วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ผ้าไหมมูลนิธิศิลปาชีพ บุกตลาดเมืองแอลเอ

ผ้าไหมมูลนิธิศิลปาชีพ บุกตลาดเมืองแอลเอ

  • Share:

ชื่อเสียงผ้าไหมไทยโด่งดังในต่างประเทศมาเป็นเวลานานแล้ว เนื่องจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นำไปเผยแพร่จนได้รับ ความนิยมอย่างกว้างขวาง และยังได้รับการยอมรับในตลาดแฟชั่นต่างประเทศอีกด้วย

ส่งผลให้การจัดงานเพื่อแสดงความงดงามของผ้าไหมไทยและศิลปะการถักทอต่างๆ ที่เรียกว่า “Art of Thai silk” ณ นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา จึงประสบความสำเร็จอย่างสูงยิ่งอีกครั้งหนึ่ง

ทีมงานซอกแซก โดย “ฤทธิ์ ศิษย์ซูม” มีโอกาสเดินทางติดตาม นางภัทรพร สิทธิวนิช ผอ.ภูมิภาคอเมริกา และ นางรักจิตร์ กิตติคำรณ ผอ.กองข่าวสารท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย ไปเยี่ยมชมงานนี้ด้วย ขออนุญาตรายงานให้ท่านผู้อ่านรับทราบด้วยความภาคภูมิใจ

งานดังกล่าวถูกจัดขึ้นที่ สถาบัน Fashion Institute of Design and Merchandising หรือ FIDM ณ นครลอสแอนเจลิส ที่ว่ากันว่าเป็นตักศิลาแฟชั่นฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา

โดยมี นายธานี แสงรัตน์ กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส รับบทพ่องานใหญ่ พร้อมด้วย นายกิตติพงศ์ ประพัฒน์ทอง ผอ.ททท.สำนักงานแอลเอ ตัวแทนสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ในแอลเอ และชุมชนคนไทย คอยช่วยสนับสนุน

บรรยากาศการจัดงานที่สถาบัน FIDM ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคุณ บาร์บารา บันดี้ ผอ.สถาบัน FIDM เปิดโซนพื้นที่ ให้นำชุดผ้าไหม จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถมาจัดแสดง

พร้อมกันนี้ ยังสาธิตการทอผ้าไหมจาก นายพงศ์ชยุตม์ โพนะทา ผู้เชี่ยวชาญผ้าไหม แพรวา และทีมงาน จาก อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ ที่เรียกความสนใจจากนักเรียนสถาบันแห่งนี้ รุมล้อมถ่ายรูปและซักถามขั้นตอนการทำผ้าไหมด้วยความสนอกสนใจ

ไฮไลต์ที่เรียกเสียงฮือฮาภายในงานอยู่ที่การเดินแบบชุดผ้าไหมไทย บนเวทีแคตวอล์กของเหล่านางแบบอินเตอร์ในคอลเลกชั่น North บวก East จำนวน 24 ชุด ที่ นายวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ชาว จ.บุรีรัมย์ อดีตเด็กอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ที่จับพลัดจับผลูเข้าสู่วงการแฟชั่นระดับอินเตอร์ และเป็นผู้ออกแบบผ้าไหมชุดนี้

ปรากฏว่า เรียกเสียงปรบมือกึกก้องตลอดการเดินแฟชั่นโชว์ แขกเหรื่อต่างชมเปาะเป็น เสียงเดียวกันว่า ผ้าไหมไทยถูกออกแบบได้อย่างประณีตงดงาม และมีเอกลักษณ์โดดเด่น

วันถัดไป ทางท่านกงสุลใหญ่ได้จัดกิจกรรมเวิร์กช็อปให้แก่นักเรียนดีไซเนอร์ของสถาบันที่มาจากหลากหลายเชื้อชาติ อาทิ สหรัฐอเมริกา ยุโรป จีน ญี่ปุ่น โดยมี ดีไซเนอร์วิชระวิชญ์ สอนวิธีการย้อมผ้าไหมมัดหมี่ และออกแบบตัดเย็บทุกขั้นตอน

บรรยากาศการเรียนเป็นไปอย่างสนุกสนาน ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ผ้าไหมไทยมีความคลาสสิกสวยงาม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เหมาะที่จะต่อยอดสู่วงการแฟชั่นระดับโลก

เบื้องหลังความสำเร็จ ท่านกงสุลฯธานี เล่าให้ทีมงานซอกแซกฟังว่า จากการที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ ดำเนินโครงการศูนย์ศิลปาชีพ ส่งผลให้ผ้าไหมไทยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ในฐานะแอลเอเป็นนครหลวงของแฟชั่นอีกแห่งหนึ่งของโลก และมีสถาบัน FIDM ที่มีชื่อเสียงในวงการแฟชั่นอยู่แล้ว

ดังนั้น ทีมไทยแลนด์ที่ประกอบด้วยหน่วยงานต่างๆ จึงตัดสินใจนำผ้าไหมไทยมาเผยแพร่ต่อนักเรียนดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ให้รู้จักวัตถุดิบ

และผ้าไหมตระกูลต่างๆ อาทิ ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าไหมแพรวา สามารถนำไปออกแบบได้อย่างไร จึงเป็นที่มาของการเดินแฟชั่นโชว์ชุดนี้

อีกส่วนคือการทำกิจกรรมเวิร์กช็อป สอนประวัติความเป็นมาของผ้าไหมไทย มีกี่ชนิด ผลิตอะไรได้บ้าง เทคนิคการย้อมสี ก่อนลงมือปฏิบัติจริง เพื่อนำไปต่อยอดสร้างสรรค์ผลงานออกแบบชุดผ้าไหม

ส่วนโครงการปีต่อไป จะคัดเลือกนักออกแบบ 4 คน จากกิจกรรมเวิร์กช็อปครั้งนี้นำไป ภาคเหนือและภาคอีสานบ้านเรา ดูความเป็นมา ของอุตสาหกรรมผ้าไหมไทย กระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นทาง และความเก่งกาจของภูมิปัญญาชาวบ้านท้องถิ่นไทย

แม่งานสำคัญอีกคนคือ นางภัทรพร สิทธิวนิช ผอ.ภูมิภาคอเมริกา ททท. กล่าวด้วย ความภูมิใจว่า งานแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ประสบความ สำเร็จเป็นอย่างสูงในการเผยแพร่ผ้าไหมไทยสู่ตลาดระดับโลก

สอดคล้องกับปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในการก่อตั้ง มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ และพิพิธภัณฑ์ผ้า

ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงสนับสนุนการทอผ้าพื้นเมืองให้กลุ่มสตรีในชุมชนมีรายได้ และส่งเสริมความนิยมผ้าไทยให้มีความยั่งยืน

การจัดงานครั้งนี้ ททท.โปรโมตเรื่องเส้นทางผ้าไทย จึงนำผ้า “ไหมแพรวา” ที่ถือว่าเป็น ราชินีแห่งผ้าไหม จาก จ.กาฬสินธุ์ มาจัดแฟชั่นโชว์ และบุกเบิกตลาดใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาเป็นการเฉพาะ

โดยส่วนตัวของท่านจึงอยากให้ดีไซเนอร์ไทยกับนักเรียนดีไซเนอร์แห่งสถาบัน FIDM แลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน เพื่อต่อยอดพัฒนางานผ้าไหมไทยสู่เวทีแฟชั่นระดับโลกในอนาคต ซึ่งภาพรวมตลอดทั้งงานถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง

ตลอดระยะเวลา 2–3 วัน ที่ทีมงาน ซอกแซกสังเกตการณ์อยู่ในงานนี้ ต้องยอมรับ ว่า คนอเมริกาให้ความสนใจกับผ้าไหมไทยเป็นอย่างสูง และขอชื่นชมทีมไทยแลนด์ทุกท่าน ที่ช่วยโปรโมตผ้าไหม เมด อิน ไทยแลนด์

ให้เป็นที่นิยมไปทั่วเมืองลุงแซม ควบคู่กับแหล่งท่องเที่ยว และอาหารไทยที่ติดลมบน ไปเรียบร้อยแล้ว.


“ฤทธิ์ ศิษย์ซูม”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้