วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ซือแป๋’ ปัดเปิดศึกศาลรธน. ปชป.ฉะมท.คุมล.ต. เต้นสับพวกเพ้อเจ้อ

“มีชัย” ปัดเปิดศึกงัดข้อศาล รธน. แม้จะต้องแก้ไข ก.ม.ลูกว่าด้วยศาล รธน.ก็คงไม่มีผลสะท้านสะเทือน เพราะมีความมั่นคงอยู่แล้ว ไม่โอเคข้อเสนอ สปท.ให้ คสช.คุมเลือกตั้ง ชี้ไม่ใช่หน้าที่ เล็งจัดสัมมนาเชิญนักการเมืองร่วมถกจุดบอดเลือกตั้ง นายกฯไม่ห่วงศาล รธน.ตีกลับเอกสารกรธ. 2 รอบ เชื่อเป็นผู้ใหญ่ทั้งนั้น เดี๋ยวก็คุยกันรู้เรื่อง “วิษณุ” ไม่สบายใจ ห่วงสังคมมองเล่นเกมสุมหัวยื้อโรดแม็ป แนะ กรธ.-ศาล รธน.อะลุ่มอล่วย เพื่อให้เดินไปตามโรดแม็ปโดยเร็ว มองข้อเสนอคสช.คุมเลือกตั้งสุ่มเสี่ยงถูกครหา ขณะที่ กกต.ค้านยุบ กกต.จังหวัด ด้าน “บิ๊กป้อม” ฉุนจะให้ คสช.ทำทุกสิ่ง สปท.ยังสับกันเอง ย้อนยุคให้ มท.จัดเลือกตั้ง ยิ่งทำให้โลกมองไทยประชาธิปไตยเหลือ จิ๊บจ๊อย ปชป.อัดซ้ำข้อเสนอเจาะเวลาหาอดีต อัปยศ-จ้องเชลียร์ นปช.ร่วมวงสับพวกเพ้อเจ้อ ควรไปพบแพทย์

หลายฝ่ายจับตาว่าจะกลายเป็นศึกงัดข้อกันหรือไม่ หลังจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ส่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ปรับปรุงแก้ไขบทเฉพาะกาลตามคำถามพ่วงให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา แต่กลับถูกตีกลับมาถึง 2 ครั้ง จนนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ.ออกอาการไม่สบอารมณ์ ระบุว่า คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอาจกระทำการขัดต่อรัฐธรรมนูญชั่วคราวนั้น

“มีชัย” ปัดเปิดศึกศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อวันที่ 2 ก.ย. เวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญรับเอกสารเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขตามผลการออกเสียงประชามติที่ กรธ.ส่งไปแล้ว ส่วนจะเริ่มนับ 1 เมื่อไหร่ก็เป็นกระบวนการของศาล เมื่อถามว่า กรธ.อาจจะมีการปรับเปลี่ยนแก้เรื่องการดำเนินการของศาลรัฐธรรมนูญในช่วงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ตรงนี้จะกลายเป็นการเปิดศึกกับทางศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ไม่ เพราะศาลเขามีความมั่นคงอยู่แล้วเวลาปฏิบัติหน้าที่ ไม่ต้องไปกังวลเขาเชื่อถือได้

ส่ายหัวข้อเสนอ คสช.คุมเลือกตั้ง

เมื่อถามถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มีข้อเสนอเกี่ยวกับการร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ให้ คสช.เข้ามาคุมการเลือกตั้ง นายมีชัยตอบว่า คสช.คงไม่ได้มีหน้าที่แบบนั้นข้อเสนอที่ให้กระทรวงมหาดไทยเข้ามาจัดการเลือกตั้งนั้น คิดว่าต้องดูเหตุผลที่เขาเสนอ ต้องฟังหลายๆฝ่าย เมื่อถึงเวลาอาจต้องจัดสัมมนาให้ทุกฝ่ายมาพูดคุยว่าเจอปัญหาอะไร และจะแก้อย่างไร เราต้องรับฟังผู้มีประสบการณ์ทั้งหลายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนักการเมืองด้วย เพราะจะรู้ดีว่าจุดอ่อนอยู่ตรงไหน ขณะนี้คณะอนุกรรมการของ กรธ.กำลังดูอยู่

“บิ๊กตู่” ชี้ผู้ใหญ่ทั้งนั้นเดี๋ยวก็คุยจบ

เมื่อเวลา 14.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความเห็นต่างระหว่าง กรธ. ศาลรัฐธรรมนูญ และ กกต. กรณีศาลรัฐธรรมนูญตีกลับเอกสารร่างรัฐธรรมนูญที่มีการปรับแก้ไขบทเฉพาะกาลถึง 2 ครั้งของ กรธ.ว่า เรื่องนี้ไม่ห่วง เดี๋ยวก็ต้องหาข้อยุติจนได้ ต่างก็เป็นผู้ใหญ่ด้วยกันทั้งนั้น เอาประเด็นวัตถุประสงค์ที่ต้องการว่าสุดท้ายคืออะไร ประเทศชาติจะได้อะไร เดี๋ยวเขาก็ตกลงกันได้เพราะเป็นผู้ใหญ่กันทั้งนั้น เมื่อถามว่า ไม่จำเป็นถึงขั้นที่นายกฯต้องเข้าไปสั่งการใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “จะไปยุ่งอะไรกับเขา ทำไมผมต้องเข้าไปเคลียร์หรือ ผมไม่ใช่เจ้ามือ ไม่ใช่กรรมการ ชอบเอาไปพันกัน ทุกอย่างเลยกลับมาที่ผมทั้งหมด เอาให้สุดท้ายก่อนแล้วค่อยมาถึงผม วันนี้ให้เขาทำกันก่อน”

กระเซ้าสื่อขอฝากประเทศไว้ก่อน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ที่เปิดโอกาสให้ซักถามเพราะเดี๋ยวจะไม่อยู่หลายวัน จะได้คิดถึงกัน จะไม่อยู่ 4-5 วัน เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะฝากอะไรช่วงที่ไม่อยู่ประเทศไทยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบสั้นๆว่า ฝากประเทศชาติไว้กับพวกคุณ เมื่อถามอีกว่า ช่วงนี้เหนื่อยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่มีเหนื่อย แข็งแรง เดินทางไปต่างประเทศไม่ใช่ไปเที่ยว แต่ไปทำงาน หนักกว่าอยู่ประเทศไทยเสียอีก

“วิษณุ” ห่วงคนด่ารวมหัวยื้อเวลา

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการตีกลับร่างรัฐธรรมนูญที่ กรธ. ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า อย่าไปทำให้มันยุ่งยากขัดแย้ง กรธ.ส่งไปแล้วถือว่าจบ ไม่มีอะไร เป็นปัญหาเรื่องเทคนิค ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวระบุว่าการส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญเป็นภาคบังคับ ไม่ได้ส่งไปเพื่อตีความ ไม่ส่งไม่ได้ ต่อให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และ กรธ.เห็นตรงกันเกี่ยวกับคำถามพ่วง ก็ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญและต้องรับเรื่องอยู่ดี ไม่รับไม่ได้ มาผิดหรือถูกก็ต้องรับ ถ้าไม่รับส่งกลับไปกลับมา แล้วเมื่อไรจะมีคนวินิจฉัย ทั้งนี้อาจมีข้อท้วงติงอะไรกันอยู่บ้างว่าทำไมเรื่องนี้ต้องมาปฏิบัติเหมือนเรื่องอื่นๆ หนักนิดเบาหน่อย ก็ควรทำให้มันอยู่ในขั้นตอนที่เดินได้โดยรวดเร็ว เดี๋ยวจะถูกสังคมตำหนิว่ายื้อเวลา ทำให้เวลาที่กำหนดไว้มันล่าช้า เมื่อถามว่า ต่อไปอาจต้องมีการแก้ไขอะไรหรือไม่ เพราะขนาด กรธ.ส่งเรื่องไปยังทำผิดเลย นายวิษณุตอบว่า นั่นเป็นการตัดพ้อ ต่อว่า เป็นเรื่องธรรมดา เพราะตัดพ้อเป็นดีกรีที่เบาที่สุด หนักกว่านั้นคือด่า เพราะเรื่องนี้ข่าวออกไปตามสื่อว่ายื้อกัน เหมือนสมคบกันยื้อเวลา เพื่อไม่ให้เป็นไปตามโรดแม็ป ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีคำชี้แจงเป็นเอกสารออกมา

คสช.คุมเลือกตั้งเสี่ยงถูกครหา

นายวิษณุยังกล่าวถึงข้อเสนอของ กมธ.ปฏิรูปด้านการเมือง สปท. ในการร่างกฎหมายลูกเกี่ยวกับพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง ส.ส.ว่า การจัดทำกฎหมายลูกเป็นอำนาจของ กรธ. จะทำอย่างไรก็แล้วแต่ คนอื่นจะผสมโรงช่วยเสนอแนะไม่เป็นไร วันหนึ่งรัฐบาลอาจเสนอแนะไปก็ได้ แต่ท้ายสุด กรธ.จะเป็นคนเคาะ คำเสนอแนะมีได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำ แค่พูดให้ฟัง ส่วนตัวมองว่าหลักการบางเรื่องสมัยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญปี 58 ดูเข้าท่า ไม่มีใครติ อาจนำมาประกอบการพิจารณาได้ด้วย สำหรับข้อเสนอให้ คสช.ลงพื้นที่ดูแลความเรียบร้อยในช่วงเลือกตั้งนั้น การใช้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และพลเรือน อาจทำให้เกิดการครหาได้ มีจุดล่อแหลมที่เสี่ยงอยู่เหมือนกัน

ยังไร้คำตอบปลดล็อก ลต.ท้องถิ่น

เมื่อถามว่า ก่อนมีการเลือกตั้งปี 60 ระหว่างทางจะมีการผ่อนปรนให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่เคยมีการพูดกันตรงๆ ถึงกำหนดเวลา แต่เคยนำมาประกอบการพิจารณาว่าจังหวะใดถึงจะเหมาะสม ถ้าเพราะเปิดให้มีการ เลือกตั้งท้องถิ่นแปลว่าต้องเปิดทางให้หาเสียง จะทำให้เกิดสิ่งแทรกซ้อนอะไรหรือไม่ เป็นปัจจัยที่คสช.ต้องเอาไปคิด ลำพังจะเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อไหร่ไม่เป็นไร มันคือมาตรการประชาธิปไตยทั้งนั้น แต่จะเลือกตั้งโดยไม่หาเสียงได้อย่างไร เพราะตอนนี้ไม่ได้เปิดโอกาส ยังห้ามชุมนุมเกิน 5 คนอยู่ จึงต้องคิดหน่อย เลยยังไม่มีคำตอบตรงนี้ แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาและมีข้อมูลทั้งหมดแล้วว่าถ้าเลือกตั้งท้องถิ่นเดือนใดจะเกิดผลอะไร

คาด 7 ก.ย. ศาล รธน.ลงมือวินิจฉัย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลรัฐธรรมนูญว่า สำหรับการพิจารณาคำร้อง กรธ.เรื่องร่างรัฐธรรมนูญซึ่งแก้ไขในส่วนที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับผลการออกเสียงประชามติประเด็นคำถามพ่วง เพื่อให้พิจารณาว่าเป็นการชอบด้วยกับผลการออกเสียงประชามติแล้วหรือไม่ โดยสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับคำร้องดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อย จึงเป็นไปได้ว่า การประชุมในวันที่ 7 ก.ย. หากที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้รับคำร้องไว้พิจารณา ตุลาการก็สามารถเริ่มอภิปรายได้ทันที อาจจะตั้งตุลาการประจำคดีที่อาจเป็นองค์คณะ 4 คน หรือทั้งองค์คณะ แต่คาดว่าการพิจารณาคำร้องดังกล่าวน่าจะเป็นการพิจารณาทั้งองค์คณะ อาจมีการประชุมเพื่ออภิปรายอย่างต่อเนื่อง เพราะถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ใช้เวลาการพิจารณาไม่ถึง 30 วัน หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยหรือให้ความเห็นออกมาอย่างใดอย่างหนึ่ง กรธ.ก็ต้องดำเนินการตาม เพราะเป็นสิ่งที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดไว้

ค้าน รธน.กำกับนโยบายพรรค

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการจัดสัมมนาหัวข้อ “นโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง : ข้อเท็จจริง ปัญหา และแนวทางแก้ไข” ให้กับนักศึกษาหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูงรุ่นที่ 7 (พตส.7) นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง กล่าวว่า การร่างรัฐธรรมนูญมีการพูดว่าจำเป็นต้องใช้กฎหมายเข้ามาควบคุมการเสนอนโยบายของพรรค เพื่อไม่ให้มาสร้างปัญหาให้กับประเทศ แต่ตนกลับเห็นว่าการที่จะทำให้พรรคเสนอนโยบายที่ดีต้องมาจากการกดดันของประชาชน สื่อต้องติดตามอย่างเข้มข้น ควรจะมีหน่วยงานวิเคราะห์งบประมาณของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อมาวิเคราะห์นโยบายของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ว่า นโยบายดังกล่าวจะใช้งบประมาณในการดำเนินการเท่าใด และจะสร้างความเสียหายเกิดขึ้นอย่างไร

“เจษฎ์” ชี้วางกติกาให้รับผิดชอบ

นายเจษฎ์ โทณะวณิก ที่ปรึกษา กรธ. กล่าวว่า แนวทางร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในเรื่องพรรคการเมืองมีเสรีภาพในระดับที่เหมาะสม มีขื่อแปที่จะดำเนินงานร่วมกัน ทำให้พรรคต้องมีความรับผิดชอบในการเสนอนโยบายที่เป็นสัญญาประชาคม และมีการกำหนดว่าเมื่อเป็นรัฐบาลแล้วนโยบายสร้างความเสียหาย คณะรัฐมนตรีที่ร่วมเห็นชอบจะต้องรับผิดชอบร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย ยืนยันว่า ร่างรัฐธรรมนูญของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ไม่ได้มีความคิดที่จะออกแบบให้พรรคการเมือง หรือรัฐบาลอ่อนแอ ความเข้มแข็งของรัฐบาลหรือพรรคการเมืองไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ว่ามีพรรคมากหรือน้อย แต่อยู่ที่นโยบายของพรรคว่าดีกับประชาชนหรือไม่ ซึ่งต้องทำให้ประชาชนมองนโยบายพรรคสำคัญ ถ้าจะเรียกร้องให้พรรค การเมืองเปลี่ยน ประชาชนก็ต้องเปลี่ยนด้วย

กกต.ไม่เอาด้วยยุบ กกต.จังหวัด

ช่วงบ่าย ที่สำนักงาน กกต. นายธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาธิการ กกต. แถลงว่า ที่ประชุม กกต.ได้พิจารณากรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. เร่งรัดให้ กกต.ส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวการเลือกตั้ง 4 ฉบับให้ กรธ.ภายใน 2 สัปดาห์ โดยรับทราบการยกร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับเสร็จสิ้นแล้ว แต่ กกต.เห็นว่าจำเป็นต้องพิจารณาร่างกฎหมายให้รอบคอบและสอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร โดยที่ประชุมจะนำร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาอีกครั้ง สำหรับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. จะเสนอที่ประชุมพิจารณาในวันที่ 6 ก.ย. ส่งให้ กรธ.ได้ภายใน 15 ก.ย. ส่วนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. จะเสนอที่ประชุมพิจารณาในวันที่ 20 ก.ย. และจะส่งให้ กรธ.ได้ในสิ้นเดือน ก.ย. ส่วนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. จะเสนอที่ประชุมพิจารณา 27 ก.ย. และเสนอ กรธ.ได้ไม่เกินสัปดาห์แรกของต้นเดือน ต.ค. ยืนยันว่า กกต.ไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งพิจารณาให้เสร็จโดยเร็ว เมื่อถามว่า ในร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. มีการยกเลิก กกต.จังหวัด ตามข้อเสนอของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูประเทศด้านการเมือง สปท.หรือไม่ นายธนิศร์ตอบว่า กกต.ยกร่างฯเป็นไปตามข้อเสนอของ กกต. ไม่มีเรื่องการยุบ กกต.ประจำจังหวัด แต่การจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรเป็นสิทธิ์ของ กรธ.ที่จะพิจารณา

“บิ๊กป้อม”ฉุนจะให้ คสช.ทำทุกสิ่ง

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึง ข้อเสนอของนายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิก สปท. ที่เสนอให้กระทรวงมหาดไทยเข้ามาจัดการเลือกตั้งว่า เรื่องนี้อย่ามาถามตน เพราะยังไม่เกิดขึ้น เป็นเรื่องของรัฐบาลชุดใหม่ ถ้าอยากจะคิดก็ให้คิดไป ส่วนที่จะให้ คสช.ดูแลความปลอดภัยช่วงการเลือกตั้งนั้น คสช.มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยของทั้งประเทศให้มีการเลือกตั้งได้อยู่แล้ว และ กกต.ต้องดูแลการเลือกตั้ง หลังจากเลือกตั้งเสร็จแล้ว คสช.ก็จะปล่อยเป็นหน้าที่ของรัฐบาลชุดใหม่เป็นผู้ดูแล ข้อเสนอดังกล่าว ในที่ประชุม คสช.ไม่มีใครพูดถึงประเด็นนี้เลย แต่ถ้าอยากทราบรายละเอียดในประเด็นนี้ก็ต้องไปถามคนที่เสนอมาเอง ตนไม่รู้ และต่อไปนี้ห้ามถามแบบนี้ เพราะไม่ใช่เรื่องที่เอาเรื่องคนนั้นมาถามคนนี้ คิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับความมั่นคง ถ้ามีอะไรเกี่ยวกับความมั่นคง แล้วเกิดความไม่สงบค่อยมาถามตน

“วันชัย” อ้างตกผลึกทุกสีทุกพรรค

ด้านนายวันชัย สอนศิริ โฆษก กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. กล่าวถึงข้อเสนอในบทเฉพาะกาล ให้ คสช.เข้ามาร่วมกับ กกต. จัดการเลือกตั้งครั้งต่อไปว่า ข้อเสนอนี้มาจากการตกผลึกที่เห็นร่วมกันใน กมธ. ที่ประกอบไปด้วยบุคลากรจากทุกพรรค ทุกสี ที่อยากเห็นการเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม อยากให้การเลือกตั้งในปี 60 เป็นตัวอย่างให้การเลือกตั้งครั้งต่อๆไปในอนาคต ข้อเสนอนี้ไม่จำเป็นต้องไปเดินสายถาม หรือคุยกับนักการเมืองอีกแล้ว เพราะเป็นข้อเสนอที่ดี ประชาชนต้องการ นักการเมืองก็ต้องการ เว้นไว้แต่นักการเมืองที่ต้องการเข้าไปซื้อเสียง ทุจริตเลือกตั้งที่อาจไม่ชอบ ส่วนกรณีที่ กรธ.บอกว่าต้องไปรับฟังความคิดเห็นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนักการเมืองก่อนนั้นข้อเสนอนี้ของ กมธ.การเมือง ไม่ค่อยจะเกี่ยวกับกฎหมายลูกที่ กรธ.กำลังทำสักเท่าไหร่ กรธ.จะเอาหรือเปล่า เขียนเป็นกฎหมายหรือไม่ แต่ กมธ.ต้องการส่งข้อเสนอตรงไปยัง คสช. เพื่อให้เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ คสช.จะได้มีผลงานเป็นที่ยอมรับ

พร้อมลุยไฟไม่หวั่นกระแสต้าน

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. กล่าวว่า ใน กมธ.มีตัวแทนจากฝ่ายการเมืองอยู่แล้วหลายคน ข้อเสนอของเราว่ากันด้วยเหตุผล ที่ต้องการจะแก้ปัญหาการเมืองแบบเดิมๆ วันนี้ต้องกล้าตัดสินใจว่าอะไรจะทำให้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นหมดไป กมธ.ไม่กลัวกระแสต่อต้านจากภายนอก ถ้าไปกลัววังวนแบบเดิมๆจะกลับมาอีก ทั้งนี้ถ้าหากใครมีข้อเสนอที่ดีก็เสนอไป แต่คนที่จะจัดทำคือ กรธ. และยังต้องส่งต่อให้ สนช.พิจารณาอีก ต่อจากนี้ใครมีข้อเสนอก็ต้องทำตามกระบวนการ จะปรับแก้รับข้อเสนอหรือไม่รับ ก็เป็นเรื่องของ กรธ.

นายสมพงษ์ สระกวี กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท.กล่าวว่า พรรคการเมืองไม่ค่อยสนใจเนื้อหารายละเอียด ไปสนใจแต่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.จะตั้งพรรคหรือไม่เท่านั้น ข้อเสนอของ กมธ.ที่เสนอไป หัวใจต้องการปฏิรูปพรรคการเมือง อยากให้เป็นพรรคการเมืองของประชาชนไม่ใช่ของนายทุน ทางเราพร้อมลุยไฟไม่กลัว เพราะเราตอบเหตุผลได้

“นิกร” จวกทำ ปชต.เหลือเศษเสี้ยว

นายนิกร จำนง กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท.กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอให้กระทรวงมหาดไทยมีส่วนร่วมจัดการเลือกตั้ง เหตุผลของข้อเสนอนี้มาจากการที่ กกต.จัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ. 57 ไม่สำเร็จ จึงมีผู้เสนอให้กระทรวงมหาดไทยมาช่วยเพราะมีกำลังคนพร้อม แต่ประสบการณ์ทางการเมืองกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ตนสัมผัสมาแล้วว่า รมว.มหาดไทย ที่มีสังกัดพรรคการเมือง จะมีอำนาจและอิทธิพลสูง จะกดดันบุคลากรในพื้นที่จนทำให้การเลือกตั้งไม่ชอบธรรมได้ ข้อเสนอนี้จะทำให้เสียมากกว่าได้ เราพัฒนาประชาธิปไตยมาแล้ว จะกลับไปแบบเดิมไม่ได้ และไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะเขียนในบทเฉพาะกาล ให้ คสช.เข้ามามีบทบาทควบคุมจัดการเลือกตั้งร่วมกับ กกต.ในปี 2560 จะทำให้ทุกอย่างเสียไปทั้งระบบ เราจะตอบสังคมโลกอย่างไร ลำพังตอนนี้เรามีประชาธิปไตยเพียงครึ่งใบ หากให้ คสช.มาช่วยจัดเลือกตั้งอีก ประชาธิปไตยจะเหลือเพียงแค่เสี้ยวใบ

ซัดลักไก่ชงข้อเสนอไม่สะเด็ดน้ำ

นายนิกรกล่าวอีกว่า ข้อเสนอของ กมธ.ขับ เคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. ใช้มติเสียงข้างมากในการรับรองข้อเสนอ แต่ตัวแทนฝ่ายการเมืองมีน้อย จึงทำให้บางประเด็นเสียงสู้ไม่ได้แต่ข้อเสนอในบทเฉพาะกาลตนยืนยันว่า ไม่มีการนำมาพิจารณาในที่ประชุม กมธ.เพื่อขอมติ เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของสมาชิก สปท.บางคนเท่านั้น รายงานข้อเสนอแนะการร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.ที่ออกไปจึงมีหลายระดับ ไม่ใช่ทุกประเด็นที่เห็นชอบร่วมกันทั้งหมด และรายงานฉบับดังกล่าวยังไม่สะเด็ดน้ำ ต้องรอการพิจารณารอบสุดท้ายร่วมกับรายงานข้อเสนอแนะเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองอีก ในการประชุม กมธ.การเมือง วันที่ 6 ก.ย.นี้อีกครั้งก่อนจะนำเข้าสู่การอภิปรายของที่ประชุมใหญ่ สปท.ต่อไป

ปชป.สวดแนวคิดถอยหลังไปไกล

ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณี กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. เสนอให้กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้จัดการเลือกตั้ง โดยมี กกต.คุมอีกชั้นนั้น ตามเจตนารมณ์ที่กำหนดให้องค์กรอิสระอย่าง กกต.มาจัดการเลือกตั้ง ก็เพราะมีความอิสระ เป็นกลาง แต่ถ้าเป็นกระทรวงมหาดไทยจัด เกรงว่า ความเป็นกลางทางการเมืองจะสู้องค์กรอิสระไม่ได้ เช่น ถ้าเกิดมีพรรคการเมืองหนึ่งกำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย เขาก็จะใช้อำนาจแฝงสั่งผู้ว่าฯ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านได้ และอาจมีผลต่อการเลือกตั้ง ข้อเสนอนี้จึงถอยหลังไปมาก หาก กรธ. จะว่าตาม สปท. ก็ไม่มีปัญหา แต่ที่ผ่านมาเราเปลี่ยนผู้จัดเลือกตั้งจากกระทรวงมหาดไทย เป็นองค์กรอิสระเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องความเป็นกลาง ให้มีความเที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง จึงเห็นว่าให้ กกต. จัดการเลือกตั้งเหมือนเดิมจะดีกว่า

เสนอเรื่องอัปยศเชลียร์เกินงาม

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้าให้กระทรวงมหาดไทยจัดการเลือกตั้งแล้วจะมี กกต.ไว้ทำไม หรือ กกต.ที่มีอยู่ทำหน้าที่ล้มเหลวมากจนถึงต้องให้มหาดไทยกลับมาทำหน้าที่นี้แทน และจะเป็นการย้อนยุคไปสู่มาเฟียคลองหลอดในอดีต ที่มีโกงการเลือกตั้งอย่างโจ๋งครึ่มอีกหรือไม่ และเชื่อหรือว่าการเลือกตั้งจะบริสุทธิ์ เที่ยงธรรมถามตรงๆว่านายเสรีรับงานใครมาหรือไม่ ส่วนข้อเสนอที่อัปยศที่สุดของ สปท. คือให้ คสช.ควบคุมและดำเนินการเลือกตั้งร่วมกับ กกต. เป็นข้อเสนอที่เชลียร์คณะรัฐประหารจนเกินพอดี ควรให้ กกต.เป็นผู้ดำเนินการก็เฉียบขาดพอแล้ว ส่วนบรรดา สปท. สนช.และคณะทำงานที่อยู่เบื้องหลัง ที่เอาใจ คสช.ในขณะนี้ คสช.ควรทำบัญชีล่วงหน้าให้เป็น ส.ว.กันทุกคนหากครบจำนวน 250 คนแล้ว ควรทำอีกบัญชีหนึ่งเตรียมให้คณะรัฐประหารชุดต่อไปแต่งตั้งเป็นสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งชุดต่อไปได้เลย เพื่อป้องกันการวิ่งเต้นในอนาคต

ยุบ กกต.จังหวัดแก้ปัญหาผิดจุด

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ข้อเสนอของ กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. ให้ยกเลิก กกต.จังหวัด เพื่อให้ กกต.กลางมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการมีอำนาจสั่งให้ฝ่ายทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครองกระทรวงมหาดไทยมาเป็นผู้ช่วยเหลือจัดการเลือกตั้ง ว่าปัญหาจริงๆไม่ได้อยู่ กกต.จังหวัด แต่อยู่ฝ่ายสืบสวนสอบสวนของ กกต.ที่ทุจริตเรียกรับเงิน จึงไม่เห็นด้วยที่จะยุบ กกต.จังหวัด แต่ต้องไปแก้ข้อพกพร่องคือต้องตัดชุดสืบสวนของ กกต.ที่ทุจริต ส่วนข้อเสนอใช้ฝ่ายปกครอง ครู ตำรวจ ทหารมาช่วยงานนั้นปกติก็ใช้หน่วยราชการเหล่านี้อยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ตัวหลัก หากทำตามข้อเสนอสังคมจะสงสัยในความเป็นกลาง

นปช.เหน็บพวกเพ้ออาการหนัก

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่าข้อเสนอของ สปท.กับนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสปช.นั้นไม่ใช่เรื่องญี่ปุ่นโมเดล แต่คือประชามติโมเดล เพราะการห้ามเปิดเวทีปราศรัย เคลื่อนไหวรณรงค์ การให้กระทรวงมหาดไทย ตำรวจ ทหาร จัดการเลือกตั้ง หมายถึงยึดอำนาจนี้กลับไปเป็นของ คสช.ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วในการลงประชามติ และบรรดาหางเครื่องทั้งหลายคิดว่าผลคะแนนคือชัยชนะครั้งใหญ่ ข้อเสนอแบบนี้เกิดจากความเชื่อว่าวิธีการดังกล่าวจะทำให้ได้ผลการเลือกตั้งตามที่ต้องการ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าผู้มีอำนาจจะไม่ขานรับ เพราะยิ่งกว่าเปิดถ้วยแทงว่าโรดแม็ปของจริงคือการสืบทอดอำนาจ เชื่อว่าคงมีวิธีการที่โฉ่งฉ่างน้อยกว่านี้ ทั้งนี้ไม่ได้พูดเพื่อผลประโยชน์ของนักการเมือง แต่ต้องสร้างเวทีที่เป็นมาตรฐานสากล แล้วให้กระบวนการประชาธิปไตยคัดกรองคุณภาพตัวแทนประชาชน ไม่ใช่ให้คนที่ไม่เคยขึ้นเวทีมาชี้ว่าประชาชนไม่มีคุณภาพ จริงๆถ้าคนพวกนี้รู้สึกไม่สบายก็ควรไปปรึกษาแพทย์ ไม่ควรปล่อยให้พิษไข้ทำให้เพ้อได้ขนาดนี้

จี้สอบรัฐบาลชุดเว้นภาษีคดี ปรส.

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า ตามที่ศาลฎีกามีคำตัดสินให้ผู้บริหารขององค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) มีความผิด เอื้อประโยชน์ให้ผู้ที่ประมูลได้ โดยให้ผู้ประมูลได้ นำกองทุนรวมที่จัดตั้งขึ้นใหม่มาเซ็นสัญญาแทนชื่อผู้ที่ประมูลได้จริง ทั้งๆ ที่เลยกำหนดวันเซ็นสัญญาไปแล้ว เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้จากกำไรมหาศาลนี้ ทั้งนี้รัฐบาลในขณะนั้นได้มีการออกกฎหมายใหม่เพื่ออนุญาตให้ละเว้นภาษีเงิน ได้แก่กองทุนรวมเหล่านี้ แต่ขณะนั้นกฎหมายยังออกไม่เสร็จในช่วงที่มีการประมูล จึงมีการอนุญาตให้นำกองทุนรวมที่ตั้งใหม่นี้มาเซ็นสัญญาแทนได้ ทั้งที่เลยกำหนดเวลาไปแล้ว เป็นการเอื้อประโยชน์อย่างชัดเจน เชื่อได้ว่าน่าจะมีผู้ไดัรับประโยชน์อย่างมหาศาล โดยเฉพาะนักการเมืองในรัฐบาลขณะนั้น ดังนั้นในเมื่อผู้บริหารของ ปรส. มีความผิดที่ทำรัฐเสียหาย แล้วรัฐบาลที่ออกกฎหมายใหม่ให้เว้นภาษีเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกองทุนรวมเหล่านี้ จะมีความผิดด้วยหรือไม่ อยากให้สืบสวนว่าใครได้ประโยชน์จากการนำซากประเทศที่กำลังย่ำแย่มาขายถูกๆแล้วยังไม่ต้องเสียภาษีในขณะนั้น นอกจากนี้ยังอยากให้เร่งดำเนินคดีโครงการสวนปาล์มในประเทศอินโดนีเซียที่มีข้อกล่าวหาว่าทุจริตกันอย่างมาก ซึ่งเรื่องยังค้างอยู่ที่ ป.ป.ช.

นายกฯถก คตช.ปลุกล้างโกง

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) เป็นประธานการประชุม คตช. โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะเลขานุการ ศอตช.แถลงว่า ที่ประชุมศตช.เห็นชอบแนวทางที่ ศอตช.เสนอเพิ่มศักยภาพศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) ในวงราชการ ให้ ศปท.ทำหน้าที่ตรวจสอบเปรียบเทียบการดำเนินการทางวินัย กรณีประชาชนหรือ ศอตช.เกิดความสงสัย หากผลสอบไม่ตรงกันต้องปรับแก้คำสั่งและคนที่มีหน้าที่ตรวจสอบต้องชี้แจง ทั้งนี้การตรวจสอบทุจริตจะขับเคลื่อนบน 3 แนวทางคือ ถ้าไม่ปรากฏตามที่ร้องเรียนให้ยุติเรื่อง ถ้ากระทำผิดจริงต้องแก้ไขให้เรียบร้อย ส่วนเจ้าหน้าที่กระทำผิด ทาง ป.ป.ท.จะดำเนินการตามกฎหมาย ถ้าระดับสูงส่ง ป.ป.ช.และตั้งเป้า 3 ประการ คือคนโกงรายเก่าต้องหมดไป คนโกงรายใหม่ต้องไม่เกิด และไม่เปิดให้โกงได้ง่าย

จ่อใช้ ม.44 ฟัน ขรก.อีก 20 กว่าราย

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ใน 1-2 วันนี้ จะมีคำสั่งหัวหน้า คสช.ประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบเพิ่มเติม ครั้งที่ 7 ประมาณ 20 กว่ารายชื่อ ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการระดับ 8-9 ที่ต้องสอบวินัยร้ายแรง ส่วนคำสั่งหัวหน้า คสช.ครั้งที่ 1-6 ก่อนหน้านี้ รวม 237 รายชื่อ มีการรายงานผลดำเนินการทางวินัยของต้นสังกัด มีคดีเสร็จแล้ว 62 รายชื่อ มีผลทางวินัยขั้นไล่ออกทันที 8 รายชื่อ พ้นจากตำแหน่ง 25 รายชื่อ ตัดเงินเดือน 2 รายชื่อ ภาคทัณฑ์ 2 รายชื่อ ตักเตือน 1 รายชื่อ ยุติเรื่อง 16 รายชื่อ และ ป.ป.ช.ชี้มูล 8 รายชื่อ ทั้งนี้กรณีที่ไม่ใช่ไล่ออกยังสามารถอุทธรณ์ได้ และอยู่ระหว่างดำเนินการ 105 รายชื่อ และติดตามดำเนินการ 63 รายชื่อ หากสามารถฟ้องแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายได้จะฟ้องต่อไป

21 ข้าราชการส่อเอี่ยวทุจริตลอต 7

ค่ำวันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา แพร่คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 52/2559 เรื่องประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบเพิ่มเติม ครั้งที่ 7 อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว มีคำสั่งให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) แจ้งให้ต้นสังกัดทราบ เพื่อตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ภายใน 30 วัน หากไม่แล้วเสร็จให้รายงานรัฐมนตรีเจ้าสังกัดทราบเพื่อขยายเวลาแล้วแต่ความจำเป็น ถ้ามีความผิดตามที่ได้รับแจ้ง ให้ดำเนินการทางวินัยและกฎหมายต่อไป ถ้าไม่พบการกระทำผิดให้เยียวยาโดยรับ ตำแหน่งเดิมตามความเหมาะสม แต่ให้ออกจากพื้นที่เดิม ก่อนเข้าสู่กระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายคราวต่อไป และสรุปผลแจ้งให้ ศอตช.ทราบ และให้ประธาน ศอตช. ตั้งคณะบุคคล 3-5 คน ตรวจสอบเปรียบเทียบให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ถ้าผลสอบไม่ตรงกัน ให้หารือกับผู้บังคับบัญชาและให้ดำเนินการตามผลการหารือนั้น โดยถือว่าการดําเนินการตามคําสั่งนี้ทุกขั้นตอน เป็นการดําเนินการทางวินัย แต่ไม่ตัดสิทธิการอุทธรณ์ต่อไปตามกฎหมาย หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความผิดอาญาให้ผู้บังคับบัญชาดําเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยรายชื่อข้าราชการในคำสั่งนี้มีข้าราชการพลเรือน 13 คน ข้าราชการตำรวจ 6 คน ผู้บริหารและผู้มีตำแหน่งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1 คน ข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1 คน รวมทั้งสิ้น 21 คน

ลุยสอบแพ่งคดี “หมอเลี้ยบ” อีก

นายวิษณุกล่าวถึงกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) อนุมัติแก้ไขสัญญากิจการดาวเทียมให้บริษัท ชินแซทฯ ลดสัดส่วนผู้ถือหุ้นบุคคลสัญชาติไทย ต้องมีความรับผิดทางแพ่งด้วยหรือไม่ว่า มีความผิดทางแพ่ง เพราะเมื่อได้คำพิพากษาของศาลฎีกาฯมาแล้ว สามารถนำไปดำเนินการต่อได้ โดยไม่มีปัญหาเรื่องอายุความ แต่ถ้าเร็วได้ถือว่าดี อีกทั้งจากคำตัดสินดังกล่าวจะมีฐานช่วงเวลาทำผิด สามารถหยิบตรงนั้นมาคำนวณค่าเสียหายได้ ส่วนจะเกี่ยวกับใครบ้างไม่ทราบ ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อหาผู้รับผิดชอบ คนเกี่ยวข้อง คนที่ต้องรับผิด และหาวงเงินต่อไป ส่วนเจ้าภาพที่ต้องดำเนินการต้องเป็นผู้เสียหายจากเรื่องนี้อาจจะเป็นกระทรวงการคลัง

“บิ๊กเต้” มั่นใจนายกฯบริหารฉลุย

ที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผบ.ทหารสูงสุด เป็นประธานการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ โดยมี ผบ.เหล่าทัพเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งถือเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเกษียณอายุราชการ พล.อ.สมหมายแถลงว่าเป็นการประชุมสรุปผลงานในรอบ 11 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งทุกคนได้ช่วยกันทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน พูดคุยยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และยุทธศาสตร์กองทัพ ส่วนเรื่องความมั่นคงและความสัมพันธ์ที่ดีกับมิตรประเทศเป็นเรื่องที่น่ายินดี โดยตามแนว ชายแดนไม่มีการกระทบกระทั่งกับประเทศเพื่อนบ้านแม้แต่เหตุการณ์เดียว ทั้งนี้ กองทัพมั่นใจว่ารัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.จะทำหน้าที่อย่างดีที่สุดเพื่อประเทศชาติ พร้อมทั้งอยากฝากอนาคตประเทศไว้กับรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี พวกเราเชื่อมั่นเกิน 100 เปอร์เซนต์ว่ารัฐบาลจะสามารถทำหน้าที่ได้

ปรับ ครม.แล้วแต่นายกฯบัญชา

พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับ ครม. ซึ่งมีรายชื่อ รมว.แรงงานติดอยู่ในโผถูกปรับออกด้วย ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เคยบอกไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าจะยังไม่มีการปรับ ครม. เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับนายกฯ หากจะมีการปรับ ครม.จริงตามที่เป็นข่าว ก็ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกฯ หากตนจะหลุดไปตามข่าวก็พร้อมจะยอมรับ และไม่ได้รู้สึกน้อยใจแต่อย่างใด

โวยคิดค่าเสียหายน้อยเกินจริง

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเรียกค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวว่า จากข้อมูลภายในของคณะกรรมการพิจารณารับผิดทางแพ่ง มีแนวโน้มจะยืนยันตัวเลขเดิม คือลดค่าเสียหายให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯจาก 2.86 แสนล้านบาท มาเหลือ 3.57 หมื่นล้านบาท แม้นายกรัฐมนตรีได้ให้คณะกรรมการชุดนี้ไปทบทวนแล้ว การที่คณะกรรมการฯยืนยันจะคิดราคาค่าเสียหายเพียง 20 เปอร์เซ็นต์เช่นเดิมฟังไม่ขึ้น ที่สำคัญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นจำเลยเพียงคนเดียว และคนที่จะต้องมารับผิดชอบร่วมอีก 80 เปอร์เซ็นต์ยังไม่มีตัวตน เท่ากับว่าคณะกรรมการฯชุดนี้จะโยนความเสียหายอีก 80 เปอร์เซ็นต์ให้หายไปในอากาศ จึงขอเตือนคณะกรรมการฯว่าอย่ามีทิฐิ และต้องชี้แจงสังคม จะคิดจะทำอะไรต้องเกรงใจประชาชนบ้าง หากยังดื้อดึงก็เตรียมตัวไป ป.ป.ช. และขอฝากนายกฯเพราะประชาชนยังเชื่อมั่นว่าจะดำเนินการอย่างโปร่งใส

“ป๋าเปรม” เปิดบ้านโคราชให้โอวาท

เย็นวันเดียวกัน ที่บ้านแม่ทัพ เลขที่ 1885 ปากซอยสืบศิริ 32 ถนนสืบศิริ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้เปิดบ้านพักให้ พล.ท.วิชัย แชจอหอ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยนายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา พล.ต.ต.ธเนษฐ สุนทรสุข รอง ผบช.ภ. 3 คณะนายทหาร นายตำรวจ และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัดนครราชสีมา เหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา และพ่อค้านักธุรกิจคนใกล้ชิดเข้ามอบแจกันดอกไม้อวยพรเนื่องในโอกาสวันเกิดครบรอบ 96 ปี วันที่ 26 สิงหาคม 2559 โดย พล.อ.เปรมกล่าวให้โอวาทกับผู้ที่เข้าร่วมอวยพรวันเกิดว่า อยากให้ทุกคนช่วยกันทำให้ประชาชนในภาคอีสานมีความรักความสามัคคี และความเข้าใจกัน หากยังทำไม่สำเร็จก็ขอให้ช่วยกันพยายามทำให้สำเร็จเพื่อประเทศชาติ ขอให้ทุกคนเข้าใจคำว่าเกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ทุกวันนี้ตนได้ถอยห่างออกจากการเมืองนานแล้ว และจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกแล้ว แต่สิ่งที่พูดคือเรื่องที่เกี่ยวกับชาติบ้านเมือง ไม่ใช่การเมือง

“มีชัย” ปัดเปิดศึกงัดข้อศาล รธน. แม้จะต้องแก้ไข ก.ม.ลูกว่าด้วยศาล รธน.ก็คงไม่มีผลสะท้านสะเทือน เพราะมีความมั่นคงอยู่แล้ว ไม่โอเคข้อเสนอ สปท.ให้ คสช.คุมเลือกตั้ง... 3 ก.ย. 2559 07:18 ไทยรัฐ