วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิธีปราบทุจริตที่ดีที่สุด

แม้ผลการสำรวจความเห็นประชาชน ของสวนดุสิตโพลเมื่อเร็วๆนี้ จะพบว่าคนส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 75 ชื่นชอบผลงานการปราบปรามการทุจริต ทั้งภาครัฐและเอกชนมากที่สุด รองลงไปได้แก่การทวงคืนผืนป่า แต่ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ยอมรับว่าทุกกลุ่มในสังคมไทย ยังมีการคอร์รัปชันอยู่ แต่บางกลุ่มเปลี่ยนกลยุทธ์

ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นองค์กรภาคเอกชน เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้อยู่ในขบวนการคอร์รัปชัน ทั้งข้าราชการ นักการเมืองและผู้ประกอบการบางราย ปรับเปลี่ยนการรับหรือการให้เงินใต้โต๊ะ เพื่อให้ได้งานมากขึ้น แต่ที่วิกฤติหนักและแก้ยาก คือการทุจริตในระบบราชการ มักทำให้การอนุมัติเรื่องต่างๆ ล่าช้า แต่ถ้าได้งาบจะอนุมัติเร็ว

แต่ขณะเดียวกันก็มีข่าวดี เมื่อก่อนนี้มีการจ่ายใต้โต๊ะกันถึง 25–30% แต่ปัจจุบันลดลงเหลือ 10–15% เป็นผลจากการร่วมมืออย่างจริงจัง ระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน ในการตรวจสอบและป้องปรามอย่างเข้มงวด จนสามารถลดเงินที่รั่วไหลได้ปีละประมาณ 150,000 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับในอดีต ที่ถูกงาบปีละหลายแสนล้านบาท

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเคยสำรวจประชาชน ผู้ประกอบการ ภาคเอกชนและข้าราชการทั่วประเทศ เมื่อเดือนธันวาคม 2556 พบว่ามีผู้ประกอบการ 42% ต้องจ่ายใต้โต๊ะให้ข้าราชการและนักการเมือง เพื่อให้ได้สัญญา ตั้งแต่ 26% ถึงมากกว่า 35% จากงบจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ หากต้องเสียค่าหัวคิวถึง 35% จะทำให้รัฐสูญเสียถึงปีละ 329,912 ล้านบาท

ต้องยอมรับว่าแม้รัฐบาล คสช. จะมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และใช้อำนาจตามมาตรา 44 เป็นเครื่องมือสำคัญในการปราบปรามการทุจริต แต่การโกงกินก็ยังดำรงอยู่ และอาจจะอยู่คู่กับประเทศไทยต่อไปอีกนาน อำนาจ ม.44 ก็เอาไม่อยู่ ตัวอย่างเช่นการสั่งย้ายข้าราชการที่ถูกกล่าวหารับส่วยการค้ามนุษย์ เพื่อให้ต้นสังกัดสอบสวนลงโทษ

รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ เปิดเผยว่าต้นสังกัดของข้าราชการที่ถูกย้ายไม่พบความผิด หรือมีความผิดทางวินัยเล็กๆน้อยๆ จึงสั่งลงโทษแค่ว่ากล่าวตักเตือน และให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม น่าสงสัยว่าเป็นการช่วยเหลือกัน ภายใต้ระบบพวกพ้องหรือไม่?

นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง เชื่อว่าวิธีเดียวที่จะทำให้ประเทศไทยมีการทุจริตคอร์รัปชันลดลงให้มากที่สุด จนถึงระดับที่ยอมรับกันได้ ประเทศไทยจะต้องก้าวสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง (ไม่ใช่แค่เลือกตั้ง) ต้องส่งเสริมให้การเมืองภาคประชาชนเข้มแข็ง มีส่วนร่วมตรวจสอบผู้มีอำนาจ ยึดหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด และมีระบบตรวจสอบที่แข็งแกร่ง.

2 ก.ย. 2559 14:01 2 ก.ย. 2559 14:01 ไทยรัฐ