วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตร.-ป่าไม้ บุกจับไม้หวงห้ามถูกแปรรูปจำนวนมากทั้งโคราช-พังงา

ตำรวจ สภ.ปักธงชัย-สภ.เขาหลัก พร้อมป่าไม้บุกเข้าจับไม้หวงห้ามแปรรูปจำนวนมาก พร้อมขยายจับผู้ครอบครอง หลังพบแหล่งประดิษฐ์เครื่องใช้จากไม้ ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป...

เมื่อวันที่ 2 ก.ย.59 พ.ต.อ.กัมปนาท ฐาตุจิรางค์กุล ผกก.สภ.ปักธงชัย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหาร พนักงานฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ป้องกันรักษาป่าที่ นม.4 (เขาภูหลวง) เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เขาภูหลวง เข้าทำการตรวจสอบพื้นที่ หลังจากได้รับแจ้งจากสายลับว่า บริเวณเพิงพักที่นอนของนายคาลม โลกตะคุ ติดกับบ้านเลขที่ 97 ม.9 บ้านโนนทอง ต.ลำนางแก้ว อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา มีไม้หวงห้ามแปรรูปนำมาซุกซ่อนอยู่บริเวณเพิงที่พักในลักษณะซุกซ่อนเพื่ออำพราง เจ้าหน้าที่จึงได้ออกไปตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พบนายคาลม โลกตะคุ อายุ 59 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้าน คณะเจ้าหน้าที่จึงแจ้งและตรวจสอบรอบๆ บริเวณเพิงพัก ปรากฏว่าพบไม้หวงห้ามซุกซ่อนไว้ในลักษณะปิดบังอำพรางเพื่อมิให้เจ้าหน้าที่ทราบ

จากการตรวจสอบพบว่าเป็นไม้แปรรูป คือ ไม้แดง จำนวน 7 แผ่น ไม้ประดู่ 5 แผ่น/เหลี่ยม ไม้พลวง 19 แผ่น/เหลี่ยม รวม 32 แผ่น ปริมาตรรวม 1.08 ลูกบาศก์เมตร นายคาลม ยอมรับว่าไม้แปรรูปทั้งหมดเป็นของตน ซึ่งตนเองได้ทำการแปรรูปไม้ดังกล่าวมาจากที่ดินของนายโก๊ะ (ไม่ทราบนามสกุล) ราษฎรบ้านลำประโคน และจากที่ดินของนายช่วย (ไม่ทราบนามสกุล) ราษฎรบ้านลำนางแก้ว ต.ลำนางแก้ว อ.ปักธงชัย ซึ่งยืนยันว่าไม้ทั้งหมดได้มาจากที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ แต่นายคาลม ไม่สามารถนำมาแสดงได้ โดยอ้างว่าไม่ได้เก็บหลักฐานไว้ที่ตนเอง โดยจะนำมาแสดงภายหลัง จึงตรวจยึดไม้แปรรูปดังกล่าวไว้เป็นของกลาง และได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า นายคาลม โลกตะคุ ว่ามีไม้หวงห้าม (ไม้แดง ไม้ประดู่ ไม้พลวง) ไว้ในครอบครองเกินกว่า 0.2 ลูกบาศก์เมตร โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ (พ.ร.บ.ป่าไม้ มาตรา 48) จึงได้นำตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปักธงชัย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากนั้นได้เดินทางไปตรวจสอบบริเวณบ้านไม่มีเลขที่ บ้านลำประโคน ม.3 ต.ลำนางแก้ว ต.ลำนางแก้ว อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา พบว่ามีไม้แปรรูปจำนวนมาก คือ ไม้ประดู่ จำนวน 75 แผ่น ไม้พฤกษ์ 5 แผ่น รวม 80 แผ่น ปริมาตร 2.68 ลูกบาศก์เมตร วางอยู่บริเวณพื้นดิน ขณะนั้นได้มีนายบุญหิน หรืออ๋อง พอนพรมราช อายุ 65 ปี บ้านเลขที่ 28 ม.3 บ้านลำประโคน ต.ลำนางแก้ว อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ได้มาแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ โดยแจ้งว่าเป็นผู้ดูแลบ้านที่กำลังก่อสร้าง โดยอ้างว่าไม้แปรรูปทั้งหมดเป็นของนายอำนาจ พอนพรมราช (บุตรชาย) พร้อมยืนยันว่าไม้ของกลางทั้งหมดมาจากที่ดินที่มีเอกสารสิทธิถูกต้อง แต่ไม่สามรถนำหลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับการครอบครองไม้มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ โดยอ้างว่าบุตรชายเก็บรักษาไว้ โดยจะนำมาแสดงภายหลัง คณะเจ้าหน้าที่จึงร่วมกันตรวจยึดไม้แปรรูป (ไม้ประดู่ ไม้พฤกษ์) ไว้เป็นของกลาง และแจ้งข้อกล่าวหากับนายบุญหิน หรือ อ๋อง พอนพรมราช ว่ามีไม้หวงห้ามแปรรูปไว้ในครอบครองเกินกว่า 0.2 ลูกบาศก์เมตร โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ (พ.ร.บ.ป่าไม้ มาตรา 48) จึงได้นำตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ. ปักธงชัย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขณะที่ จ.พังงา นายนิทัศน์ โรจนสารัมภกิจ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พง.3 (ตะกั่วป่า) ร.ต.ท.จินดา คำพันธ์ กองกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ต.ท.บัณฑิต หัสถีพันธุ์ รองผกก.สภ.เขาหลัก ร.ต.ท.จรรยง โลหกิจ รอง สว.สส.ภ.จ.พังงา นายจำรัส หลีเจี้ย กำนันตำบลคึกคัก สนธิกำลังเข้าตรวจสอบกองไม้ บริเวณบ้านเลขที่ 29/7 ม.7 ซ.ตาเทียน ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา พบไม้รักเขา 7 ท่อน ไม้แปรรูป 5 ชิ้น (แผ่น) ปริมาตรรวม 0.97 ลูกบาศก์เมตร โต๊ะ 4 ตัว เก้าอี้ 5 ตัว พร้อมอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับทำสิ่งประดิษฐ์ ซุกซ่อนอยู่ในห้องเช่า และรอบบ้านจำนวนมาก

นายนิทัศน์ เปิดเผยว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาหลัก และฝ่ายปกครอง ขยายผลเข้าจับกุมกลุ่มวัยรุ่นที่มั่วสุมยาเสพติด บริเวณบ้านเช่าติดกับบ้านเลขที่ 29/7 ม.7 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ในช่วงค่ำที่ผ่านมา พบไม้แปรรูปพร้อมเฟอร์นิเจอร์ไม้ และอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้ในการทำเฟอร์นิเจอร์ จึงได้รับการประสานให้เข้าตรวจสอบ พบไม้จำนวนมากในบ้านเลขที่ 29/7 ม.7 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา โดยมี นางมาลี แลสูง เป็นเจ้าของบ้าน สามีชื่อ นายอาคม พรหมเกตุ มีลูก 2 คน โดยสามีไม่อยู่บ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้ขอเข้าตรวจค้นรอบบริเวณบ้าน พบไม้หวงห้ามจำนวนมาก ซึ่งนางมาลี ได้ให้การปฏิเสธ พร้อมแจ้งว่าทั้งหมดเป็นของ นายอาคม (สามี) จึงได้ทำการตรวจยึดสิ่งของทั้งหมดพร้อมทั้งจับกุม นางมาลี แลสูง ก่อนจะกล่าวหาว่า กระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 11, 48, 53 และ 69 ฐานทำไม้และมีไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครอง โดยไม่มีรูปรอยดวงตราค่าภาคหลวง และฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้และมีไม้แปรรูปหวงห้ามเกินปริมาณที่กำหนดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีไว้ในครอบครองซึ่งการค้าสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้ หรือสิ่งอื่นใดที่ทำด้วยไม้หวงห้าม เกินปริมาณที่กำหนดโดยไม่ได้รับอนุญาต และส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาหลัก ดำเนินคดี พร้อมทั้งติดตามตัว นายอาคม พรหมเกตุ มาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ตำรวจ สภ.ปักธงชัย-สภ.เขาหลัก พร้อมป่าไม้บุกเข้าจับไม้หวงห้ามแปรรูปจำนวนมาก พร้อมขยายจับผู้ครอบครอง หลังพบแหล่งประดิษฐ์เครื่องใช้จากไม้ ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป... 2 ก.ย. 2559 14:30 ไทยรัฐ