำบัญชาของท่าน ตั้งแต่ การเททองหล่อ ที่มีความสำคัญ ๓ ส่วนคือ องค์พระ เม็ดกริ่ง แผ่นปิดฐาน ทำพิธีอธิษฐานจิตในพระอุโบสถ วัดทับไทร วัดอุณณาโลม และ วัดประสิทธิวงศ์ กรุงพนมเปญ ตลอดพรรษา แล้วจึงนำมาประกอบเป็นองค์พระเข้าพิธีมหาพุทธาภิเษกอีก ๓ วาระ.....

พิธียิ่งใหญ่เข้มขลังศักดิ์สิทธิ์มาก และยังเป็น พระกริ่ง ๑๒ นักษัตรรุ่นแรก ของ สมเด็จพระมหาสังฆราชา (เทพวงศ์) แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา จึงได้รับความสนใจ จากคนไทย-กัมพูชามาก จนวัดต้องกำหนดโควตา โดยเฉพาะชุดพิเศษ ที่มี พระบูชา ๕ นิ้ว กับ พระกริ่งประจำปี ๑๒ นักษัตร ราคา ๙,๙๙๙ บาท เกือบหมดแล้ว .....

สำหรับ สมเด็จพระมหาสังฆราชา (เทพวงศ์) นี้ สมเด็จฮุนเซน และชาวกัมพูชาให้ความศรัทธาสูงสุด เพราะมีพุทธาคมแก่กล้ามาก เห็นได้จากวันเททองหล่อ พระกริ่งอุบาเก็ง ๑๒ นักษัตร องค์ประธาน พระบูชา พระกริ่งนำฤกษ์ ที่วัดทับไทร พอท่านเดินออกจากปะรำพิธี (ไม่กางร่ม) ฝนที่ตกกระหน่ำ ก็หยุดสนิท และเมื่อท่านขึ้นยืนถือแผ่นทองอธิษฐานจิต ท้องฟ้าที่มืดเมฆะทมึน (พายุ) ก็เปิดช่องเป็นวงกว้างให้แสงอาทิตย์สาดส่องมาสว่างไสวไปทั่วพิธี เป็นที่ฮือฮาของทุกคน .....

ตอนนี้ การจัดสร้างถึงขั้นตอนนำ องค์พระกริ่ง เม็ดกริ่ง แผ่นนักษัตร (ปิดฐาน) เข้าพิธีไว้ ณ พระอุโบสถ วัดทับไทร วัดอุณณาโลม วัดประสิทธิวงศ์ กรุงพนมเปญ แล้ว จึงเปิดจองที่วัดทับไทร โทร.0-3944-7128-29 และ 06-2345-8954 หรือ บ.ธรรมคุณ (2016) ถนนวิภาวดี ซอย 17 (อาคารบ้านสวนจตุจักร) 06-2345-7879, 06-2345-7496 และศูนย์พระเครื่องทั่วประเทศ.....

เรื่องปิดท้ายวันนี้ เกิดขึ้นที่ราชบุรี ซึ่งมี ลุงลม้าย อดีตนักเลงใหญ่วัย ๗๑ ขวบ เศรษฐีท้องถิ่น เจ้าของที่นา ๓๐๐ ไร่ เป็นพระเอก.....

ตอนหนุ่มๆได้ชื่อว่าเป็นคนเจ้าชู้ ได้ฉายา “ขุนแผน” ประจำตำบล เที่ยวเตร่มีเมียไปเรื่อย เพราะเป็นหนุ่มรูปงาม ใจนักเลง เล่นพระ เล่นคาถา สักยันต์ ครบถ้วน จนอายุ ๓๕ จึงมีครอบครัวเป็นตัวเป็นตน ถูกพ่อจับแต่งกับ ป้ายุพิน ลูกสาวผู้ใหญ่บ้าน.....

ตอนแต่งพ่อตาให้สาบานว่าจะเลิกเจ้าชู้ แล้วจะยกที่ดิน ๓๐๐ ไร่ให้ แกก็รับคำ ทำตามสัญญา อยู่กันมาด้วยดีแต่ไม่มีลูก ถึงเมื่อ ๓ ปีก่อนเมียตาย แกก็ได้รับโอนที่ดิน ๓๐๐ ไร่มาเป็นชื่อตัว.....

ตกพุ่มม่ายมา ๑ ปี ก็มี ป้าสุดา ที่ผัวตาย ย้ายกลับมาอยู่บ้านเก่า ทำให้ ลุงลม้าย แอบชอบ พยายามเข้าไปตีสนิท แต่ ป้าสุดา ก็เฉยๆ.....

ลุงลม้าย ก็ใจร้อน คิดจะเผด็จศึก จึงนัดพรรคพวกมาตั้งวง พอเมาก็เรียก ตาชิต เพื่อนสนิท มากระซิบ ให้ดูต้นทาง มีอะไรกะโตกกะตาก ให้บอกทุกคนอยู่เฉยๆ ข้าจะย่องไปบ้านนางสุดา ปล้ำมันเป็นเมีย.....

ตาชิต ก็รับคำ แต่เตือนเพื่อนว่าอย่าทำรุนแรง เพราะอายุมากแล้ว ลุงลม้าย ตบอกเสื้อ บอก เออ ไม่รุนแรงหรอก ข้าจะใช้พระขุนแผน ใช้คาถามหาเสน่ห์ ให้มันยอมเอง ตาชิต ตบหลังเพื่อน ไปเลย ข้าเชื่อแกทำได้.....

แล้ว ลุงลม้าย ก็ย่องเข้าบ้านป้าสุดา หายไปค่อนคืน แต่เงียบกริบ ไม่มีเสียงป้าสุดาร้องให้ช่วยเพราะถูกปล้ำทำเมีย จน ตาชิต นึกในใจว่าเพื่อนเจ๋งวุ้ย.....

รุ่งขึ้นรีบมาฟังข่าว เห็น ลุงลม้าย อยู่บนบ้าน ก็เข้าไปแซว เป็นไง ได้เมียตอนแก่ แกนี่แน่จริง พระเครื่องคาถายังขลังเหมือนเดิม.....

ลุงลม้าย หน้าหงิก มองเพื่อนตากลับ ขลังที่ไหนล่ะ คาถาเสกแล้ว ไม่ช่วยเลย ที่เงียบกริบ เพราะ นางสุดา มันเอาไม้ตีข้าสลบ หลับสนิทถึงเช้า เพิ่งให้คนหามมาส่งเมื่อกี้--กลับมาแบบหมดตัวเพราะ พระขุนแผน ก็ถูก นางพิมพิลาไลย วัย ๖๐ ปลดเอาไปด้วย เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง

3 ก.ย. 2559 09:12 ไทยรัฐ