วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทายาทเชฟริมถนน

กุ๊กหาบเร่แผงลอยในสิงคโปร์ที่ปรุงอาหารรสชาติอร่อยเด็ด แต่ทุกวันนี้ หลายๆร้านขึ้นชื่อของเกาะ เรียกได้ว่า ใครไปเยือนก็ต้องแวะไปกินให้เป็นบุญปาก เริ่มส่อแววอนาคตง่อนแง่นซะแล้ว เพราะกระแสเกษียณวางตะหลิวกระทะ

คลื่นแห่งคำถามเลยตามมาว่า...แล้วใครจะมาสืบทอดกิจการอันเป็น “ซิกเนเจอร์” ที่หาใครมาเทียบเคียงระดับจ้าวยุทธจักรแห่งเมนูรถเข็นเหล่านี้กันล่ะ?

ปัจจุบันทั้งเกาะมีกุ๊กริมทางกว่า 100 คน ส่วนใหญ่ล้วนเป็นเชฟรุ่นเหลาๆ ผมสีดอกเลา คอยเสิร์ฟลูกค้าทุกชั้นวรรณะ ลิ้มลองของเด็ด แต่จ่ายตังค์แค่ 2.80 เหรียญสิงคโปร์ หรือราวๆ 70 บาท

แต่ด้วยเนื้องานที่หนัก เหนื่อย เหงื่อไหลย้อยแทบตลอดเวลา ภายในร้านเล็กๆ แคบๆ อุปกรณ์เครื่องครัวแค่พื้นๆ กำไรไม่กี่ตังค์ สวนทางกับความฝันของเชฟรุ่นใหม่ที่อยากปรุงอาหารภายในห้องครัวหรูหรา ติดแอร์ ภัตตาคารทันสมัย รายได้งดงาม ความหวังที่จะมีลูกหลานสืบทอดนั้น...ริบหรี่เต็มที

ไม่ว่าจะเป็น มร.อเล็ก สี อายุ 66 ปี ขาย ผัดหมี่ฮกเกี้ยน ย่านอีสต์ โคสต์ เล่าว่า สมัยก่อนอายุ 16 ปี ถามพ่อเรื่องผัดหมี่ทุกวัน แต่สมัยนี้มาๆไปๆ ไม่สนใจที่จะเรียนรู้อย่างแท้จริง

มร.สุโมสันทรัม โมกหัน อายุ 50 ปี เจ้าของ “โรตี พราต้า” บอกทั้งที่มีลูกน้องคอยช่วย แต่ 8 ปีแล้ว ฝีมือตวัดแป้งโรตีแล้วทอดให้เหลืองกรอบนั้น...ยังไม่ได้ดั่งใจเลย

มร.ลิม สวี เฮ็ง อายุ 56 ปี ผู้ปรุงบะหมี่ “โรซี่ ลักซา” ก๋วยเตี๋ยวต้มยำกระทิ ว่า กว่าจะปรุงให้น้ำซุปกลมกล่อมต้องใช้เวลาฝึกอยู่หลายปี และยิ่งจะให้ทุกอย่างเข้าถึงเครื่องนั้น...ยากส์

มร.วี ผ่อง ไส อายุ 66 ปี ผู้ที่อยู่กับบะหมี่ลูกชิ้นมานาน 40 ปี ที่ตลาดอาหาร กิ๋ม ม่อก ก็ยังมองไม่เห็นใครที่จะมอบสูตรได้ และ 2 คนสุดท้ายที่เพิ่งได้ดาวมิชลิน มร.ชาน ฮอง เมิง อายุ 51 ปี กับสุดยอดข้าวมันไก่ในย่านไชน่า ทาวน์ กับ มร. สแตนลิม อายุ 43 ปี ซึ่งน่าจะเป็นคนเดียวที่ลาออกจากงานเซลส์เมื่อ 3 ปีก่อนมาช่วยพ่อขาย “โรจัก”...

ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ

2 ก.ย. 2559 14:21 ไทยรัฐ