วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คตช.สั่ง ศปท.เร่งแก้โกงในกระทรวง คู่ขนานผลสอบ ศอตช.โว 2 ปีผลงานน่าพอใจ

คตช.เห็นชอบ ศปท.แก้ปัญหาทุจริตภายในกระทรวง สั่งส่งเรื่องต้นสังกัดสอบภายใน 30 วัน คู่ขนานกับผลสอบ ศอตช. ฟุ้ง 2 ปีผลงานน่าพอใจ พร้อมช่วย ปชช.ร่วมกิจกรรม "จุดไฟไล่โกง"

เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 59 นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) มีอำนาจให้ประสานงานแก้ไขปัญหาการทุจริตในกระทรวง ทำหน้าที่รับเรื่องดำเนินการ และเป็นกลไกกลางในการประสานงาน และให้มีหน้าที่ติดตามงานภายในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและองค์กรมหาชน ภายในกระทรวงนั้นๆ รวมถึงให้ทำหน้าที่เปรียบเทียบผลการดำเนินงานด้านวินัย หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนว่า ผลสอบที่หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินงานนั้น ออกมาตรงกับที่ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) สอบหรือไม่ และคล้ายกับที่มีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 47/2559 กรณีคดีสถานบริการ "อาบอบนวดนาตารี" เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้สอบและผู้ถูกสอบ หากพบว่าผลสอบออกมาไม่ตรงกัน ก็ต้องปรับแก้และหน่วยงานที่สอบไปก่อนหน้านั้น ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าเป็นเพราะอะไร

นายประยงค์ กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์การแก้ปัญหาการทุจริตในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ถือว่ากลไกภาครัฐทำงานเข้มแข็งขึ้น ทำให้สถานการณ์ทุจริตเบาบางลง เพราะมีการเสริมสร้างกลไกใหม่ให้หน่วยงานราชการได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบที่วางไว้ ทั้งมาตรการทางวินัย การปกครอง การจัดซื้อจัดจ้าง และยังได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งเอกชน ประชาชน สังคม ส่งผลให้สถานการณ์แก้ปัญหาประสบผลสำเร็จ โดยจากนี้รัฐบาลจะขับเคลื่อนงาน 2 ลักษณะ คือ 1. ขับเคลื่อนธรรมาภิบาลในภาครัฐให้มากขึ้น โดยใช้หนังสือร้องเรียนจากประชาชน ข้อมูลจากสื่อ ที่มีการร้องเรียนมาที่ ศอตช. จากนั้นจะส่งไปที่ ศปท.ให้ส่งเรื่องไปที่ต้นสังกัด ซึ่งในหนังสือที่ส่งไปนั้น จะระบุขอให้มีการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนในกรณีที่ไม่โปร่งใส ให้ตรวจสอบภายใน 30 วัน หากพบความผิด ปปท.จะดำเนินการทางอาญาต่อไป หากเป็นข้าราชการระดับสูง จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และหากต้นสังกัดไม่ดำเนินการสอบภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับเรื่องจาก ปปท. ก็จะต้องเสนอเรื่องไปที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) และ ป.ป.ช. ต่อไป และ 2. การขับเคลื่อนการปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ให้เป็นรูปธรรม  

“เป้าหมายในการป้องกันการทุจริต คือ คนโกงรายเก่าต้องหมดไป คนโกงรายใหม่ต้องไม่เกิด และไม่เปิดโอกาสให้โกงได้ง่าย โดยจะจับมือกับ 53 รัฐวิสาหกิจทั่วประเทศ และกรุงเทพฯ ในการเสริมสร้างธรรมาภิบาลขับเคลื่อนการป้องกันทุจริตร่วมกัน” นายประยงค์ กล่าว  

ด้าน นายมานะ นิมิตมงคล เลขาธิการองค์การต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า สำหรับการจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันปี 2559 ในวันที่ 6 ก.ย.นี้ ในส่วนภาควิชาการ จะจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และจะจัดพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 11 ก.ย.นี้ ภายใต้หัวข้อ "กรรมสนองโกง" ใครทำร้ายบ้านเมืองจะต้องได้รับการลงโทษในวันนี้ไม่ใช่ชาติหน้า โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. จะกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "มาตรการการจัดการปัญหาคอร์รัปชันอย่างเป็นธรรม" อีกทั้ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เข้าร่วมงานด้วย พร้อมเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศร่วมกิจกรรม "จุดไฟไล่โกง" ให้ประชาชนได้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ไม่ให้คนโกงมีพื้นที่ยืนทุจริตในบ้านเมืองได้อีกต่อไป

คตช.เห็นชอบ ศปท.แก้ปัญหาทุจริตภายในกระทรวง สั่งส่งเรื่องต้นสังกัดสอบภายใน 30 วัน คู่ขนานกับผลสอบ ศอตช. ฟุ้ง 2 ปีผลงานน่าพอใจ พร้อมช่วย ปชช.ร่วมกิจกรรม "จุดไฟไล่โกง" 2 ก.ย. 2559 15:25 ไทยรัฐ