วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตร.เร่งไขปริศนา ล่ามือฆ่า 2 สาวลาวหมกป่าสยองที่กาฬสินธุ์

ตร.กาฬสินธุ์ เร่งสืบหามือฆ่า 2 สาวลาว หมกป่าละเมาะ ญาติที่ลาวติดต่อขอดูศพ ตั้งปมชู้สาว หรือหักหลังธุรกิจผิดกฎหมาย

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 59 ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.กุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบศพหญิงไม่ทราบชื่อนอนเสียชีวิตอยู่ภายในป่าละเมาะ เป็นพื้นที่ป่า สปก.ระหว่างหมู่บ้านกุดหว้า-หนองห้าง จำนวน 2 ศพ พบศพสภาพนอนหงายเรียงกันขึ้นอืด คาดว่าเสียชีวิตมาไม่น้อยกว่า 7 วัน โดยมือศพทั้งสองชูขึ้นเหนือศีรษะ ศพแรกสวมเสื้อสีครีมแขนยาว กางเกงยีนส์สีดำ สวมแหวนทองที่นิ้วกลางข้างขวา 1 วง พบเงินไทย 4,000 บาท และเงิน สปป.ลาว 2,000 กีบ โทรศัพท์มือถือจำนวน 1 เครื่อง ส่วนศพที่สอง สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาว กางเกงยีนส์สีน้ำเงิน พบเงินสกุล สปป.ลาว 2,000 กีบ เงินไทย 120 บาท เบื้องต้น ไม่ทราบผู้ตายเป็นใคร และแพทย์ที่ตรวจไม่สามารถระบุได้ว่าสาเหตุการตายมาจากอะไร เนื่องจากศพทั้งสองขึ้นอืดจึงต้องส่งสถาบันนิติเวชขอนแก่นผ่าพิสูจน์

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 59 พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูน ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้สั่งให้ พ.ต.อ.ทินณรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ และ พ.ต.อ.ประสิทธิ์ จำปาทุม ผกก.สภ.กุฉินารายณ์ กาฬสินธุ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจ และสืบสวนประชุมวางแผนการสอบสวนหาตัวคนร้ายมาลงโทษ

พ.ต.อ.ประสิทธุ์ กล่าวว่า หลังจากตรวจบริเวณโดยรอบ เจ้าหน้าที่พบรอยรถ และรองเท้าแตะสีชมพูหนึ่งคู่ภายในโกดังร้าง ซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 50 เมตร เบื้องต้น ผู้ตายทั้งสองน่าจะถูกฆาตกรรมมาจากที่อื่น แล้วนำศพมาทิ้งไว้ตรงที่เกิดเหตุ ล่าสุด มีผู้อ้างว่าเป็นญาติของผู้ตายทั้งสอง และจะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นศพญาติตัวเองหรือไม่

พ.ต.อ.ทินณะรัตน์ กล่าวว่า แนวทางการสืบสวนตั้งประเด็นในเรื่องปมชู้สาว หรือหักหลังธุรกิจผิดกฎหมาย เนื่องจากได้สอบถามบุคคลที่อยู่ในประเทศลาว ที่อ้างตัวเป็นญาติของผู้ตายว่าผู้ตายมีอายุ 46 ปี และ 36 ปี ว่าผู้ตายทั้งสองเข้ามาในประเทศไทยประมาณ 8-9 วัน และขาดการติดต่อและไม่ได้บอกว่าเข้ามาในไทยด้วยสาเหตุอะไร และถ้าหากญาติประสงค์จะมาไทย ทางตำรวจจะติดต่อไปยังกงสุลลาว ให้เข้ามาตรวจสอบและยืนยันศพอีกครั้ง

พล.ต.ต.อภิชิต กล่าวว่า ทั้งนี้ได้ตั้งชุดสืบสวนเฉพาะกิจเข้าคลี่คลายคดี และเชื่อว่าภายหลังจากการตรวจสอบโทรศัพท์ จะสามารถเชื่อมโยงไปยังกลุ่มคนร้ายได้ แต่คงต้องใช้เวลา โดยเฉพาะการผ่าพิสูจน์ศพก่อนว่า สาเหตุการเสียชีวิตมาจากอะไร และเชื่อว่าปมที่ตั้งเอาไว้จะเป็นคนในพื้นที่หรือนอกพื้นที่ ที่ลวงหญิงสาวทั้งสองมาฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมต่อไป

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. ของวันเดียวกัน นายบัวไล แสนศักดิ์ดา อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นพี่ชายของ น.ส.จันทร์สมร หรือ อีส อายุ 26 ปี ผู้เสียชีวิต และนายเชย ซึ่งเป็นพี่ชายของนางกองคำ อายุ 40 ปี ผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมาจากเมืองไชยบุรี แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว เพื่อมายืนยันว่าเป็นพี่ชายของหญิงที่ถูกฆ่าหมกป่าในเขต สภ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์

นายบัวไล กล่าวว่า น.ส.จันทร์สมร น้องสาวตนออกจากบ้านมาตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค.59 บอกว่าจะมาเที่ยวตลาดเทศบาล 1 มุกดาหาร พร้อมนางกองคำ โดยทั้งสองขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดไว้ที่ด่าน จากนั้นได้ขออาศัยรถตู้ที่มาส่งคนป่วยเข้าไปในมุกดาหาร หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อทางโทรศัพท์ได้อีกเลย จนรู้ข่าวว่าเสียชีวิตแล้ว

ทั้งนี้ปกติ น.ส.จันทร์สมร จะเป็นคนชอบใส่ทอง วันที่ออกจากบ้านได้ใส่สร้อยคอทองคำหนึ่งเส้น และแหวนทองอีกหนึ่งวง แต่สร้อยคอได้หายไปหลังจากเสียชีวิต ตนและญาติได้ออกติดตามหามาโดยตลอด จนมาทราบว่าทั้งสองถูกฆ่า

พ.ต.อ.ประสิทธิ์ จำปาทุม ผกก.สภ.กุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า เบื้องต้นผลชันสูตรจากโรงพยาบาลนิติเวชขอนแก่นระบุว่า ผู้ตายทั้งสองถูกอาวุธปืน.38 ยิงที่ศีรษะคนละ 1 นัด ส่วนแนวการสืบสวนพุ่งไปที่ปมชู้สาว ขัดแย้งธุกิจมืด ยาเสพติด และชิงทรัพย์ ได้ตั้งชุดสืบสวนขึ้นเป็น 3 ทีม เพื่อทำการไล่ล่าตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้ คาดว่าจะได้ตัวในเร็ววัน.

ตร.กาฬสินธุ์ เร่งสืบหามือฆ่า 2 สาวลาว หมกป่าละเมาะ ญาติที่ลาวติดต่อขอดูศพ ตั้งปมชู้สาว หรือหักหลังธุรกิจผิดกฎหมาย 2 ก.ย. 2559 15:24 ไทยรัฐ