วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“ประยุทธ์” บนย่างก้าวต่อไป

การเมืองเรื่องเปลี่ยนผ่านยังมิอาจคาดการณ์ได้ว่าจะออกหัวออกก้อยยังไง จะใช้สูตรไหนเพื่อให้ราบรื่น “ประยุทธ์” จะก้าวไปสู่เก้าอี้นายกฯได้หรือไม่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย จะหาสูตรไหนรองรับ

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้

บนเส้นทางการเมืองในอนาคตข้างหน้าหลังการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปี 60 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะก้าวไปสู่เก้าอี้นายกฯต่อเนื่องนั้น

จะมองดูว่าง่ายก็ง่ายๆ จะมองดูยาก ดูก็ยากไม่ใช่น้อย

เพราะเงื่อนไขและสถานการณ์การเมืองมันเปลี่ยนแปลงไปมากกว่าสมัยที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกฯ 8 ปีนั้น แตกต่างกันมาก

มีความพยายามที่จะนำเสนอให้ใช้ “เปรมโมเดล” มาเป็นต้นแบบคงเป็นเรื่องยากก็อย่างที่ว่าเอาไว้นั่นแหละ...

เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

บุคลิกภาพของแต่ละคนก็เป็นเรื่องเฉพาะตัว ยากที่จะเหมือนกันได้

แม้คุณสมบัติหลายอย่างจะคล้ายหรือเหมือนกันบ้าง โดยเฉพาะความซื่อสัตย์สุจริต ตั้งใจจริงก็เป็น “อุดมการณ์” ที่ตรงกันเท่านั้น

ที่ยากสุดก็คือการเข้าสู่อำนาจต่อไปนี้เงื่อนไขสำคัญคงอยู่ที่กติกาที่จะเอื้อประโยชน์ในทางเป็นคุณมากน้อยแค่ไหน แม้มีความพยายามที่จะช่วยกันแล้วก็ตาม

สุดท้ายก็จะต้องเป็น “ประยุทธ์โมเดล” อย่างเดียว

เพราะแม้ว่าจะก้าวเข้าไปสู่ความเป็นนายกฯสำเร็จได้ แต่จะได้ใจจากนัก การเมืองและการยอมรับมากน้อยแค่ไหนตรงนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ

รูปการณ์ข้างหน้าถ้าได้เป็นนายกฯ ก็จะต้องทำงานร่วมกับนักการเมืองที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลก็มีความสำคัญไม่น้อย

นอกจากจะต้องมีอำนาจต่อรองที่มีเปอร์เซ็นต์สูงแล้วก็ต้องสร้างความยอมรับจึงจะไปด้วยกันได้

อีกทั้งรัฐธรรมนูญฉบับนี้หาใช่ว่าจะทำให้การบริหารประเทศเป็นไปได้อย่างราบเรียบ เพราะได้กำหนดให้ฝ่ายบริหารจะสามารถทำอะไรได้ง่ายๆ

เป็น “กติกา” ที่คุมเข้มและป้องกันนักการเมืองจนกระดิกตัวแทบไม่ได้

มีนักการเมืองบางคนระบุด้วยว่าหาก พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกฯ ก็ต้องเจอกับอุปสรรคจนไม่สามารถทำงานได้

ถึงที่สุดแล้วอาจจะต้องเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำไป

ขณะเดียวกัน พวกเขาก็พร้อมที่จะปล่อยมือให้บริหารไปเพื่อจะดูว่าถ้าทำงานไม่ได้ก็จะทำให้รัฐบาลไม่ต่างไปจาก “เป็ดง่อย” โดยไม่ต้องทำอะไรเลย

ไม่ต่างไปจากปล่อยให้ “ส้มหล่น” ไปเอง...

พูดง่ายๆ รอให้ “ส้มหล่น” จากนั้นก็จะเป็นทีของพวกเขา

ในสถานการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมานั้น “นักการเมือง” ถ้ายอมรับความจริงกันถือว่าเป็นตัว “ปัญหา” สำคัญที่ทำให้ประเทศเดินหน้าไปไม่ได้

หากเข้ามาบริหารประเทศไม่ว่าจะเป็นประชาธิปัตย์หรือเพื่อไทยก็ตามก็จะเกิดปัญหาการไม่ยอมรับอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง

ก็ต้องยอมปล่อยมือเพื่อให้ “ทหาร” ลองบริหารประเทศว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ถ้าไปไม่รอดหรือทำให้ประชาชนผิดหวัง...นั่นแหละจึงเป็นทางเลือกใหม่ที่นักการเมืองจะมีโอกาสอีกครั้ง

เพียงแต่ว่า “นักการเมือง” มีสำนึกที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน

เวลานี้นักการเมืองหลายคนเริ่มคิดกันอย่างนี้ หากคิดจะเล่นการเมืองต่อไปเว้นแต่จะเลิกรากันไปก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ว่ากันว่าแม้แต่นักการเมืองที่ก่อปัญหาเอาไว้ก็เริ่มคิดเพราะไม่มีทางเลือกอย่างอื่นขืนสู้ต่อไปด้วยวิธีการแบบเดิมๆ

ชาตินี้ก็ไม่มีทางที่จะประสบชัยชนะได้!!!

“ลิขิต จงสกุล”

3 ก.ย. 2559 08:23 ไทยรัฐ